นึกว่าบุญหล่นทับ 'ร้านทองเมืองกรุง' เปิดโปร จ่ายหลักร้อย รับทองคำหนัก 1บาท

United States News News

นึกว่าบุญหล่นทับ 'ร้านทองเมืองกรุง' เปิดโปร จ่ายหลักร้อย รับทองคำหนัก 1บาท
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 183 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 76%
  • Publisher: 63%

มาอีกแล้ว ของดีราคาถูก มาเรื่อยๆ บ่อยๆ ส่วนจะดีจริงตามกล่าวอ้างหรือเปล่า คงต้องถามไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ...แต่สำหรับ 'ของแพง ราคาถูก' อย่างทองรูปพรรณ

มาอีกแล้ว ของดีราคาถูก มาเรื่อยๆ บ่อยๆ ส่วนจะดีจริงตามกล่าวอ้างหรือเปล่า คงต้องถามไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย .แต่สำหรับอย่างทองรูปพรรณ ไม่ค่อยจะมีมา หรือไม่มีให้เห็นเลยด้วยซ้ำไป ก็แน่แหละนะ ราคาทองมันก็ต้องขึ้นๆ ลงๆ แล้วแต่วันตามราคามาตรฐานสากล เป็นไปได้ที่ไหนที่เจ้าของร้านทองจะมากำหนดราคา ลดแลกแจกแถมกันโครมๆ ทั่วพระนครขนาดนี้ สาวผู้โชคดีรายหนึ่ง เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า "เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคนโทรเข้าเบอร์มือถือ บอกว่าดิฉันได้รับการจับรางวัลเป็นทองคำจากร้านทองร้านหนึ่งที่กรุงเทพฯ และ 2-3 วัน จะมีพนักงานนำมา แต่ต้องเสียค่าส่ง 250 บาท แถมยังย้ำว่า เป็นทองคำแท้ขายได้ จำนำได้ ขณะนั้นตัวเธอเองก็รู้สึกงง เพราะเราไม่เคยซื้อทองจากร้านนี้ เธอจึงถามกลับไปว่า หนักเท่าไร ปลายสายตอบว่า 2 สลึง ถึง 5 บาท กระทั่งต่อมา ทางบริษัทส่งของ "เคอรี่" นำของมาส่ง แต่เก็บเงิน 290 บาท เธอยอมจ่ายเงินไปอย่างงงๆ เปิดดูเป็นสร้อยคอเส้นใหญ่ หนักประมาณ 1 บาท จึงนำไปให้ร้านทองดู ร้านทองบอกว่าทองปลอม เธอจึงเล่าให้ร้านทองฟัง ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าขณะเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oraphan Amka ออกมาโพสต์เรื่องราวเตือนภัยจากพฤติกรรมของมิจฉาชีพ หลังเธอได้รับสายจากผู้หญิงคนหนึ่ง ระบุว่า เธอคือผู้โชคดีได้รับรางวัลจี้สร้อยคอทองคำ โดยเธอไม่ได้เอะใจเพราะคิดว่ามาจากการที่กรอกชื่อพร้อมที่อยู่ไว้กับห้างแห่งหนึ่งเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา มิจฉาชีพบอกว่า ให้เธอรอรับโทรศัพท์จากพนักงานส่งของและเสียเงินปลายทาง 290 บาท จากนั้น 2 วันมีพัสดุมาส่งที่บ้านในขณะที่เธอไม่อยู่ แฟนจึงเป็นผู้รับแทน เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นสร้อยคอทองคำหนึ่งเส้น แต่ถุงที่ใส่นั้นเป็นสีแดงเรียบๆ เมื่อนำทองดังกล่าวไปให้ร้านทองตรวจสอบก็พบว่าเป็นทองปลอม จึงนำเรื่องดังกล่าวมาเตือนภัย เพราะพบว่าเริ่มมีผู้เสียหายรายอื่นที่โดนลักษณะนี้แล้วเช่นกันแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ มีออกมาในหลายรูปแบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอข้อมูลการส่งของเก็บเงินปลายทาง นำสู่การทลายโกดังในพื้นที่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งพฤติกรรมแก๊งดังกล่าวคือ จะซื้อข้อมูลชื่อที่อยู่ลูกค้ามาจากบริษัทส่งของเอกชน จากนั้นได้นำรายชื่อดังกล่าวแปะไว้หน้ากล่องพัสดุ แล้วสุ่มส่งไปตามที่อยู่เพื่อเก็บเงินปลายทาง หากเจ้าตัวตามชื่อจ่าหน้าซองไม่อยู่ ส่วนใหญ่คนในบ้านจะเป็นผู้เซ็นรับของแทน และจ่ายเงินไปให้ก่อน กว่าจะรู้อีกทีว่าเป็นกลลวงของมิจฉาชีพก็ตอนที่เจ้าตัวได้กลับมาถึงบ้าน พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยสั่งของหรือออเดอร์สินค้าใดๆ จึงถึงบางอ้อว่า หลงกลมิจฉาชีพเข้าแล้ว ยังโชคดีที่มูลค่าราคาไม่แพงมาก หลักร้อย-หลักพัน จึงไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดโดยการเข้าแจ้งความ ด้วยเหตุผลเพียงว่า "เสียเวลา" เหตุนี้เองมิจฉาชีพจึงก่อเหตุเรื่อยๆ มูลค่าความเสียหายสูงขึ้น จากหลักร้อย หลักพัน เป็นหลักล้านเท่าที่ผ่านมา สินค้าที่มิจฉาชีพนำมายัดเยียดเก็บเงินปลายทาง จะเป็นสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ราคาถูก และเป็นของละเมิดลิขสิทธิ์แทบทั้งสิ้น มีตั้งแต่กระเป๋าแบรนด์เนมปลอม เครื่องสำอางปลอม รองเท้า เครื่องกีฬาปลอม ฯลฯ จัดส่งทางบริษัทขนส่งเอกชนตามปกติ ที่ผ่านมาพบสถิติคนรู้ทันไม่จ่ายเงินรับของมีเป็นจำนวนมาก เหตุนี้เองทำให้สินค้าถูกตีกลับหลายพันกล่องต่อวัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะมิจฉาชีพจะนำมาลอกกระดาษชื่อที่อยู่เดิมออก แล้วเอาชื่ออีกคนแปะส่งออกไปตามขั้นตอนเดิม ถึงแม้ตำรวจจะสามารถทลายโกดังได้แล้ว แต่ยังเหลือเครือข่ายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะขณะนี้การหลอกขายทองรูปพรรณปลอม ที่ระบาดมาพักใหญ่ๆ และระบาดต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ท่ามกลางการกวาดล้างจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจประชาชนเชื่อว่า การเอาผิดมิจฉาชีพที่ก่อเหตุแบบนี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นการส่งของมาจริง และหลอกขายของ โดยอ้างว่าแจกฟรี มีตั้งแต่ ให้ฟรี, ของราคาถูก, คุณคือผู้โชคดี lucky draw, ประมูลได้ พร้อมเรียกเก็บเงินปลายทางในมูลค่าที่คุ้มค่าส่ง+ค่าของแล้ว ผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจในการเข้าแจ้งความ เพราะว่ามูลค่าเสียหายไม่มาก จึงทำให้มิจฉาชีพยังคงก่อเหตุบานปลายขึ้นเรื่อยๆ และถึงแม้จะมีการแจ้งเตือนออกสื่อไปแล้ว ก็มิได้จะหมายความว่ามีคนรู้ทัน เหตุนี้เองทำให้การหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ กระจายเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ตำรวจกวาดล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมด.

มาอีกแล้ว ของดีราคาถูก มาเรื่อยๆ บ่อยๆ ส่วนจะดีจริงตามกล่าวอ้างหรือเปล่า คงต้องถามไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ...แต่สำหรับอย่างทองรูปพรรณ ไม่ค่อยจะมีมา หรือไม่มีให้เห็นเลยด้วยซ้ำไป ก็แน่แหละนะ ราคาทองมันก็ต้องขึ้นๆ ลงๆ แล้วแต่วันตามราคามาตรฐานสากล เป็นไปได้ที่ไหนที่เจ้าของร้านทองจะมากำหนดราคา ลดแลกแจกแถมกันโครมๆ ทั่วพระนครขนาดนี้ สาวผู้โชคดีรายหนึ่ง เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า "เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคนโทรเข้าเบอร์มือถือ บอกว่าดิฉันได้รับการจับรางวัลเป็นทองคำจากร้านทองร้านหนึ่งที่กรุงเทพฯ และ 2-3 วัน จะมีพนักงานนำมา แต่ต้องเสียค่าส่ง 250 บาท แถมยังย้ำว่า เป็นทองคำแท้ขายได้ จำนำได้ ขณะนั้นตัวเธอเองก็รู้สึกงง เพราะเราไม่เคยซื้อทองจากร้านนี้ เธอจึงถามกลับไปว่า หนักเท่าไร ปลายสายตอบว่า 2 สลึง ถึง 5 บาท กระทั่งต่อมา ทางบริษัทส่งของ "เคอรี่" นำของมาส่ง แต่เก็บเงิน 290 บาท เธอยอมจ่ายเงินไปอย่างงงๆ เปิดดูเป็นสร้อยคอเส้นใหญ่ หนักประมาณ 1 บาท จึงนำไปให้ร้านทองดู ร้านทองบอกว่าทองปลอม เธอจึงเล่าให้ร้านทองฟัง ซึ่งก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าขณะเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oraphan Amka ออกมาโพสต์เรื่องราวเตือนภัยจากพฤติกรรมของมิจฉาชีพ หลังเธอได้รับสายจากผู้หญิงคนหนึ่ง ระบุว่า เธอคือผู้โชคดีได้รับรางวัลจี้สร้อยคอทองคำ โดยเธอไม่ได้เอะใจเพราะคิดว่ามาจากการที่กรอกชื่อพร้อมที่อยู่ไว้กับห้างแห่งหนึ่งเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา มิจฉาชีพบอกว่า ให้เธอรอรับโทรศัพท์จากพนักงานส่งของและเสียเงินปลายทาง 290 บาท จากนั้น 2 วันมีพัสดุมาส่งที่บ้านในขณะที่เธอไม่อยู่ แฟนจึงเป็นผู้รับแทน เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นสร้อยคอทองคำหนึ่งเส้น แต่ถุงที่ใส่นั้นเป็นสีแดงเรียบๆ เมื่อนำทองดังกล่าวไปให้ร้านทองตรวจสอบก็พบว่าเป็นทองปลอม จึงนำเรื่องดังกล่าวมาเตือนภัย เพราะพบว่าเริ่มมีผู้เสียหายรายอื่นที่โดนลักษณะนี้แล้วเช่นกันแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ มีออกมาในหลายรูปแบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอข้อมูลการส่งของเก็บเงินปลายทาง นำสู่การทลายโกดังในพื้นที่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งพฤติกรรมแก๊งดังกล่าวคือ จะซื้อข้อมูลชื่อที่อยู่ลูกค้ามาจากบริษัทส่งของเอกชน จากนั้นได้นำรายชื่อดังกล่าวแปะไว้หน้ากล่องพัสดุ แล้วสุ่มส่งไปตามที่อยู่เพื่อเก็บเงินปลายทาง หากเจ้าตัวตามชื่อจ่าหน้าซองไม่อยู่ ส่วนใหญ่คนในบ้านจะเป็นผู้เซ็นรับของแทน และจ่ายเงินไปให้ก่อน กว่าจะรู้อีกทีว่าเป็นกลลวงของมิจฉาชีพก็ตอนที่เจ้าตัวได้กลับมาถึงบ้าน พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยสั่งของหรือออเดอร์สินค้าใดๆ จึงถึงบางอ้อว่า หลงกลมิจฉาชีพเข้าแล้ว ยังโชคดีที่มูลค่าราคาไม่แพงมาก หลักร้อย-หลักพัน จึงไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดโดยการเข้าแจ้งความ ด้วยเหตุผลเพียงว่า "เสียเวลา" เหตุนี้เองมิจฉาชีพจึงก่อเหตุเรื่อยๆ มูลค่าความเสียหายสูงขึ้น จากหลักร้อย หลักพัน เป็นหลักล้านเท่าที่ผ่านมา สินค้าที่มิจฉาชีพนำมายัดเยียดเก็บเงินปลายทาง จะเป็นสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ราคาถูก และเป็นของละเมิดลิขสิทธิ์แทบทั้งสิ้น มีตั้งแต่กระเป๋าแบรนด์เนมปลอม เครื่องสำอางปลอม รองเท้า เครื่องกีฬาปลอม ฯลฯ จัดส่งทางบริษัทขนส่งเอกชนตามปกติ ที่ผ่านมาพบสถิติคนรู้ทันไม่จ่ายเงินรับของมีเป็นจำนวนมาก เหตุนี้เองทำให้สินค้าถูกตีกลับหลายพันกล่องต่อวัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะมิจฉาชีพจะนำมาลอกกระดาษชื่อที่อยู่เดิมออก แล้วเอาชื่ออีกคนแปะส่งออกไปตามขั้นตอนเดิม ถึงแม้ตำรวจจะสามารถทลายโกดังได้แล้ว แต่ยังเหลือเครือข่ายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะขณะนี้การหลอกขายทองรูปพรรณปลอม ที่ระบาดมาพักใหญ่ๆ และระบาดต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ท่ามกลางการกวาดล้างจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจประชาชนเชื่อว่า การเอาผิดมิจฉาชีพที่ก่อเหตุแบบนี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นการส่งของมาจริง และหลอกขายของ โดยอ้างว่าแจกฟรี มีตั้งแต่ ให้ฟรี, ของราคาถูก, คุณคือผู้โชคดี lucky draw, ประมูลได้ พร้อมเรียกเก็บเงินปลายทางในมูลค่าที่คุ้มค่าส่ง+ค่าของแล้ว ผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจในการเข้าแจ้งความ เพราะว่ามูลค่าเสียหายไม่มาก จึงทำให้มิจฉาชีพยังคงก่อเหตุบานปลายขึ้นเรื่อยๆ และถึงแม้จะมีการแจ้งเตือนออกสื่อไปแล้ว ก็มิได้จะหมายความว่ามีคนรู้ทัน เหตุนี้เองทำให้การหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ กระจายเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ตำรวจกวาดล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมด.

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เร่งล่าหนุ่มขี่ จยย. ตีเนียนขอซื้อของ ก่อเหตุชิงสร้อยแม่ค้าวัย 70 ปี ตร.ขอเบาะแสตามหาตัว - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWSเร่งล่าหนุ่มขี่ จยย. ตีเนียนขอซื้อของ ก่อเหตุชิงสร้อยแม่ค้าวัย 70 ปี ตร.ขอเบาะแสตามหาตัว - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWSวันที่ 23 มิ.ย.63 นี่เป็นคลิปภาพของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 1บาท 2 สลึง ที่ก่อนก่อเหตุได้ลงจากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ อากีร่า สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยคนร้ายเป็นชายกลางคน สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า แล้วเข้ามาทำทีเพื่อที่จะซื้ - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS
Read more »



Render Time: 2026-04-02 14:28:06