เมื่อวันที่ 5 พ.ย.
ที่สำคัญคือ ได้รูปที่มีการยิงขึ้นจาก"เรือไฟ" ที่ไหลผ่านมาด้วย . ซึ่งน่าจะทำให้ยิ่งหลอกสายตาผู้ชมได้เนียนขึ้นอีก ว่าลูกไฟมันพุ่งขึ้นจากน้ำ ในเวลากลางคืนอันมืดมิด ! ลองอ่านเรื่องราวที่ทีมงานคนลาวเล่าให้ฟัง ว่าไปเจออะไรมาบ้าง รวมทั้งเห็น"คนที่ยิงด้วย" ในโพสต์ด้านล่างนี้นะครับ ป.
ที่สำคัญคือ ได้รูปที่มีการยิงขึ้นจาก"เรือไฟ" ที่ไหลผ่านมาด้วย .. ซึ่งน่าจะทำให้ยิ่งหลอกสายตาผู้ชมได้เนียนขึ้นอีก ว่าลูกไฟมันพุ่งขึ้นจากน้ำ ในเวลากลางคืนอันมืดมิด ! ลองอ่านเรื่องราวที่ทีมงานคนลาวเล่าให้ฟัง ว่าไปเจออะไรมาบ้าง รวมทั้งเห็น"คนที่ยิงด้วย" ในโพสต์ด้านล่างนี้นะครับ ป.ล. ในรูปประกอบ ฝั่งซ้ายคือฝั่งไทยที่มีคนมารอดูบั้งไฟพญานาคเต็มไปหมด ส่วนฝั่งขวาคือฝั่งลาว ที่ไม่ค่อยมีคนมากนัก ส่วนใหญ่ก็คือมาดูเรือไฟและลอยกระทง ในวันออกพรรษา ก่อนไปได้ประชุมกันก่อน เพราะเรื่องมันมีอยู่ว่า ปีที่แล้ววันที่ 12 ต.ค. 54 ผมไปถ่ายรูปบั้งไฟพญานาคแบบเปิดหน้ากล้องนานๆที่ บ.ท่าม่วง อ.รัตนวาปี จึงไปหาใน google map ว่าหมู่บ้านลาวฝั่งตรงข้ามคือหมู่บ้านอะไร พบว่าคือหมู่บ้าน Ban Houay Sophay, Bolikhamsai, ປະເທດລາວและนั่น จึงเป็นที่ๆ ผมนัดให้เพื่อนคนลาวไปดู ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในหมู่บ้านนั้น? ได้เรื่องราวพร้อมคำบอกเล่าดังต่อไปนี้ "วันนี้พวกเราพากันไปพิสูจน์บั้งไฟพญานาคมา สถานที่ก็อยู่ฝั่งลาวเรานี่แหละ แต่ไม่ขอระบุสถานที่นะ เอาเป็นว่า อยู่ฝั่งเรา ก็ไปกันตั้งแต่บ่าย ๒-๓ โมง เพื่อจะได้ไม่ต้องแย่งที่ใคร เพราะกลัวคนเยอะ ไปถึงแล้วก็ปรากฎว่าไม่ค่อยมีคน มีแต่ชาวบ้าน ก็เลยได้เลือกสถานที่ตามใจ แล้วก็นั่งรอจนถึงค่ำ ฝั่งลาวเราไม่มีอะไรมาก เป็นงี้แหละ แต่ฝั่งไทยคนเยอะ เยอะพิลึกพิโล เยอะเอาจริงเอาจัง เขาก็ไปนั่งรอ นั่งจองสถานที่กันตั้งแต่กลางวันจนถึงค่ำ จนจนเดือนโผล่ดินขึ้นฟ้า พวกเราก็นั่งดู นั่งสังเกตไปเรื่อยๆ จนถึงเวลาหนึ่ง ได้ยินเสียงเฮ จากฝั่งไทย แล้วก็เสียง โฮ ดังต่อมา เพราะว่าเขาเห็นบั้งไฟพญานาคปรากฎขึ้น พวกเราก็มองหาดู แต่ก็ไม่เห็น แล้วก็เงียบไปอีกระยะหนึ่ง จากนั้นฝั่งไทยก็พากันร้องเฮโฮกันอีก เป็นแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ในขณะที่ทีมพวกเรากำลังสิ้นหวัง คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เห็นบั้งไฟศักดิสิทธิ์ แล้วก็ปรากฎว่ามีเสียงโฮดังขึ้นอีกจากฝั่งไทย!!! แล้วในวินาทีนั้นเอง เป็นวินาที่แรกที่ข้าพเจ้าได้เห็นบั้งไฟพญานาคลอยพ้นบริเวณขึ้นฟ้า!! สีของมันเป็นสีชมพูเข้ม อาจเข้าขั้นสีแดงเลยก็เป็นได้ มันเคลื่อนที่ไม่ไวนัก และไม่ช้านัก มันลอยขึ้นฟ้าแล้วก็ดับไป นั่นเป็นวินาทีที่ตื่นเต้นมากสำหรับคณะของพวกเรา ซึ่งบางคนก็เห็น บางคนก็ไม่เห็น แต่สำหรับข้าพเจ้าที่เห็นนั้น แปลกใจมาก เพราะมันเป็นอย่างที่เขาเล่ากันมา หลังจากบั้งไฟลูกนั้นแล้ว พวกเราก็นั่งตั้งหน้าตั้งตารอคอยต่อไป และพยายามดูไปที่ผิวน้ำแต่ก็ไม่ปรากฎเห็น ได้ยินแต่เสียงโฮ่จากฝั่งไทย ไม่รู้เขาร้องโฮ่อะไร เห็นมีแต่พากันยิงพุไฟ แล้วก็จุดประทัด และอันที่ปวดหัวที่สุดนั่นคือมีการลอยโคมไฟขึ้นฟ้า ทำให้สับสนว่าอันไหนเป็นบั้งไฟ อันไหนเป็นโคมไฟกันจริงๆ!! หลังจากผ่านไปร่วมชั่วโมง พวกเราก็เห็นบั้งไฟพญานาคปรากฎขึ้นอีก แต่ครั้งนี้กลับอยู่เลียบแม่น้ำทางขวามือ ซึ่งข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้เห็นอีกครั้ง!! นั่งดูไปพอสมควร ปรากฎว่า เราก็ได้ยินเสียงปืนยิงดังขึ้นจากทางซ้ายมือ พอเหลียวไปเท่านั้นแหละเห็นบั้งไฟพญานาคลอยขึ้นฟ้า!!! แล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก แต่ไม่เห็นบั้งไฟขึ้น ส่วนฝั่งไทยนั้นหรือ? ก็โฮนั่นแหละครับพี่น้อง!! พวกเรานั่งสังเกตอยู่พอสมควร จึงรู้กันว่า บั้งไฟพญานาคมันชอบจะขึ้นอยู่ทางเลียบแม่น้ำฟากขวามือ ก็เลยพากันไปดู มันเป็นต้นโพธิ์ หรือต้นไทร หรือต้นอะไรซักอย่าง ขนาดใหญ่ ปกคลุมทั่วบริเวณนั้น ลองสอบถามเด็กชาวบ้านก็บอกว่าเป็นเขตที่ผู้ใหญ่ไม่ให้เข้า เพราะมันอันตราย โดยเฉพาะในยามกลางคืน บางคนก็ว่าเป็นเขตดินของวัด บางคนก็ว่ามีศาลเจ้า หรือศาลอะไรต่างๆ อยู่ในนั้น ซึ่งขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!!! มีลูกไฟลอยขึ้นมาจากในป่าแห่งนั้นที่พวกเรากำลังดูอยู่!! มันเป็นลูกไฟสีแดงลอยขึ้นมา ความไวมันเป็นแบบลูกไฟที่พวกเราเห็น และเข้าใจว่าเป็น"บั้งไฟพญานาค" ในตอนแรกนั่นเอง เด็กน้อยแถวนั้นบอกว่า อยู่นี้เห็นตลอด บางคนเห็นถึง ๑๗ ลูกแล้ว พวกเราจึงตั้งหลักกันสังเกตการณ์อยู่นั้น ซึ่งก็สังเกตเห็นคนอยู่ในป่านั้น เขาก็เดินไปเดินมา แล้วก็เหลียวมาดูคณะของพวกเรา จากนั้นก็หายไปในป่า แล้วก็ออกมาอีก เป็นแบบนี้อยู่สองสามรอบ จากนั้นก็มีลูกไฟปรากฎออกมาจากในป่าอีก และแน่นอน... ฝั่งไทยก็ร้องโฮขึ้น... หลังจากนั้น หนึ่งในทีมงานที่ไปกับคณะของพวกเราเดินมาหา แต่ระหว่างทางปรากฎว่าพบกับใครก็ไม่รู้จัก เดินสวนทางมาแล้วบอกว่า"ระวังตัวให้ดี" แล้วก็เดินผ่านไป พวกเรารู้แบบนั้นก็ไม่สบายใจ คิดว่าน่าจะมีอะไรแล้วล่ะ แต่ก็ยังอดรออยู่ต่อไป ซึ่งก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย ฝั่งไทยก็เลิกโฮ ฝั่งลาวก็เงียบ เราก็งง จากนั้นก็เห็นคนพายเรือไปยังที่ป่านั้น แล้วก็มีคนในป่าเดินไปหาเรือแล้วก็หายไป ยืนรออยู่นานพอสมควร แล้วก็คุยกันไปเรื่อยๆ ขณะที่กำลังคุยกันนั้นเอง เสียงปืนก็ดังขึ้นจำนวน ๑๐ ลูกติดต่อกัน พวกข้าพเจ้าเห็นลูกไฟสีแดงที่เรียกและเชื่อกันว่ามันคือ"บั้งไฟพญานาค" ลอยมาจากทางหลังของพวกเรา และเสียงนั้นก็เช่นกัน มันดังมาจากหลังของพวกเรา!!! มีคนยิงปืนอยู่ทางหลังเรานี้เอง พอได้สติแล้ว ข้าพเจ้าก็เรียกให้สหายที่ไปด้วยกันรีบออกจากที่นั้นทันที เพราะไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เมื่อคนที่ยิงบั้งไฟพญานาคนั้น อยู่ใกล้ขนาดนี้ ซึ่งก็แน่นอน สิ้นเสียงปืนลูกที่ ๑๐ แล้ว เสียงโฮจากฝั่งไทยก็ดังขึ้นตามมา
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'วราวุธ' ย้ำ พย.เดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวเมื่อวันที่ 4 พ.ย.66 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.
Read more »
“กรมการค้าภายใน” คุมข้มร้านสังฆภัณฑ์ ช่วงทอดกฐินย้ำผู้ประกอบการต้องปิดป้ายให้ชัดเจน“กรมการค้าภายใน” คุมข้มร้านสังฆภัณฑ์ ช่วงทอดกฐินย้ำผู้ประกอบการต้องปิดป้ายให้ชัดเจน เมื่อวันที่ 4 พ.ย.
Read more »
อ.เจษฎ์ รีรันอีกครั้ง ภาพเห็นจะๆ บั้งไฟพญานาค ที่แท้เป็น 'กระสุนส่องวิถี' ยิงจากฝั่งลาวอ.เจษฎ์ รีรันอีกครั้ง ภาพถ่ายเห็นจะๆ บั้งไฟพญานาค ที่แท้เป็นกระสุนส่องวิถี ยิงขึ้นจาก 'เรือไฟ' ฝั่งลาว หลอกสายตาผู้ชมได้เนียนขึ้นอีก
Read more »
เตือนภัย! ระวัง 'เพจขายลอตเตอรี่'ปลอมเมื่อวันที่ 5 พ.ย.66 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท.
Read more »
