กรมพัฒนาธุรกิจการค้า วิเคราะห์ธุรกิจที่น่าจับตามองไตรมาสแรกปี 2567 อี-คอมเมิร์ซโตต่อเนื่องชนิดแรงไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่ ปี 2566 มูลค่าตลาดธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย อยู่ที่ 6.
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า วิเคราะห์ธุรกิจที่น่าจับตามองไตรมาสแรกปี 2567 อี-คอมเมิร์ซโตต่อเนื่องชนิดแรงไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่ ปี 2566 มูลค่าตลาดธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย อยู่ที่ 6.34 แสนล้านบาท คาดปี 2567 มูลค่าตลาดจะแตะ 7 แสนล้านบาท แรงหนุนมาจากคนไทยแห่ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ กว่า 67% สอดคล้องตัวเลขการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันธุรกิจอี-คอมเมิร์ซดำเนินกิจการจำนวนทั้งสิ้น 7,393 ราย แต่หากเทียบกับผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซทั้งตลาด ยังถือว่ามีจำนวนที่น้อยมาก โดยคาดว่าผู้ประกอบการทั้งตลาดจะมีมากกว่า 1 แสนราย จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล นอกจากจะได้รับความน่าเชื่อเพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อขยายกิจการได้อีกด้วย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยข้อมูลวิเคราะห์ธุรกิจที่น่าจับตามองไตรมาส 1/2567 ว่า ‘อี-คอมเมิร์ซ’ เป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ชนิด ‘แรงไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่’ ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญมากที่สุดคือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเปิดใจรับเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันทั้งการดำรงชีวิตและเป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผู้คนเปลี่ยนมุมมอง ‘นึกถึงสุขภาพร่างกายที่ดี ที่เป็นความมั่นคงที่แท้จริง พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต’ ส่งผลให้คนไทยมีจำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น โดยข้อมูลจาก พบว่า ปัจจุบันคนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ต 63.
21 ล้านคน ใช้งานเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 58 นาทีต่อวัน โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้งานมากที่สุด คือ Facebook, LINE และ TikTok ตามลำดับ เพื่อติดต่อครอบครัวและเพื่อน ติดตามข่าวสาร และซื้อสินค้าออนไลน์ โดยคนไทยใช้แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซซื้อสินค้าและบริการสูงถึง 66.90% สำหรับความนิยมที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตตลอด 6 ปีที่ผ่านมาทั้งจำนวนการจัดตั้งและมูลค่าทุนจดทะเบียน โดย ปี 2561 จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ 310 ราย ทุนจดทะเบียน 545.00 ล้านบาท ปี 2562 จัดตั้ง 576 ราย ทุน 772.05 ล้านบาท ปี 2563 จัดตั้ง 798 ราย ทุน 1,177.25 ล้านบาท ปี 2564 จัดตั้ง 1,404 ราย ทุน 1,800.41 ล้านบาท ปี 2565 จัดตั้ง 1,459 ราย ทุน 1,922.56 ล้านบาท ปี 2566 จัดตั้ง 1,713 ราย ทุน 2,270.84 ล้านบาท อธิบดีอรมน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ดำเนินกิจการอยู่จำนวนทั้งสิ้น 7,393 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 43,704.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 2,626 ราย นนทบุรี 534 ราย สมุทรปราการ 386 ราย ปทุมธานี 386 ราย และ เชียงใหม่ 319 ราย โดยเป็นธุรกิจขนาดเล็ก 7,279 ราย ทุน 13,497.14 ล้านบาท ขนาดกลาง 86 ราย ทุน 1,875.05 ล้านบาท และ ขนาดใหญ่ 28 ราย ทุน 28,332.03 ล้านบาท โดยผลประกอบการกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ปี 2563 จำนวน 22,835.80 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 29,247.12 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 23,422.21 ล้านบาท ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ปี 2563 จำนวน 94,492.48 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 113,880.44 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 152,432.90 ล้านบาท และจากการที่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้รับประโยชน์และมีอัตราการเติบโตตาม ได้แก่ 1) ธุรกิจขนส่ง เป็นธุรกิจที่เป็นหัวใจสำคัญของการค้าปลีกออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งขั้นสุดท้าย หรือ Last-Mile Delivery จากการขยายตัวของฐานผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยในปี 2565 - 2566 มีอัตราการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ เติบโตเฉลี่ย 4.50% และคาดว่าจะเติบโตตามธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ 2) ธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจคลังสินค้าสมัยใหม่ที่มีรูปแบบการให้บริการที่ครบวงจร มีศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงห้องเก็บความเย็น ซึ่งเป็นห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจการค้าปลีกออนไลน์ 3) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ขยายตัวควบคู่กับการเติบโตของค้าปลีกออนไลน์ เน้นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือพลาสติกรีไซเคิล โดยปี 2563 - 2566 มีอัตราการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ เติบโตเฉลี่ย 9.51% และ 4) ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การโฆษณาออนไลน์บนแพลตฟอร์มเติบโตควบคู่ไปกับการขายปลีกออนไลน์ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ลักษณะและพฤติกรรมของผู้บริโภคผ่านการซื้อสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์ม และเป็นช่องทางชี้ชวนขั้นสุดท้ายก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ปี 2566 ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยมีมูลค่าตลาด 6.34 แสนล้านบาท และคาดว่า ปี 2567 จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 6.94 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 6% และ ปี 2568 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 7.50 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบจำนวนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลที่มีจำนวนทั้งสิ้น 7,393 ราย กับผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซทั้งตลาดยังถือว่ามีจำนวนที่น้อยมาก โดยคาดว่าผู้ประกอบการทั้งตลาดจะมีมากกว่า 1 แสนราย โดยการดำเนินธุรกิจระยะแรกผู้ประกอบการอาจประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์ แต่เมื่อมีศักยภาพมากขึ้นก็สามารถเปลี่ยนเป็นการประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล โดยสามารถจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยสามารถดำเนินการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งการจดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคลจะช่วยยกระดับความน่าเชื่อของธุรกิจ สามารถยืนยันความมีตัวตนของธุรกิจ ได้รับโอกาสในการส่งเสริมธุรกิจผ่านโครงการต่างๆ ของภาครัฐ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อขยายกิจการส่งผลให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง มีระบบการบริหารจัดการด้านภาษีที่ได้เปรียบมากกว่ารูปแบบอื่น เป็นการสร้าง/เพิ่มโอกาสทางการแข่งขันของธุรกิจให้มีมากยิ่งขึ้น” อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้าย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
BKGI เทรดวันแรกพุ่ง 33% อัดงบ 100 ล้าน ลุยตั้งห้องแล็บ-ขยายบริการใหม่ ดันรายได้โตแรงBKGI เทรดวันแรกเหนือจอง 33.74% วางงบปี 67 ที่ 100 ล้านบาท ลุยขยายแล็บ-ศูนย์รับตัวอย่าง เชื่อธุรกิจเดิมโตต่อ ดันรายได้โต 30-50% พร้อมลุยขยายบริการใหม่ ทดสอบธาลัสซีเมียในไทย ใช้เทคโนโลยี บริษัทแม่ในจีน คาดสัดส่วนรายได้ปีนี้ แตะ 5%
Read more »
EURO ปักหมุดปี 67 โตเกิน 15% รุกขยายโชว์รูม เพิ่มแบรนด์สินค้าระดับโลก ตุน Sales Order คงค้างกว่า 1 พันล้านหนุนผลงานออลไทม์ไฮEURO ตั้งเป้ารายได้ปี 67 โตเกิน 15% แตะ 1,400 ล้านบาท จากธุรกิจเดิม 10-12% จากการขยายธุรกิจ 5-6% ซึ่งโตตามศักยภาพของตลาดลักชัวรี่ ฟากผู้บริหาร “เควิน กัมบีร์” ระบุครึ่งปีแรกเปิดโชว์รูมใหม่ 2 แห่ง ดีลแบรนด์ชั้นระดับนำระดับโลกเติมพอร์ต 3 แบรนด์ วางกลยุทธ์เจาะตลาดใหม่ รักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ ตุน Sales Order คงค้างแล้ว 1,009 ล้านบาท...
Read more »
“รัฐบาลเศรษฐา”พลิกเกมแจกเงินดิจิทัล“เลิกกู้”หันใช้งบปกติ 2 ปีรอลุ้นได้เลย! “รัฐบาลเศรษฐา” พลิกเกม “เลิกกู้เงิน” หันไปจัดงบประมาณ 2 ปี มาใช้ ”แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต” แก่ประชาชน วงในเผยปี 67 ราว 1-1.5 แสนล้าน ปี 68 ตั้งงบขาดดุลเพิ่มมาแจกราว 3.5-3.7 แสนล้านบาท
Read more »
ยอดขอจัดตั้งโรงงานใหม่พุ่ง ครึ่งปีงบประมาณ 67 ทะลุ 2.5 แสนล้านกรมโรงงานฯ เดินตามนโยบาย “นายกฯเศรษฐา” อำนวยความสะดวกนักลงทุน พร้อมรับลูก “รัฐมนตรีพิมพ์ภัทรา” ใช้ระบบออนไลน์อนุญาตร.ง.4 ตอกย้ำความเชื่อมั่น รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ เผยอนุมัติร.ง.ปี66 พุ่ง 3.56 แสนล้านบาท ปี 67 โตต่อเนื่อง
Read more »
กรมโรงงานฯรับนโยบาย 'เศรษฐา-พิมพ์ภัทรา' อำนวยความสะดวกนักลงทุน ใช้ระบบออนไลน์อนุมัติ ร.ง.4 เร็ว โปร่งใสกรมโรงงานฯ เดินตามนโยบาย “นายกฯเศรษฐา” อำนวยความสะดวกนักลงทุน พร้อมรับลูก “รัฐมนตรีพิมพ์ภัทรา” ใช้ระบบออนไลน์อนุญาต ร.ง.4 ตอกย้ำความเชื่อมั่น รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ เผยอนุมัติร.ง.ปี66 พุ่ง 3.56 แสนล้านบาท ปี 67 โตต่อเนื่อง นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถิติข้อมูลการออกใบอนุญาต รง.
Read more »
บล.ดีบีเอส มองหุ้นไทยสิ้นปี 67 แตะ 1,550 จุด ตาม ศก.ไทย -บจ.กำไรฟื้นตัวบล.ดีบีเอส มองดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 67 แตะ 1,550 จุด ภายใต้เศรษฐกิจไทยโต 2.7-2.8% ตามการ ฟื้นตัวภาคท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ บจ.กำไรฟื้นตัว และหุ้นไทยปรับตัวลงมากราคาเริ่มถูก ชูหุ้นเด่น “AOT-MINT-AMATA-CK-CPALL-MTC”
Read more »
