เจาะลึกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธุรกิจครอบครัวทั่วโลก ในด้านผู้นำ ระบบกำกับดูแล และแนวทางการเงิน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน
ธุรกิจครอบครัว เปลี่ยนเกมรับอนาคต : Family Business Thailand รศ.ดร.
เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธุรกิจครอบครัวทั่วโลกในการเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น ธุรกิจครอบครัวเป็นมรดกที่ส่งต่อทั้งความฝันและความรับผิดชอบจากรุ่นสู่รุ่น อย่างไรก็ตาม ในยุคที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอยู่เสมอ การรักษาธุรกิจให้อยู่รอดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย รายงานล่าสุดจาก Deloitte Private ได้เปิดเผยให้เห็นภาพรวมของการปรับตัวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในธุรกิจครอบครัวทั่วโลก ทั้งในด้านผู้นำ ระบบกำกับดูแล และแนวทางการเงิน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ผลสำรวจพบว่า 54% ของธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กมีความเชื่อมั่นว่าตนเองพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำ ในขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีเพียง 43% เท่านั้นที่รู้สึกเช่นนั้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรที่มีโครงสร้างที่เรียบง่ายและมีผู้มีส่วนได้เสียน้อยมักจะสามารถดำเนินการสืบทอดกิจการได้อย่างคล่องตัวกว่า ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการมีส่วนร่วมของคนรุ่นถัดไปที่ยังมีไม่มากพอ หลายครอบครัวพบว่าผู้สืบทอดขาดแรงจูงใจหรือไม่เห็นคุณค่าของการเข้ามาทำธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำแนวทางในการเสริมสร้างความพร้อมหลายอย่าง เช่น การฝึกงานภาคปฏิบัติ การเข้าร่วมโครงการเรียนรู้จากภายนอก และการมีพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษา เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมและสร้างความผูกพันกับกิจการให้มากยิ่งขึ้น\ในด้านของระบบกำกับดูแล รายงานระบุว่า 83% ของธุรกิจที่ทำการสำรวจมีโครงสร้างการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ เช่น คณะกรรมการบริษัทหรือคณะที่ปรึกษา และ 73% มีสภาครอบครัว อย่างไรก็ตาม การมีโครงสร้างดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าการทำงานจะมีประสิทธิภาพเสมอไป หลายองค์กรยังใช้กลไกเหล่านี้ในเชิงพิธีการมากกว่าเชิงกลยุทธ์ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้มีการประเมินคณะกรรมการประจำปีและเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษา เพื่อเพิ่มมุมมองใหม่ๆ ลดอคติในครอบครัว และสร้างการตัดสินใจที่เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น สัญญาณที่น่าจับตาอีกประการหนึ่งคือธุรกิจครอบครัวเริ่มเปิดกว้างต่อแหล่งเงินทุนภายนอกมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกมองว่ามีศักยภาพสูงสุดสำหรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ หลายธุรกิจยังพิจารณาแนวทางอื่นๆ เช่น การควบรวมกิจการหรือการขายบางส่วนของกิจการ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและซัพพลายเชนที่ไม่แน่นอนเหมือนเดิม การมีทางเลือกหลากหลายช่องทางจึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อความมั่นคงของธุรกิจครอบครัวในยุคปัจจุบัน\การปรับตัวของธุรกิจครอบครัวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรหรือการหาแหล่งเงินทุนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้นำรุ่นต่อไป การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตจึงไม่ใช่เพียงแค่การวางแผนระยะสั้น แต่เป็นการมองไปข้างหน้าในระยะยาวและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ธุรกิจครอบครัวที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเท่านั้นที่จะสามารถก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ไปได้และประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ การลงทุนในการพัฒนาบุคลากร การสร้างนวัตกรรม และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจครอบครัวในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากคนรุ่นใหม่ การสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และการให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายและทำให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตได้อย่างยั่งยื
ธุรกิจครอบครัว การเปลี่ยนผ่านผู้นำ ระบบกำกับดูแล แหล่งเงินทุน การปรับตัว
