นักลงทุนญี่ปุ่นมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวหลังเลือกตั้ง: ไทยยังคงเป็นฐานลงทุนสำคัญในอาเซียน

เศรษฐกิจ News

นักลงทุนญี่ปุ่นมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวหลังเลือกตั้ง: ไทยยังคงเป็นฐานลงทุนสำคัญในอาเซียน
การลงทุนญี่ปุ่นเศรษฐกิจไทย
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 169 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 88%
  • Publisher: 63%

ผลสำรวจชี้: นักลงทุนญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้ง แม้มีการกระจายการลงทุนไปยังประเทศอื่นในอาเซียน แต่ไทยยังคงเป็นฐานลงทุนหลัก ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและโอกาสในอุตสาหกรรมยานยนต์

จากการสำรวจความคิดเห็นของซีอีโอบริษัท ญี่ปุ่น ในประเทศไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และนำมาเปรียบเทียบกับมุมมองในช่วงต้นปี พบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในแนวโน้ม เศรษฐกิจ ไทยที่จะปรับตัวดีขึ้นหลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้เป็นต้นไป เศรษฐกิจ จะมีการขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่าจะยังไม่มีการระบุตัวเลขการเติบโตที่ชัดเจนว่าจะสามารถขยายตัวได้ถึง 3% ตามที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้เคยประกาศไว้หรือไม่ก็ตาม

แต่สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในภูมิภาคนี้ นายกลินท์ สารสิน อดีตประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ ได้ให้ความเห็นว่า “ในมุมมองของนักลงทุนญี่ปุ่น ประเทศไทยยังคงมีโอกาสมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และเครือข่ายธุรกิจญี่ปุ่นที่ได้เข้ามาปักหลักในประเทศไทยเป็นเวลานานกว่า 30-40 ปี เครือข่ายเหล่านี้เอื้อต่อการต่อยอดห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์” นอกจากนี้ นายกลินท์ยังได้เน้นย้ำถึงจุดเด่นอีกประการหนึ่งของประเทศไทย นั่นคือ คุณภาพชีวิตและความพร้อมในการรองรับผู้บริหารชาวต่างชาติ ซึ่งรวมถึงการให้บริการด้าน hospitality ที่ดี การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและความปลอดภัย ตลอดจนการมีโรงเรียนนานาชาติที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากลที่สามารถรองรับครอบครัวของผู้บริหารได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ทำให้การเดินทางไปมามีความสะดวกสบาย เหมาะสมกับการเป็นฐานในการบริหารจัดการธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย\นายกลินท์ยังได้ทำการเปรียบเทียบการลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยชี้ให้เห็นว่า หากพิจารณาภาพรวมการลงทุนในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งประเทศไทยได้กลายเป็นเสมือน “ดีทรอยต์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เงินลงทุนใหม่บางส่วนได้ไหลไปยังเวียดนามอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงไปยังอินโดนีเซียในบางส่วน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ในการกระจายความเสี่ยงและการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ปัจจุบัน เวียดนามได้กลายเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกในหลายอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น รวมถึงบริษัทข้ามชาติอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหาร ในขณะที่อินโดนีเซียเน้นการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ เนื่องจากมีประชากรกว่า 300 ล้านคน ซึ่งส่งผลให้ตลาดภายในประเทศมีขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงมองว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดี ไม่เบี้ยวเขา” และคาดการณ์ว่าในอนาคตการลงทุนจะกลับมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แม้ว่าปัจจุบันจีนจะมีการรุกตลาด EV ในประเทศไทยอย่างหนัก แต่บริษัทญี่ปุ่นยังคงเน้นกลยุทธ์รถยนต์ไฮบริดเป็นหลัก นายกลินท์ได้กล่าวว่า “รถยนต์ Hybrid ญี่ปุ่นในประเทศไทยยังคงขายดีมาก ยอดขายไม่ตกลงเลย” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นยังไม่ได้เร่งเกม EV อย่างเต็มรูปแบบเท่ากับจีน ทำให้ตลาดประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและการแข่งขันเชิงนโยบาย นอกจากนี้ ประเด็นที่นักลงทุนญี่ปุ่นยังคงให้ความสนใจและจับตาอย่างใกล้ชิดคือ เรื่องของการทุจริต แม้ว่าผลสำรวจจะไม่ได้ระบุถึงดัชนีภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศไทยที่ลดลงอย่างชัดเจน แต่ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อกังวลในระดับปฏิบัติการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจ่ายสินบน อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยของนักลงทุนญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับสูง\จากภาพรวมทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ญี่ปุ่นยังไม่ได้ถอนตัวออกจากประเทศไทย แม้ว่าจะมีการกระจายการลงทุนไปยังเวียดนามและอินโดนีเซียมากขึ้นในช่วงหลังก็ตาม การเมืองที่มีเสถียรภาพและนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคพลังงานใหม่และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง หากรัฐบาลใหม่สามารถสร้างความต่อเนื่องในเชิงนโยบายและยกระดับความโปร่งใสได้ ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการเป็นฐานการลงทุนหลักของญี่ปุ่นในภูมิภาคอาเซียนต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งการให้ความสำคัญกับประเด็นต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไปในอนาค

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

การลงทุน ญี่ปุ่น เศรษฐกิจไทย อาเซียน ยานยนต์

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 22:31:03