นักวิทย์ฯ จีนสร้างสถิติใหม่ พัฒนาระบบเชื่อมต่อไฟเบอร์-ไร้สาย รองรับ 6G และ AI

United States News News

นักวิทย์ฯ จีนสร้างสถิติใหม่ พัฒนาระบบเชื่อมต่อไฟเบอร์-ไร้สาย รองรับ 6G และ AI
United States Latest News,United States Headlines

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า ความต้องการพลังงานในการประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้นในศูนย์ข้อมูล AI รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายไร้สายยุคหน้าอย่าง 6G ทำให้ความเร็วและความหน่วงต่ำในการส่งสัญญาณเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในหลากหลายสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างด้านโครงสร้างสัญญาณและฮาร์ดแวร์ระหว่างระบบใยแก้วนำแสงกับระบบไร้สาย ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งข้อมูลความเร็วสูงแบบต้นทางถึงปลายทางบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของเครือข่ายโทรคมนาคมความเร็วสูง คณะวิจัยซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ห้องปฏิบัติการเผิงเฉิง มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เทค และศูนย์นวัตกรรมออปโตอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ได้พัฒนาระบบสื่อสารแบบหลอมรวมที่สามารถส่งสัญญาณผ่านช่องทางเดียวได้สูงถึง 512 Gbps บนเครือข่ายใยแก้วนำแสง และ 400 Gbps บนเครือข่ายไร้สาย หวัง ซิงจวิน ผู้เขียนร่วมของงานวิจัยฉบับนี้จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า ระบบใหม่นี้รองรับการส่งข้อมูลแบบสองโหมด ผ่านทั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงและไร้สาย ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์ ลดการสะสมของสัญญาณรบกวน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการแทรกแซงของสัญญาณ นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังจำลองสถานการณ์ผู้ใช้จำนวนมากในเครือข่าย 6G โดยสามารถให้บริการวิดีโอ 8K แบบเรียลไทม์พร้อมกัน 86 ช่องสัญญาณ และมีแบนด์วิดท์การรับส่งข้อมูลสูงกว่ามาตรฐาน 5G ปัจจุบันมากกว่า 10 เท่า นอกจากรองรับการสื่อสารความจุสูงมากแล้ว ระบบดังกล่าวยังมีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพพลังงาน ต้นทุน และความสามารถในการขยายใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โครงสร้างแบบออปติคัลทั้งหมดช่วยให้ผสานเข้ากับโครงข่ายใยแก้วนำแสงเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ และส่งเสริมการบูรณาการระหว่างเครือข่ายมือถือกับโครงข่ายใยแก้วนำแสง หวังกล่าวว่า ระบบใหม่นี้มีศักยภาพสูงในการนำไปประยุกต์ใช้กับสถานีฐาน 6G และศูนย์ข้อมูลไร้สาย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบโทรคมนาคม และวางรากฐานสำคัญให้กับการสื่อสารแบบบูรณาการไฟเบอร์-ไร้สายความเร็วสูงระดับอัลตร้าบรอดแบนด์ในอนาคต.

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุว่า ความต้องการพลังงานในการประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้นในศูนย์ข้อมูล AI รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายไร้สายยุคหน้าอย่าง 6G ทำให้ความเร็วและความหน่วงต่ำในการส่งสัญญาณเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในหลากหลายสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างด้านโครงสร้างสัญญาณและฮาร์ดแวร์ระหว่างระบบใยแก้วนำแสงกับระบบไร้สาย ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งข้อมูลความเร็วสูงแบบต้นทางถึงปลายทางบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของเครือข่ายโทรคมนาคมความเร็วสูง คณะวิจัยซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ห้องปฏิบัติการเผิงเฉิง มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เทค และศูนย์นวัตกรรมออปโตอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ได้พัฒนาระบบสื่อสารแบบหลอมรวมที่สามารถส่งสัญญาณผ่านช่องทางเดียวได้สูงถึง 512 Gbps บนเครือข่ายใยแก้วนำแสง และ 400 Gbps บนเครือข่ายไร้สาย หวัง ซิงจวิน ผู้เขียนร่วมของงานวิจัยฉบับนี้จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า ระบบใหม่นี้รองรับการส่งข้อมูลแบบสองโหมด ผ่านทั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงและไร้สาย ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์ ลดการสะสมของสัญญาณรบกวน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการแทรกแซงของสัญญาณ นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังจำลองสถานการณ์ผู้ใช้จำนวนมากในเครือข่าย 6G โดยสามารถให้บริการวิดีโอ 8K แบบเรียลไทม์พร้อมกัน 86 ช่องสัญญาณ และมีแบนด์วิดท์การรับส่งข้อมูลสูงกว่ามาตรฐาน 5G ปัจจุบันมากกว่า 10 เท่า นอกจากรองรับการสื่อสารความจุสูงมากแล้ว ระบบดังกล่าวยังมีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพพลังงาน ต้นทุน และความสามารถในการขยายใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โครงสร้างแบบออปติคัลทั้งหมดช่วยให้ผสานเข้ากับโครงข่ายใยแก้วนำแสงเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ และส่งเสริมการบูรณาการระหว่างเครือข่ายมือถือกับโครงข่ายใยแก้วนำแสง หวังกล่าวว่า ระบบใหม่นี้มีศักยภาพสูงในการนำไปประยุกต์ใช้กับสถานีฐาน 6G และศูนย์ข้อมูลไร้สาย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบโทรคมนาคม และวางรากฐานสำคัญให้กับการสื่อสารแบบบูรณาการไฟเบอร์-ไร้สายความเร็วสูงระดับอัลตร้าบรอดแบนด์ในอนาคต

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ข่าวดี! การลงทุน AI ครั้งใหญ่ของ Meta และ Nvidia หนุนภาคคริปโตข่าวดี! การลงทุน AI ครั้งใหญ่ของ Meta และ Nvidia หนุนภาคคริปโตข่าวการลงทุนครั้งใหญ่ในเทคโนโลยี AI โดย Meta และ Nvidia ส่งผลดีต่อภาคคริปโต โดยเฉพาะโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากเทคโนโลยี AI ที่เติบโตขึ้นจะเพิ่มความต้องการโครงสร้างคอมพิวติ้งแบบกระจายศูนย์และโซลูชัน blockchain ที่รองรับ AI
Read more »

Google เผยโฉมแว่นตาอัจฉริยะ Android XR: สองรุ่นสองสไตล์ พร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัยGoogle เผยโฉมแว่นตาอัจฉริยะ Android XR: สองรุ่นสองสไตล์ พร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัยGoogle เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่พัฒนาบนระบบปฏิบัติการ Android XR โดยแบ่งออกเป็นสองรุ่น ได้แก่ แว่นตา AI และแว่นตา Display AI พร้อมฟีเจอร์เด่นมากมาย เช่น ปุ่มกล้อง ทัชแพด และ Gemini ผู้ช่วย AI ส่วนตัว เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันในตลาดแว่นตาอัจฉริยะ
Read more »

จากยุคซอฟต์แวร์กินโลก สู่ยุคที่ AI กำลังกินซอฟต์แวร์จากยุคซอฟต์แวร์กินโลก สู่ยุคที่ AI กำลังกินซอฟต์แวร์AI กำลังเข้ามาทำลายโมเดลธุรกิจซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมที่คิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้ (Per-Seat) เนื่องจาก Agentic AI สามารถทำงานได้กึ่งอัตโนมัติและลดความจำเป็นที่คนต้องเข้าใช้ซอฟต์แวร์โดยตรง
Read more »

ล้ำไปอีก! อาจารย์จุฬาฯ ปั้นทีม AI ช่วยทำงาน ผ่าน OpenClaw พร้อมเปย์เงินเดือนจ่ายเป็น ‘Bitcoin’ล้ำไปอีก! อาจารย์จุฬาฯ ปั้นทีม AI ช่วยทำงาน ผ่าน OpenClaw พร้อมเปย์เงินเดือนจ่ายเป็น ‘Bitcoin’สรุปข่าว อาจารย์หนุ่มจุฬาฯ เผยใช้ OpenClaw สร้างทีม AI Agent ส่วนตัวที่มีบุคลิกและความถนัดต่างกัน มาช่วยจัดการงานแบบบริษัท ระบบนี้ทำงานผ่าน AI API
Read more »

วัดผล AI Search คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับ SEO ยุคใหม่ ?วัดผล AI Search คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับ SEO ยุคใหม่ ?เจาะลึกการวัดผล AI Search สำหรับ SEO ยุคใหม่ เข้าใจ KPI, AI Visibility, Brand Mentions และวิธีเลือกเอเจนซีที่เชี่ยวชาญจริงสำหรับธุรกิจทุกประเภท
Read more »

เดมิส ฮาสซาบิสเตือนถึงความเสี่ยงด้านเทคนิคของ AI ที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นในการกำกับดูแลระดับนานาชาติเดมิส ฮาสซาบิสเตือนถึงความเสี่ยงด้านเทคนิคของ AI ที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นในการกำกับดูแลระดับนานาชาติเดมิส ฮาสซาบิส ซีอีโอของ Google DeepMind แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเทคนิคที่เพิ่มขึ้นของระบบ AI ที่ทำงานได้เอง และเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลและการกำหนดมาตรฐานระดับนานาชาติเพื่อรับมือกับการพัฒนา AI ที่รวดเร็ว
Read more »



Render Time: 2026-05-08 00:13:26