รัฐมีมาตรการ 'เที่ยวดีมีคืน' หนุนคนไทยพักผ่อนช่วงปลายปี! เปลี่ยนการเที่ยวให้เป็นการ 'ลงทุน' ในความสุขระยะยาวที่ได้เงินคืน
รัฐมีมาตรการ " เที่ยวดีมีคืน " หนุนคนไทย พักผ่อน ช่วงปลายปี! เปลี่ยนการเที่ยวให้เป็นการ "ลงทุน" ในความสุขระยะยาวที่ได้เงินคืนหลายคนอาจสงสัยว่า “เที่ยวแล้วภาษีจะคืนได้ยังไง” คำตอบคือ รัฐเคยมีมาตรการ “ช็อปดีมีคืน” และ “เที่ยวเมืองรอง” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งในปีนี้เปิดใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ภายใต้ชื่อโครงการว่า “ เที่ยวดีมีคืน ” ทั้งนี้สามารถนำหลักฐานไปยื่นตอนทำภาษีในปีถัดไป โดยให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวบางประเภทไป “ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายจากโรงแรมหรือที่พักที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่อยู่ในขอบเขตที่กรมสรรพากรกำหนด ค่าอาหาร หรือร้านในพื้นที่ท่องเที่ยว ทีมีการจด Vat แล้ว บางปีรัฐบาลอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายในหมวดอาหาร หรือสินค้าท้องถิ่นที่มีใบเสร็จภาษีเต็มรูปแบบ มาลดหย่อนได้ด้วย นโยบายท่องเที่ยวเพื่อคืนภาษีไม่ใช่แค่ช่วยให้คนไทยได้ พักผ่อน เท่านั้น แต่ยังช่วยพยุงเศรษฐกิจในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านของฝาก หรือธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับประโยชน์จากเงินหมุนเวียนที่นักท่องเที่ยวนำเข้าไปใช้ เมื่อรู้แบบนี้แล้ว การ เที่ยวปลายปี นี้อาจมีมุมมองที่ต่างออกไป ไม่ใช่แค่การใช้เงินเพื่อความสุขระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนในความสุขระยะยาว ทั้งกับตัวเองและประเทศ เพราะคุณจะได้ พักผ่อน ได้ใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย และยังมีโอกาสได้ “ภาษีคืน” กลับเข้ากระเป๋าอีกด้วย อย่าลืมว่าภาษีไม่ใช่เรื่องไกลตัว การ วางแผนภาษี เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ เพียงแค่รู้จักเก็บหลักฐานและตรวจสอบสิทธิ์ต่างๆ ที่ภาครัฐออกให้ในแต่ละปี หากคุณติดตามข่าวภาษีอยู่เสมอ หรือปรึกษานักบัญชีมืออาชีพ ก็จะช่วยให้การใช้สิทธิ์เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องกังวลว่าทำผิดขั้นตอน กล่าวโดยสรุป ปลายปีนี้นอกจากการเตรียมกระเป๋าเดินทาง กล้องถ่ายรูป และตั๋วเครื่องบินแล้ว อย่าลืมเตรียม “แผนภาษี” ติดตัวไปด้วย เพราะการเที่ยวให้คุ้ม ไม่ได้หมายถึงแค่จ่ายน้อย แต่หมายถึง “ได้คืนมาก” จากสิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐมอบให้ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวปีนี้ ลองมองหาที่พัก ร้านอาหาร หรือทัวร์ที่อยู่ในระบบภาษีถูกต้อง เก็บหลักฐานการใช้จ่ายไว้ให้ครบ เมื่อถึงเวลายื่นภาษี ก็จะได้คืนส่วนหนึ่งกลับมาเป็นรางวัลให้ตัวเอง.
รัฐมีมาตรการ "เที่ยวดีมีคืน" หนุนคนไทยพักผ่อนช่วงปลายปี! เปลี่ยนการเที่ยวให้เป็นการ "ลงทุน" ในความสุขระยะยาวที่ได้เงินคืนหลายคนอาจสงสัยว่า “เที่ยวแล้วภาษีจะคืนได้ยังไง” คำตอบคือ รัฐเคยมีมาตรการ “ช็อปดีมีคืน” และ “เที่ยวเมืองรอง” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งในปีนี้เปิดใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ภายใต้ชื่อโครงการว่า “เที่ยวดีมีคืน” ทั้งนี้สามารถนำหลักฐานไปยื่นตอนทำภาษีในปีถัดไป โดยให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวบางประเภทไป “ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายจากโรงแรมหรือที่พักที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่อยู่ในขอบเขตที่กรมสรรพากรกำหนด ค่าอาหาร หรือร้านในพื้นที่ท่องเที่ยว ทีมีการจด Vat แล้ว บางปีรัฐบาลอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายในหมวดอาหาร หรือสินค้าท้องถิ่นที่มีใบเสร็จภาษีเต็มรูปแบบ มาลดหย่อนได้ด้วย นโยบายท่องเที่ยวเพื่อคืนภาษีไม่ใช่แค่ช่วยให้คนไทยได้พักผ่อนเท่านั้น แต่ยังช่วยพยุงเศรษฐกิจในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านของฝาก หรือธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้รับประโยชน์จากเงินหมุนเวียนที่นักท่องเที่ยวนำเข้าไปใช้ เมื่อรู้แบบนี้แล้ว การเที่ยวปลายปีนี้อาจมีมุมมองที่ต่างออกไป ไม่ใช่แค่การใช้เงินเพื่อความสุขระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนในความสุขระยะยาว ทั้งกับตัวเองและประเทศ เพราะคุณจะได้พักผ่อน ได้ใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย และยังมีโอกาสได้ “ภาษีคืน” กลับเข้ากระเป๋าอีกด้วย อย่าลืมว่าภาษีไม่ใช่เรื่องไกลตัว การวางแผนภาษีเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ เพียงแค่รู้จักเก็บหลักฐานและตรวจสอบสิทธิ์ต่างๆ ที่ภาครัฐออกให้ในแต่ละปี หากคุณติดตามข่าวภาษีอยู่เสมอ หรือปรึกษานักบัญชีมืออาชีพ ก็จะช่วยให้การใช้สิทธิ์เป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องกังวลว่าทำผิดขั้นตอน กล่าวโดยสรุป ปลายปีนี้นอกจากการเตรียมกระเป๋าเดินทาง กล้องถ่ายรูป และตั๋วเครื่องบินแล้ว อย่าลืมเตรียม “แผนภาษี” ติดตัวไปด้วย เพราะการเที่ยวให้คุ้ม ไม่ได้หมายถึงแค่จ่ายน้อย แต่หมายถึง “ได้คืนมาก” จากสิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐมอบให้ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวปีนี้ ลองมองหาที่พัก ร้านอาหาร หรือทัวร์ที่อยู่ในระบบภาษีถูกต้อง เก็บหลักฐานการใช้จ่ายไว้ให้ครบ เมื่อถึงเวลายื่นภาษี ก็จะได้คืนส่วนหนึ่งกลับมาเป็นรางวัลให้ตัวเอง
พักผ่อน เที่ยวปลายปี ภาษี เที่ยวดีมีคืน โพสต์ทูเดย์ Posttoday
