เมื่อปรากฏการณ์การช่วงชิงนักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นทั่วเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯต่างมีกลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อผนวกกับปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากนโยบายของสหรัฐ ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์”...
เมื่อปรากฏการณ์การช่วงชิงนักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นทั่วเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯต่างมีกลยุทธ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อผนวกกับปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากนโยบายของสหรัฐ ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ดำเนินการออกมาทำให้เกิดความไม่แน่นอนและสร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลกทั้งสงครามการค้าที่สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้ามาเป็นเครื่องมือเจรจาต่อรอง ซึ่งน่าจะส่งผลต่อภาคการค้าของไทยและอาจจะกระทบถึงภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต แต่ทว่าในเบื้องต้นเมืองไทยยังมีปัจจัยบวกที่คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ผ่านไตรมาส 2 ไปได้อย่างปลอดโปร่ง ด้วยแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลในช่วงโลว์ซีซั่นที่จะออกในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2568 และในระยะสั้นที่จะถึงก็จะมี เทศกาลสงกรานต์ หรือ Maha Songkran World Water Festival 2025 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ในพื้นที่ 17 จังหวัดทั่วประเทศ 5 เมืองอัตลักษณ์ 12 เมืองน่าเที่ยวจาก 4 ภาค และกรุงเทพฯ อีก 4 จุดใหญ่ พร้อมส่งเสริม Soft Power ผ่านบทเพลงสงกรานต์ 20 ภาษา ขณะที่ในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้นพบว่า ทั่วโลกมีการเปิดเส้นทางการเชื่อมต่อสายการบินมากขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้นทาง นอกจากนี้กระบวนการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองโดยเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงมาตรการวีซ่าฟรีและการยกเว้นแบบ ตม.
6 สำหรับบางประเทศที่ยังคงทำเให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยของกระบวนการเดินทางเข้า-ออกประเทศ และเอื้อให้นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศทั่วโลกเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้มากขึ้นในเรื่องนี้ นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด กล่าวว่า มีข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ระบุว่า หลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมการบินมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีดีมานด์ การเดินทางทางอากาศเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นของโลก และแนวโน้มนี้ก็สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของบริษัท ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายของ“โดนัลด์ ทรัมป์”น่าจะกระทบกับไทยในระยะสั้นๆ ซึ่งทางบริษัทได้เดินหน้ากลยุทธ์เครือข่ายเพิ่มความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรสายการบิน จึงทำให้ปัจจุบันมีสายการบินพันธมิตร รวมทั้งสิ้นจำนวน 30 สายการบิน และมีสายการบินข้อตกลงร่วม กว่า 70 สายการบินทั่วโลกเป็นการลดปัญหา และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆโดยบริษัทจะมุ่งเน้นตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นลูกค้าหลัก เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายและรายได้ โดยคาดการณ์ส่วนแบ่งช่องทางการขายบัตรโดยสารผ่านเว็บไซต์เป็นสัดส่วน 28% และช่องทางอื่น 72% โดยเป็นการขายผ่านช่องทางเชื่อมต่อตรงผ่านระบบ 32% ตลาดภายในประเทศ 18% และตลาดต่างประเทศ 50% ทั้งนี้จากคาดการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยยังมีความต้องการสูงและยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งได้วางแผนการขายเชิงรุกสำหรับตลาดต่างประเทศกลุ่มใหม่ อาทิ เอเชียตะวันตกออกเฉียงใต้ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ประเทศในแถบละตินอเมริกา และตุรกี โดยปัจจุบันบริษัทมีสำนักงาน GSA รวมทั้งสิ้น 26 แห่งทั่วโลกด้าน นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น และ บจ.ไทยแอร์เอเชีย ผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ไทยแอร์เอเชีย น่าจะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องอีกไม่ต่ำกว่า 15% ในปี 2568 นี้ โดยจะมีการรักษาส่วนแบ่งตลาดเส้นทางในประเทศที่ 40% สูงสุดที่เคยได้มา และเติบโตจากฐานส่วนแบ่งตลาด 32% เมื่อปี 2562 และวางแผนเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารเส้นทางบินภายในประเทศเป็น 65% จาก 60% เมื่อปีที่แล้ว เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศที่ยังมีความผันผวนสูงในบางตลาดพร้อมกันนี้ไทยแอร์เอเชียจะปรับแผนเส้นทางการบินสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนเหลือในสัดส่วนประมาณ 17% ของจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด จากปี 2562 ที่มีสัดส่วนถึง 30% โดยโฟกัสไปที่ตลาดอื่นๆ เช่นตลาดอินเดีย มาเลเซีย ไต้หวัน รัสเซีย และซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะตลาดอินเดียจะมีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเป็นสัดส่วน 18% ของจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ จากเดิมที่มีสัดส่วนเพียงแค่ 8% ขณะที่ตลาดเอเชียตะวันออก เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ก็เพิ่มจำนวนเที่ยวบินเป็นสัดส่วน 16% ของจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ จากเดิมที่มีสัดส่วน 15% เช่นเดียวกับตลาดอาเซียน เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา ที่เพิ่มจำนวนเที่ยวบินเป็นสัดส่วน 49% ของจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ จากเดิมที่มีสัดส่วน 46%
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สภาพัฒน์ ผ่านโยบาย ทรัมป์ 2.0 เสี่ยงทุบเศรษฐกิจไทยหนัก 4 ทิศสภาพัฒน์ ประเมินผลกระทบนโยบาย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 สงครามการค้า สหรัฐ-จีน เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจไทยหนัก โดยถูกส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยใน 4 ช่องทางสำคัญ เช็คข้อมูลเชิงลึกได้ที่นี่
Read more »
ทรัมป์ ขู่เก็บภาษี “จีน” ไม่เลิก ส่วนแคนาดา-เม็กซิโก ไม่ต่ออายุเส้นตาย“จีน” รวมถึง “แคนาดาและเม็กซิโก” มีแนวโน้มจะต้องแบกรับภารภาษีเพิ่ม สำหรับสินค้าที่จะนำเข้าสหรัฐฯ เพราะท่าทีล่าสุดจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” เขาได้ออกมายืนยันแล้วว่าในวันที่ 4 มีนาคมนี้ ทั้ง 3 ชาติจะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม โดยไม่ขยายเวลาออกไปอีก ขณะที่จีนเอง...
Read more »
ผวาเหล็กจีน-ไต้หวัน-เกาหลี ทะลักไทยพุ่ง หลังสหรัฐขึ้นภาษีโหดอุตฯเหล็ก ผวาสินค้าจีน ไต้หวัน เกาหลี เวียดนาม ทะลักไทย หลังทรัมป์ขึ้นภาษี จี้พาณิชย์นำ Safeguard-AC กลับมาใช้รอบ 6 ปี ลุ้นอุตฯก่อสร้าง-รถยนต์ เพิ่มใช้เหล็ก
Read more »
'ทรัมป์' สั่งโจมตีทางอากาศกลุ่มฮูตีในเยเมน เสียชีวิตแล้ว 24 คน'ทรัมป์' สั่งโจมตีฐานที่มั่นกลุ่มฮูตีในเยเมน ตอบโต้กรณีที่กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวโจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง พร้อมขู่อิหร่านให้ยุติการสนับสนุนกลุ่มฮูตีทันที โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมนครั้งใหญ่ เพื่อตอบโต้กรณีที่กลุ่มดังกล่าวโจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ระบุผ่านทรูธโซเชียล...
Read more »
ทรัมป์ บี้ มาเลเซีย คุมเข้มซื้อขาย เซมิคอนดักเตอร์ ดักคอ จีน ใช้เป็นทางผ่านสู่สหรัฐฯทรัมป์ บี้ มาเลเซีย คุมเข้มซื้อขาย เซมิคอนดักเตอร์ ดักคอ จีน ใช้เป็นทางผ่านสู่สหรัฐฯ
Read more »
'DITP' เชิญสื่อนานาชาติร่วมสัมผัสศักยภาพสินค้าไทย ในงาน 'STYLE Bangkok 2025' ที่ศูนย์สิริกิติ์ ดันสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นแบรนด์ไทยสู่ตลาดโลกนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนานาชาติ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย จีน เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม เกาหลีใต้ และไต้หวันที่เดินทางมาร่วมงาน “STYLE Bangkok 2025” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับนานาชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G ฮอลล์...
Read more »
