บันทึกโลก 'ฆาตกรหญิง-ยาพิษ-ทรัพย์สิน'

United States News News

บันทึกโลก 'ฆาตกรหญิง-ยาพิษ-ทรัพย์สิน'
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 114 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 49%
  • Publisher: 51%

แอม ไซยาไนด์ อาจจะกำลังได้ชื่อว่าเป็น ฆาตกรที่ใช้สารเคมีสังหารคนมากที่สุดติดอันดับโลก แต่ในอดีต เกิดฆาตกรรมต่อเนื่องที่ใช้ ไซยาไนด์ ด้วยฝีมือหญิงญี่ปุ่นและหญิงอินเดียมาแล้ว 📌 อ่านต่อ ThaiPBS

"แอม ไซยาไนด์" อาจจะกำลังได้ชื่อว่าเป็น ฆาตกรที่ใช้สารเคมีสังหารคนมากที่สุดติดอันดับโลก แต่ในอดีต เกิดฆาตกรรมต่อเนื่องที่ใช้ ไซยาไนด์ ด้วยฝีมือหญิงญี่ปุ่นและหญิงอินเดียมาแล้วเค.ดี.เคมปามมะ เธอเกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง แต่งงานกับช่างตัดเสื้อ และรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาด หลังจากแต่งงาน เธอก่อตั้งกองทุนรวบรวมเงินบริจาค แต่นำเงินทั้งหมดมาใช้ส่วนตัว ทำให้สามีไล่เธอ ออกจากบ้านในปี 2541 และนี่คือจุดเริ่มต้นของในช่วงปี 2542-2550 เคมปามมะ วางยาพิษสังหารผู้หญิง 6 คน ซึ่ง 5 คนหลังเกิดเหตุในเวลาเพียง 3 เดือน ทำให้เธอถูกสื่อตั้งฉายาให้ว่า"ไซยาไนด์ มัลลิกา" ฆาตกรต่อเนื่องหญิงคนแรกของอินเดีย ด้วยสังคมชายเป็นใหญ่ ข่าวเรื่องฆาตกรที่เป็นเพศหญิง และก่อเหตุต่อเนื่อง จึงสร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจในอินเดียเป็นอย่างมาก สื่อของอินเดียในขณะนั้น รายงานว่าพฤติการณ์ของ เคมปามมะ จะสังเกตผู้หญิงที่เดินทางมาวัด สวดภาวนาให้พ้นทุกข์ในเรื่องต่างๆ เธอจะเข้าไปตีสนิท โกหกว่าจะทำให้พวกเขาพ้นทุกข์ ด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว เธอจะยื่นแก้วน้ำผสมไซยาไนด์ให้ดื่มจนพวกเขาเสียชีวิต แล้วจึงค่อยชิงทรัพย์ไป ผู้เสียชีวิตรายแรกเกิดขึ้นในปี 2542 จากนั้น เคมปามมะ ทิ้งช่วงไปนานหลายปี แล้วจึงก่อเหตุซ้ำอีกครั้งในปี 2550 ซึ่งครั้งนั้น เธอใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนสังหารผู้หญิงไป 5 คน เคมปามมะถูกจับกุมในปีถัดมา ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2555 แต่ได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำ สำหรับ ฉายา"มัลลิกา" นั้น มาจากชื่อผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายที่เธอยื่นน้ำดื่มผสมไซยาไนด์ ด้วยคำหลอกลวงว่าจะทำให้เขาพ้นทุกข์"จิซาโกะ คาเคฮิ" หญิงญี่ปุ่นวัย 76 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาล ถึงเหตุฆาตกรรมอดีตสามี 3 คน ที่ทำให้เธอได้รับเงินประกันจากการจากไปของชายเหล่านั้นร่วม 1,000 ล้านเยน หรือราว 250 ล้านบาทคือมูลเหตุที่ทำให้ คาเคฮิ ผสมไซยาไนด์ที่ซื้อต่อจากเพื่อนลงในอาหารแล้วให้อดีตสามีทั้ง 3 กิน แพทย์ชันสูตรศพ พบร่องรอยของไซยาไนด์ตกค้างในร่างกายของอดีตสามีคนล่าสุด จึงขยายผลย้อนกลับไปดูอดีตสามีอีกทั้ง 2 คนของเธอ ก็พบว่าพวกเขาถูกวางยาพิษด้วยไซยาไนด์เช่นกัน ตำรวจจับกุมเธอในปี 2557 และตั้งข้อกล่าวหา"วางแผนฆาตกรรม" มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 คนในเวลา 6 ปี แม้ คาเคฮิ ปฏิเสธส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องดังกล่าว และกล่าวว่า"มันคือเรื่องของโชคชะตา ถ้าใครคิดว่าฉันคือฆาตกร ขอยอมกัดลิ้นตัวเองตายดีกว่า" ส่วนทนายของเธอก็ยืนยันว่าลูกความของเธอ"เป็นโรคอัลไซเมอร์ จำอะไรไม่ได้" แต่ศาลตัดสินให้เธอรับโทษประหารชีวิต แม้เธอทำเรื่องอุทธรณ์โทษประหารฯ แต่ศาลสูงสุดก็ยกคำร้องของเธอในกลางปี 2564 ทำให้ตอนนี้.

"แอม ไซยาไนด์" อาจจะกำลังได้ชื่อว่าเป็น ฆาตกรที่ใช้สารเคมีสังหารคนมากที่สุดติดอันดับโลก แต่ในอดีต เกิดฆาตกรรมต่อเนื่องที่ใช้ ไซยาไนด์ ด้วยฝีมือหญิงญี่ปุ่นและหญิงอินเดียมาแล้วเค.ดี.เคมปามมะ เธอเกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง แต่งงานกับช่างตัดเสื้อ และรับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาด หลังจากแต่งงาน เธอก่อตั้งกองทุนรวบรวมเงินบริจาค แต่นำเงินทั้งหมดมาใช้ส่วนตัว ทำให้สามีไล่เธอ ออกจากบ้านในปี 2541 และนี่คือจุดเริ่มต้นของในช่วงปี 2542-2550 เคมปามมะ วางยาพิษสังหารผู้หญิง 6 คน ซึ่ง 5 คนหลังเกิดเหตุในเวลาเพียง 3 เดือน ทำให้เธอถูกสื่อตั้งฉายาให้ว่า"ไซยาไนด์ มัลลิกา" ฆาตกรต่อเนื่องหญิงคนแรกของอินเดีย ด้วยสังคมชายเป็นใหญ่ ข่าวเรื่องฆาตกรที่เป็นเพศหญิง และก่อเหตุต่อเนื่อง จึงสร้างความตกตะลึงให้กับสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจในอินเดียเป็นอย่างมาก สื่อของอินเดียในขณะนั้น รายงานว่าพฤติการณ์ของ เคมปามมะ จะสังเกตผู้หญิงที่เดินทางมาวัด สวดภาวนาให้พ้นทุกข์ในเรื่องต่างๆ เธอจะเข้าไปตีสนิท โกหกว่าจะทำให้พวกเขาพ้นทุกข์ ด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว เธอจะยื่นแก้วน้ำผสมไซยาไนด์ให้ดื่มจนพวกเขาเสียชีวิต แล้วจึงค่อยชิงทรัพย์ไป ผู้เสียชีวิตรายแรกเกิดขึ้นในปี 2542 จากนั้น เคมปามมะ ทิ้งช่วงไปนานหลายปี แล้วจึงก่อเหตุซ้ำอีกครั้งในปี 2550 ซึ่งครั้งนั้น เธอใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนสังหารผู้หญิงไป 5 คน เคมปามมะถูกจับกุมในปีถัดมา ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2555 แต่ได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำ สำหรับ ฉายา"มัลลิกา" นั้น มาจากชื่อผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายที่เธอยื่นน้ำดื่มผสมไซยาไนด์ ด้วยคำหลอกลวงว่าจะทำให้เขาพ้นทุกข์"จิซาโกะ คาเคฮิ" หญิงญี่ปุ่นวัย 76 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาล ถึงเหตุฆาตกรรมอดีตสามี 3 คน ที่ทำให้เธอได้รับเงินประกันจากการจากไปของชายเหล่านั้นร่วม 1,000 ล้านเยน หรือราว 250 ล้านบาทคือมูลเหตุที่ทำให้ คาเคฮิ ผสมไซยาไนด์ที่ซื้อต่อจากเพื่อนลงในอาหารแล้วให้อดีตสามีทั้ง 3 กิน แพทย์ชันสูตรศพ พบร่องรอยของไซยาไนด์ตกค้างในร่างกายของอดีตสามีคนล่าสุด จึงขยายผลย้อนกลับไปดูอดีตสามีอีกทั้ง 2 คนของเธอ ก็พบว่าพวกเขาถูกวางยาพิษด้วยไซยาไนด์เช่นกัน ตำรวจจับกุมเธอในปี 2557 และตั้งข้อกล่าวหา"วางแผนฆาตกรรม" มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 คนในเวลา 6 ปี แม้ คาเคฮิ ปฏิเสธส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องดังกล่าว และกล่าวว่า"มันคือเรื่องของโชคชะตา ถ้าใครคิดว่าฉันคือฆาตกร ขอยอมกัดลิ้นตัวเองตายดีกว่า" ส่วนทนายของเธอก็ยืนยันว่าลูกความของเธอ"เป็นโรคอัลไซเมอร์ จำอะไรไม่ได้" แต่ศาลตัดสินให้เธอรับโทษประหารชีวิต แม้เธอทำเรื่องอุทธรณ์โทษประหารฯ แต่ศาลสูงสุดก็ยกคำร้องของเธอในกลางปี 2564 ทำให้ตอนนี้

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

รายได้ 12 ล./ปี ทรัพย์สิน 'ขวัญเรือน เทียนทอง' อดีต นายก อบจ.สระแก้ว 1653 ล.รายได้ 12 ล./ปี ทรัพย์สิน 'ขวัญเรือน เทียนทอง' อดีต นายก อบจ.สระแก้ว 1653 ล.ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'ขวัญเรือน เทียนทอง' อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ทรัพย์สินกว่า 1653 ล้าน ลงทุนเพียบ มีที่ดิน 118 รายการ สะสมเครื่องประดับ-แหวน-สร้อยคอ-ต่างหู รายได้ 12 ล./ปี
Read more »

อึ้ง! เจอไซยาไนด์ในรถ 'แอม' คันที่จอดราชบุรี ส่วนพี่สาวสองคนปัดมีเอี่ยวอึ้ง! เจอไซยาไนด์ในรถ 'แอม' คันที่จอดราชบุรี ส่วนพี่สาวสองคนปัดมีเอี่ยวอึ้ง! ผู้การราชบุรีเผย พบไซยาไนด์ในรถ 'แอม ไซยาไนด์' คันที่จอดราชบุรี ขณะที่พี่สาวทั้งสอง ที่ร่วมกันนำยาให้เหยื่อ ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
Read more »

'บิ๊กโจ๊ก' ประชุมชุดคลี่คลายคดี 'แอม ไซยาไนด์''บิ๊กโจ๊ก' ประชุมชุดคลี่คลายคดี 'แอม ไซยาไนด์'“บิ๊กโจ๊ก” ประชุมชุดคลี่คลายคดี “แอม ไซยาไนด์” อ่านต่อ : iNNNews บิ๊กโจ๊ก แอมไซยาไนด์ แอม ข่าววันนี้ ไม่พลาดทุกเรื่องอินเทรนด์
Read more »



Render Time: 2026-04-02 05:39:07