แอม ไซยาไนด์ อาจจะกำลังได้ชื่อว่าเป็น ฆาตกรที่ใช้สารเคมีสังหารคนมากที่สุดติดอันดับโลก แต่ในอดีต เกิดฆาตกรรมต่อเนื่องที่ใช้ ไซยาไนด์ ด้วยฝีมือหญิงญี่ปุ่นและหญิงอินเดียมาแล้ว 📌 อ่านต่อ ThaiPBS
"แอม ไซยาไนด์" อาจจะกำลังได้ชื่อว่าเป็น ฆาตกรที่ใช้สารเคมีสังหารคนมากที่สุดติดอันดับโลก แต่ในอดีต เกิดฆาตกรรมต่อเนื่องที่ใช้ ไซยาไนด์ ด้วยฝีมือหญิงญี่ปุ่นและหญิงอินเดียมาแล้วเค.ดี.เคมปามมะ เธอเกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง แต่งงานกับช่างตัดเสื้อ และรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาด หลังจากแต่งงาน เธอก่อตั้งกองทุนรวบรวมเงินบริจาค แต่นำเงินทั้งหมดมาใช้ส่วนตัว ทำให้สามีไล่เธอ ออกจากบ้านในปี 2541 และนี่คือจุดเริ่มต้นของในช่วงปี 2542-2550 เคมปามมะ วางยาพิษสังหารผู้หญิง 6 คน ซึ่ง 5 คนหลังเกิดเหตุในเวลาเพียง 3 เดือน ทำให้เธอถูกสื่อตั้งฉายาให้ว่า"ไซยาไนด์ มัลลิกา" ฆาตกรต่อเนื่องหญิงคนแรกของอินเดีย ด้วยสังคมชายเป็นใหญ่ ข่าวเรื่องฆาตกรที่เป็นเพศหญิง และก่อเหตุต่อเนื่อง จึงสร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจในอินเดียเป็นอย่างมาก สื่อของอินเดียในขณะนั้น รายงานว่าพฤติการณ์ของ เคมปามมะ จะสังเกตผู้หญิงที่เดินทางมาวัด สวดภาวนาให้พ้นทุกข์ในเรื่องต่างๆ เธอจะเข้าไปตีสนิท โกหกว่าจะทำให้พวกเขาพ้นทุกข์ ด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว เธอจะยื่นแก้วน้ำผสมไซยาไนด์ให้ดื่มจนพวกเขาเสียชีวิต แล้วจึงค่อยชิงทรัพย์ไป ผู้เสียชีวิตรายแรกเกิดขึ้นในปี 2542 จากนั้น เคมปามมะ ทิ้งช่วงไปนานหลายปี แล้วจึงก่อเหตุซ้ำอีกครั้งในปี 2550 ซึ่งครั้งนั้น เธอใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนสังหารผู้หญิงไป 5 คน เคมปามมะถูกจับกุมในปีถัดมา ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2555 แต่ได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำ สำหรับ ฉายา"มัลลิกา" นั้น มาจากชื่อผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายที่เธอยื่นน้ำดื่มผสมไซยาไนด์ ด้วยคำหลอกลวงว่าจะทำให้เขาพ้นทุกข์"จิซาโกะ คาเคฮิ" หญิงญี่ปุ่นวัย 76 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาล ถึงเหตุฆาตกรรมอดีตสามี 3 คน ที่ทำให้เธอได้รับเงินประกันจากการจากไปของชายเหล่านั้นร่วม 1,000 ล้านเยน หรือราว 250 ล้านบาทคือมูลเหตุที่ทำให้ คาเคฮิ ผสมไซยาไนด์ที่ซื้อต่อจากเพื่อนลงในอาหารแล้วให้อดีตสามีทั้ง 3 กิน แพทย์ชันสูตรศพ พบร่องรอยของไซยาไนด์ตกค้างในร่างกายของอดีตสามีคนล่าสุด จึงขยายผลย้อนกลับไปดูอดีตสามีอีกทั้ง 2 คนของเธอ ก็พบว่าพวกเขาถูกวางยาพิษด้วยไซยาไนด์เช่นกัน ตำรวจจับกุมเธอในปี 2557 และตั้งข้อกล่าวหา"วางแผนฆาตกรรม" มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 คนในเวลา 6 ปี แม้ คาเคฮิ ปฏิเสธส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องดังกล่าว และกล่าวว่า"มันคือเรื่องของโชคชะตา ถ้าใครคิดว่าฉันคือฆาตกร ขอยอมกัดลิ้นตัวเองตายดีกว่า" ส่วนทนายของเธอก็ยืนยันว่าลูกความของเธอ"เป็นโรคอัลไซเมอร์ จำอะไรไม่ได้" แต่ศาลตัดสินให้เธอรับโทษประหารชีวิต แม้เธอทำเรื่องอุทธรณ์โทษประหารฯ แต่ศาลสูงสุดก็ยกคำร้องของเธอในกลางปี 2564 ทำให้ตอนนี้.
"แอม ไซยาไนด์" อาจจะกำลังได้ชื่อว่าเป็น ฆาตกรที่ใช้สารเคมีสังหารคนมากที่สุดติดอันดับโลก แต่ในอดีต เกิดฆาตกรรมต่อเนื่องที่ใช้ ไซยาไนด์ ด้วยฝีมือหญิงญี่ปุ่นและหญิงอินเดียมาแล้วเค.ดี.เคมปามมะ เธอเกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง แต่งงานกับช่างตัดเสื้อ และรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาด หลังจากแต่งงาน เธอก่อตั้งกองทุนรวบรวมเงินบริจาค แต่นำเงินทั้งหมดมาใช้ส่วนตัว ทำให้สามีไล่เธอ ออกจากบ้านในปี 2541 และนี่คือจุดเริ่มต้นของในช่วงปี 2542-2550 เคมปามมะ วางยาพิษสังหารผู้หญิง 6 คน ซึ่ง 5 คนหลังเกิดเหตุในเวลาเพียง 3 เดือน ทำให้เธอถูกสื่อตั้งฉายาให้ว่า"ไซยาไนด์ มัลลิกา" ฆาตกรต่อเนื่องหญิงคนแรกของอินเดีย ด้วยสังคมชายเป็นใหญ่ ข่าวเรื่องฆาตกรที่เป็นเพศหญิง และก่อเหตุต่อเนื่อง จึงสร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจในอินเดียเป็นอย่างมาก สื่อของอินเดียในขณะนั้น รายงานว่าพฤติการณ์ของ เคมปามมะ จะสังเกตผู้หญิงที่เดินทางมาวัด สวดภาวนาให้พ้นทุกข์ในเรื่องต่างๆ เธอจะเข้าไปตีสนิท โกหกว่าจะทำให้พวกเขาพ้นทุกข์ ด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว เธอจะยื่นแก้วน้ำผสมไซยาไนด์ให้ดื่มจนพวกเขาเสียชีวิต แล้วจึงค่อยชิงทรัพย์ไป ผู้เสียชีวิตรายแรกเกิดขึ้นในปี 2542 จากนั้น เคมปามมะ ทิ้งช่วงไปนานหลายปี แล้วจึงก่อเหตุซ้ำอีกครั้งในปี 2550 ซึ่งครั้งนั้น เธอใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนสังหารผู้หญิงไป 5 คน เคมปามมะถูกจับกุมในปีถัดมา ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2555 แต่ได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำ สำหรับ ฉายา"มัลลิกา" นั้น มาจากชื่อผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายที่เธอยื่นน้ำดื่มผสมไซยาไนด์ ด้วยคำหลอกลวงว่าจะทำให้เขาพ้นทุกข์"จิซาโกะ คาเคฮิ" หญิงญี่ปุ่นวัย 76 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาล ถึงเหตุฆาตกรรมอดีตสามี 3 คน ที่ทำให้เธอได้รับเงินประกันจากการจากไปของชายเหล่านั้นร่วม 1,000 ล้านเยน หรือราว 250 ล้านบาทคือมูลเหตุที่ทำให้ คาเคฮิ ผสมไซยาไนด์ที่ซื้อต่อจากเพื่อนลงในอาหารแล้วให้อดีตสามีทั้ง 3 กิน แพทย์ชันสูตรศพ พบร่องรอยของไซยาไนด์ตกค้างในร่างกายของอดีตสามีคนล่าสุด จึงขยายผลย้อนกลับไปดูอดีตสามีอีกทั้ง 2 คนของเธอ ก็พบว่าพวกเขาถูกวางยาพิษด้วยไซยาไนด์เช่นกัน ตำรวจจับกุมเธอในปี 2557 และตั้งข้อกล่าวหา"วางแผนฆาตกรรม" มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 คนในเวลา 6 ปี แม้ คาเคฮิ ปฏิเสธส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องดังกล่าว และกล่าวว่า"มันคือเรื่องของโชคชะตา ถ้าใครคิดว่าฉันคือฆาตกร ขอยอมกัดลิ้นตัวเองตายดีกว่า" ส่วนทนายของเธอก็ยืนยันว่าลูกความของเธอ"เป็นโรคอัลไซเมอร์ จำอะไรไม่ได้" แต่ศาลตัดสินให้เธอรับโทษประหารชีวิต แม้เธอทำเรื่องอุทธรณ์โทษประหารฯ แต่ศาลสูงสุดก็ยกคำร้องของเธอในกลางปี 2564 ทำให้ตอนนี้
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รายได้ 12 ล./ปี ทรัพย์สิน 'ขวัญเรือน เทียนทอง' อดีต นายก อบจ.สระแก้ว 1653 ล.ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'ขวัญเรือน เทียนทอง' อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ทรัพย์สินกว่า 1653 ล้าน ลงทุนเพียบ มีที่ดิน 118 รายการ สะสมเครื่องประดับ-แหวน-สร้อยคอ-ต่างหู รายได้ 12 ล./ปี
Read more »
อึ้ง! เจอไซยาไนด์ในรถ 'แอม' คันที่จอดราชบุรี ส่วนพี่สาวสองคนปัดมีเอี่ยวอึ้ง! ผู้การราชบุรีเผย พบไซยาไนด์ในรถ 'แอม ไซยาไนด์' คันที่จอดราชบุรี ขณะที่พี่สาวทั้งสอง ที่ร่วมกันนำยาให้เหยื่อ ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
Read more »
'บิ๊กโจ๊ก' ประชุมชุดคลี่คลายคดี 'แอม ไซยาไนด์'“บิ๊กโจ๊ก” ประชุมชุดคลี่คลายคดี “แอม ไซยาไนด์” อ่านต่อ : iNNNews บิ๊กโจ๊ก แอมไซยาไนด์ แอม ข่าววันนี้ ไม่พลาดทุกเรื่องอินเทรนด์
Read more »
