บอร์ด กสทช.แจงปมร้อน นำเงินกองทุน กทปส.ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ฐานเศรษฐกิจ
กสทช. มีภารกิจตามกฎหมายในการสนับสนุนการแสวงหาเนื้อหาหรือซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเพื่อนำมาออกอากาศหรือไม่ กสทช. มีกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง จำนวนสามฉบับที่ทางรักษาการเลขาธิการ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ได้หยิบยกมาเพื่อประกอบข้อเสนอของ กกท.
ให้บอร์ด กสทช. พิจารณาในเรื่องการสนับสนุนเพื่อซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลโลกได้แก่ 1) พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 36 ที่กำหนดว่า เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการและคนด้อยโอกาสให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป ให้ กสทช. กำหนดมาตรการพื้นฐานบางประการ เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีบริการที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของบุคคลดังกล่าว 2) พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 27 ให้ กสทช. มีอำนาจหน้าที่ ในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการจัดสรรเงินกองทุนตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนเสนอตามมาตรา 55 และ มาตรา 52 ให้จัดตั้งกองทุนกทปส. ขึ้นในสำนักงาน กสทช. โดยอ้างวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 เพื่อดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึง 3) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 ข้อ 3 ซึ่งอ้างถึงการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกคน รวมถึงคนด้อยโอกาสให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการโทรทัศน์บางรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะได้อย่างเป็นธรรม เสมอภาค และทั่วถึง โดยกำหนดให้รายการโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสดบางรายการถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ภายใต้การให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปเท่านั้น ตัวอย่างของรายการที่ให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป ได้แก่ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และ การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกีฬาซีเกมส์ จากข้อกฎหมายที่อ้างมา การให้เหตุผลว่า เพื่อให้คนพิการและคนด้อยโอกาสได้รับชมฟุตบอลโลกโดยเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป ไม่สามารถนำมาอ้างได้ เพราะในกรณีฟุตบอลโลกปีนี้ แม้แต่คนทั่วไปก็อาจจะไม่สามารถรับชมได้ เนื่องจาก ณ ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบกิจการรายใดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกนอกจากนี้ ประกาศ Must Have ไม่ได้หมายความว่า กสทช. จะต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งรายการที่ระบุให้เป็น Must Have ตามภาคผนวก ถ้าเอกชนที่มีการออกอากาศรายการตามภาคผนวก กสทช. มีหน้าที่กำกับดูแลให้เอกชนต้องเผยแพร่รายการนั้นผ่านการให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป กสทช. ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายใดในการแสวงหารายการตามประกาศ Must Have มาเผยแพร่ กสทช. ไม่มีภารกิจตามกฎหมายในการสนับสนุนการแสวงหาซื้อลิขสิทธิ์เนื้อหารายการฟุตบอลโลก อนึ่ง การใช้เงินกองทุนเพื่อซื้อเนื้อหาจากบริษัทเอกชนมาเผยแพร่ไม่ใช่หน้าที่ขององค์กรกำกับดูแล เพราะฟุตบอลโลกเป็นรายการที่มีมูลค่าทางธุรกิจและควรจะเป็นการลงทุนตามกลไกตลาด หากจะต้องอุดหนุนรายการควรจะเป็นในกรณีที่ต้องการตอบสนองวัตถุประสงค์เฉพาะอันไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีการอุดหนุน เช่น รายการที่ส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น รายการสำหรับชนกลุ่มน้อย เป็นต้น ในอดีตที่ผ่านมา Media Development Authority หน่วยงานกำกับดูแลของสิงคโปร์จึงตัดสินใจที่จะไม่ใช้เงินทุนPublic Service Broadcast เพื่ออุดหนุนรายการฟุตบอลโลก เพราะมองว่าไม่ได้ตอบสนองวัตถุประสงค์ในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภคหรือส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี กสทช.ก็มีประกาศ Must Have ที่ทำให้มีประเด็นว่าเป็นการแทรกแซงตลาดและเอื้อให้ผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหาเฉพาะบางประเภทที่ประเทศอื่นอาจจะไม่มีกฎ Must Have กำหนดว่า เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกคน รวมถึงคนด้อยโอกาส ให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการโทรทัศน์บางรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะได้อย่างเป็นธรรม เสมอภาค และทั่วถึง ให้รายการโทรทัศน์แบบถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา 7 รายการ กล่าวคือ กีฬาซีเกมส์ กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ กีฬาเอเซียนเกมส์ กีฬาเอเซียนพาราเกมส์ กีฬาโอลิมปิก กีฬาพาราลิมปิก และฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เป็นรายการโทรทัศน์ที่สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ด้วยการออกอากาศผ่านทางการบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปเท่านั้น ส่วนกฎ Must Carry กำหนดว่า บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป คือ บริการโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ที่สามารถรับชมได้เป็นการทั่วไปแบบมีเนื้อหาเดียวกันในทุกช่องทางการรับชมและไม่กำหนดเงื่อนไขในการได้รับบริการ ทั้งนี้ จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการปิดกั้นช่องทางการรับบริการทั้งหมดหรือแต่บางส่วน และผู้ให้บริการโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก โครงข่ายดาวเทียม เคเบิลทีวี ไอพีทีวี มีหน้าที่ต้องทำให้สมาชิกของตนได้รับชมบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปได้โดยตรงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง ผังรายการหรือเนื้อหารายการ หากวิเคราะห์แล้ว กฎ Must Have และ กฎ Must Carry จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ซื้อสิทธิ์เอกชนที่มีความร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน หรือผู้ให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินแต่เพียงผู้เดียวมากที่สุด เนื่องจากสิทธิในการจัดการผู้สนับสนุนในรายการและในช่วงเวลาการถ่ายทอดสดยังคงเป็นของเจ้าของสิทธิ และการที่กฎ Must Carry ให้ผู้ให้บริการแบบบอกรับเป็นสมาชิกนำพาสัญญาณไปแบบห้ามดัดแปลงจะส่งผลให้เกิดการรับชมที่กว้างขวางขึ้นซึ่งกลับเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของสิทธิในการที่จะอ้างอิงสัดส่วนการรับชมที่มากขึ้นส่วนผู้ให้บริการแบบบอกรับสมาชิก อาจจะมีแรงจูงใจลดลง เนื่องจากเมื่อได้สิทธิมาก็ไม่สามารถนำมาแสวงหารายได้ในเชิงพาณิชย์จากการแพร่ภาพเฉพาะในช่องทีวีแบบบอกรับสมาชิกได้ ทั้งนี้ กฎ Must Have และ Must Carry อาจส่งผลต่อราคาค่าลิขสิทธิ์ เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์จะคิดและต่อรองตามจำนวนช่องทางที่ซื้อสิทธิสำหรับเผยแพร่ เช่น โทรทัศน์ภาคพื้นดิน เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม วิทยุกระจายเสียง อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์อุปกรณ์มือถือ การรับชม/รับฟังแบบเก็บค่าบริการ หรือการถ่ายทอดไฮไลต์จากการแข่งขันเป็นต้น จะเห็นได้ว่า กฎ Must Have และ กฎ Must Carry มีส่วนทำให้การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดรายการตามที่ระบุ มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ในประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 หรือประกาศกฎ Must Have ยังมีข้อยกเว้นสำหรับการทำตามกฎ Must Have โดยเขียนว่าการดำเนินการอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎนี้ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการก่อนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกสองครั้งที่ผ่านมาเกิดขึ้นภายหลังจาก กสทช. ออกประกาศ Must Have ซึ่งบังคับใช้ในต้นปีพ.ศ. 2556 โดยมีการกำหนดให้แพร่ภาพผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดิน และโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ทั้งระบบดาวเทียม ระบบเคเบิล และระบบโครงข่ายไอพีทางสายและไร้สาย เพื่อให้สามารถรับชมได้ทั่วประเทศตามประกาศ Must Carry การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 กสทช. มีมติเห็นชอบให้กำหนดกรอบวงเงินส่งเสริมการเข้าถึงบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปในรายการ “การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2014” ให้แก่ บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนลบรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิในการเผยแพร่จาก FIFA ไม่เกินจำนวน 427.015 ล้านบาท เพื่อให้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันทั้ง 64 นัด ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอลในระบบภาคพื้นดิน หรือ Free TV ได้แก่ ช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง RS รวมถึงช่องทรูวิชั่นส์ ทั้งนี้ มีการแพร่ภาพในเคเบิล/ดาวเทียมทุกแห่ง เพื่อให้สามารถรับชมได้ทั่วไปตามประกาศ Must Carry ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนลบรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด ได้ทำการฟ้อง กสทช. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ต่อศาลปกครอง ขอให้ยกเลิกประกาศ กสทช. เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป และมิให้นำประกาศดังกล่าวมาใช้กับการเผยแพร่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เฉพาะกรณี RS ซึ่งศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่า RS ที่เป็นผู้ได้สิทธิในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ไม่ต้องถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีครบทุก 64 แมตช์ ตามกติกามัสต์แฮฟ ที่ กสทช. กำหนด โดยศาลชี้ว่า การได้สิทธิิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกของ RS ได้มาก่อนการประกาศ กฎ Must Have จึงไม่สามารถนำมาบังคับใช้กับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ตาม กฎ Must Have ยังคงมีการบังคับใช้กับกรณีอื่นตามปกติต่อไป หลังจากนั้น กสทช. จึงได้พิจารณากำหนดมาตรการชดเชยหรือบรรเทาความเสียหายนี้ ตามแนวทางของศาลปกครองแนะนำ โดยการสนับสนุนใช้จ่ายจากกองทุน หรือสนับสนุนหรือส่งเสริมด้วยวิธีการอื่นส่วนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด เป็นตัวแทนเจรจา และลงนามในสัญญาและเป็นผู้ได้รับสิทธิ์แบบออกอากาศได้ทุกแพลตฟอร์ม โดยใช้งบประมาณราว 1,400 ล้านบาท การถ่ายทอดในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับการลงทุนโดยองค์กรเอกชน 9 องค์กร ได้แก่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด , บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด , บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด , ธนาคารกสิกรไทย จำกัด, บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด , บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่นจำกัด , และบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด การถ่ายทอดสดครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง Free TV ได้แก่ ช่อง 5, True4U, Amarin TV และช่องดาวเทียม True4K โดยมีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเป็นผู้บริหารจัดการ ทั้งนี้ มีการแพร่ภาพในเคเบิล/ดาวเทียมทุกแห่ง เพื่อให้สามารถรับชมได้ทั่วประเทศตามประกาศ Must Carryในกรณีกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 เป็นกรณีที่ กกท. ของบประมาณเพื่อสนับสนุน “โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ 5 รายการ” ซึ่งถือเป็นทุนประเภทที่ 2 ตามข้อ 11 ของประกาศ กทปส. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการใช้จ่ายเงิน กทปส. พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้ กสทช. สามารถทำความตกลงกับหน่วยงานของรัฐเพื่อให้การสนับสนุนโครงการได้ กสทช. จึงได้สนับสนุน 240 ล้านบาทโดยใช้เงินจากกองทุน กทปส. และ กกท. สนับสนุนอีก 240 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยเป็นการสมทบในการซื้อลิขสิทธิ์รายการกีฬา จำนวน 5 รายการ ซึ่งมีตัวแทนนักกีฬาจากประเทศไทยเข้าร่วมในการแข่งขันด้วย ได้แก่ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น การแข่งขันโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว 2020 ณ เมืองโลซาน สมาพันธ์รัฐสวิส การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และการแข่งขันโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน 2022 ณ กรุงดาการ์ สาธารณรัฐเซเนกัล และเอเชียนเกมส์ 2022 ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน การสร้างความร่วมมือระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย และ กสทช. เพื่อขอรับทุนสนับสนุนจาก กทปส. สำหรับการถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 เป็นการพิจารณาโครงการฯ ตามกระบวนการของ กทปส. และ กสทช. ที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากใช้เงิน 1.6 พันล้านบาทจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกจะเกิดค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร?การใช้เงินกองทุน กทปส. เพื่อซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก แม้จะเป็นการอุดหนุนการเข้าถึงเนื้อหาที่ระบุไว้ในกฎ Must Have แต่กสทช. เป็นองค์กรกำกับดูแล จึงควรดูแลให้ผู้ประกอบการทำตามกฎที่มี มากกว่าจะเข้ามาแทรกแซงตลาดโดยใช้งบประมาณจากกองทุน กทปส. ซึ่งกำหนดไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในระยะยาวและมีความยั่งยืนทางสังคมสูงกว่า เงินจากกองทุน กทปส. ในส่วนบัญชีกองทุนเพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียมด้านกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์เป็นแหล่งที่มาส่วนหนึ่งของเงินที่ถูกอ้างว่าจะนำไปใช้สนับสนุนในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลกในปีนี้ ทาง กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการยกร่างประกาศตามมาตรา 52 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่กำหนดว่า หากรายการใดเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือสมควรส่งเสริมให้มีการผลิตรายการ หรือผู้ประกอบการรายใดปฏิบัติตามมาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการและคนด้อยโอกาสตามมาตรา 36 คณะกรรมการอาจพิจารณาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกองทุนได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ร่างประกาศนี้จะมุ่งเน้นให้มีการส่งเสริมการผลิตรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมใน 3 รูปแบบ คือ รายการสำหรับเด็กและเยาวชน รายการที่ส่งเสริมความหลากหลายในสังคมในมิติต่าง ๆ อาทิเช่น รายการสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา กลุ่มผู้ที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่แตกต่าง หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น และรายการที่เป็นการร่วมผลิตกับผู้ผลิตที่มีศักยภาพในต่างประเทศ หากนำเงินจำนวน 1.6 พันล้านบาท ที่จัดเก็บจากผู้ประกอบการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายไปใช้เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหมดในคราวเดียว โอกาสที่จะได้ส่งเสริมเนื้อหาที่มีคุณค่าทางสังคมแต่ขาดทุนสนับสนุน และการเสริมศักยภาพผู้ผลิตเนื้อหาของไทยให้สามารถเรียนรู้และแข่งขันได้ในระดับนานาชาติก็จะต้องสูญหายไปด้วยนอกจากนี้ การใช้เงินจำนวน 1.6 พันล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ย่อมจะกระทบสภาพคล่องของกองทุนกทปส. และอาจส่งผลให้เกิดภาวะสุญญากาศในการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากรในกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์หรือกิจการโทรคมนาคม ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ควรจะได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับสภาวะดิจิทัลดิสรัปชั่นที่ส่งผลต่อวงการการสื่อสารของประเทศอย่างกว้างขวางเมื่อเปรียบเทียบว่าเงินจำนวนราว 1.6 พันล้านบาท ที่ให้การสนับสนุนเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก จะสามารถนำมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุน กสทช. ตามกฎหมาย โดยเทียบกับโครงการที่กองทุนฯ ให้การสนับสนุนที่ผ่านมาจะสามารถ ให้การสนับสนุนสถานพยาบาล/โรงพยาบาลในโครงการต่อสู้สถานการณ์ "ไวรัสโคโรนา" สายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้มากกว่า166 โครงการ คิดเป็นสามเท่าของทุนที่ให้การสนับสนุนให้ทุนแก่ชุมชนหรือองค์กรวิชาชีพเพื่อดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์กองทุนฯ โครงการละ 1 ล้านบาท ได้มากถึง 1,600 โครงการ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ประธานทีดีอาร์ไอค้าน 'กสทช.'ควักเงินกองทุนฯจ่ายลิขสิทธิ์บอลโลกให้คนไทยดูฟรีวันที่ 7 พ.ย.65 ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โพสต์เฟซบุ๊ก Somkiat Tangkitvanich ระบุข้อความว่า ...=ฟุตบอลโลก กทปส. และประกาศพิลึกของ กสทช.=จนบัดนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ประเทศไทยจะถ่ายทอดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่จะเริ่มในวันที่ 21 พ.ย.
Read more »
ต้านซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ! นิเทศจุฬาฯ ยกเหตุขัดหลักการ'กองทุน กทปส.'นิเทศจุฬาฯ ค้านสุดตัว ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 'ฟุตบอลโลก 2022' ยกเหตุผลละเอียดยิบ หาก กสทช. ใช้เงิน 1,600 ล้านบาทจริง ขัดต่อวัตถุประสงค์ของกองทุน 'กทปส' เตรียมนัดแถลงข่าวด่วนวันนี้ ( 8 พ.ย.65 ) ฐานเศรษฐกิจ
Read more »
นักวิชาการ ค้าน กสทช.นำเงินกองทุน กทปส. ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ชี้ผิดเงื่อนไข : อินโฟเควสท์นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนนักวิชาการด้านสื่อ ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านการนำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ไปใช้สนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 เป็นจำนวนเงินค่าซื้อลิขสิทธิ์รวมภาษีสูงถึง 42 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท นั้น โดยระบุเหตุผลดังนี้ หาก กสทช.พิจารณาอนุมัติเงินสนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 นั่นหมายถึง การนำเงินจากบัญชีของกองทุน กทปส. ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสารการวิจัยและพัฒนาด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ การเข้าถึงบริการกระจายเสียง บริการโทรทัศน์ บริการโทรคมนาคมสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีความต้องการหลากหลายในสังคม การพัฒนาบุคลากรและองค์กรวิชาชีพ ตลอดจนสนับสนุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แหล่งของเงินที่ กสทช.จะนำมาใช้ในกรณีนี้ได้ คือ เงินจากบัญชีที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ นั่นคือ บัญชีที่ 1 และบัญชีที่ 2 ของกองทุน กทปส. บัญชีที่ 1 ของกองทุน กทปส. …
Read more »
ไม่ตรงวัตถุประสงค์ กทปส. -นิเทศ จุฬาฯ,วารสาร มธ.ค้านใช้งบ 1.6 พัน ล.ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกนิเทศ จุฬาฯ-วารสาร มธ. นักวิชาการสื่อ ยก 6 เหตุผลค้านกองทุน กทปส.อนุมันิ 1.6 พันล้าน ชี้เป็นแค่กีฬาเฉพาะกลุ่ม ไม่ตอบสนองต่อจุดประสงค์กองทุนให้ผู้ด้อยโอกาส
Read more »
'ดร.สมเกียรติ' ทีดีอาร์ไอ โพสต์ 'ปมถ่ายทอดฟุตบอลโลก' อัด ประกาศพิลึก กสทช.!!ดร.สมเกียรติ โพสต์ ปมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ชี้ กองทุน กทปส. ไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่ออุดหนุนฟุตบอลโลก ชี้ปัญหาอยู่การออกกฎ Must have และ Must carry ของ กสทช. อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »
ก่อนวันชี้ชะตา! นิเทศจุฬาแถลงค้าน 'กสทช.' ทุ่มซื้อยิงสดบอลโลก ข้องใจเอื้อประโยชน์กลุ่มใดหรือไม่ | เดลินิวส์'นิเทศจุฬาฯ' แถลงไม่เห็นด้วย หาก 'กสทช.' นำเงิน 1.6 พันล้าน ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ข้องใจเอื้อประโยชน์กลุ่มใด ชี้ช่องเปิดทางเอกชนลงขัน
Read more »
