กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่เดือนตุลาคม 2568 ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยเดือนตุลาคม 2568 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,165 ราย ทุนจดทะเบียน รวม 21,778 ล้านบาท แม้ ทุนจดทะเบียน จะลดลงจากปีก่อน แต่ทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. 68 ขณะที่ 10 เดือนปี 2568 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่รวม 74,510 ราย ทุนจดทะเบียน รวม 2.
35 แสนล้านบาท ส่วนการลงทุนของต่างชาติ 10 เดือนปี 68 ยังขยายตัวต่อเนื่อง มีจำนวน 869 ราย เงินลงทุนรวม 276,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนราย 11% และมูลค่าการลงทุน 72% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 โดยญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ ยังคงติดอันดับ 3 ประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้วิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนตุลาคม 2568 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,165 ราย เมื่อเทียบแบบเดือนต่อเดือน กับเดือนกันยายน 2568 ลดลง 991 ราย คิดเป็น 12.15% และเมื่อเทียบแบบปีต่อปี กับเดือนตุลาคม 2567 ลดลง 102 ราย คิดเป็น 1.40% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 21,778 ล้านบาท เมื่อเทียบแบบเดือนต่อเดือน กับเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 1,910 ล้านบาท คิดเป็น 9.62% และเมื่อเทียบแบบปีต่อปี กับเดือนตุลาคม 2567 ลดลง 8,371 ล้านบาท คิดเป็น 27.77% จากสถิติข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในภาวะชะลอตัว ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับตุลาคม 2567 คือ 1) ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด เพิ่มขึ้น 43 ราย คิดเป็น 62.32% ทุนจดทะเบียน เพิ่มขึ้น 288 ล้านบาท 2) ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร เพิ่มขึ้น 43 ราย คิดเป็น 36.44% ทุนจดทะเบียนลดลง 21.59 ล้านบาท และ 3) ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป เพิ่มขึ้น 52 ราย คิดเป็น 9.08% ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 413 ล้านบาท การจัดตั้งใหม่ช่วง 10 เดือนของปี 2568 มีจำนวน 74,510 ราย เมื่อเทียบกับช่วง 10 เดือนของปี 2567 ลดลง 2,443 ราย คิดเป็น 3.17% ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 10 เดือน สะสมอยู่ที่ 235,992 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ลดลง 2,639 ล้านบาท คิดเป็น 1.11% การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนตุลาคม 2568 มีจำนวน 2,298 ราย เมื่อเทียบแบบเดือนต่อเดือน กับเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 148 ราย คิดเป็น 6.88% และเมื่อเทียบแบบปีต่อปี กับเดือนตุลาคม 2567 ลดลง 218 ราย คิดเป็น 8.66% ด้านทุนจดทะเบียนเลิก อยู่ที่ 9,228 ล้านบาท เมื่อเทียบแบบเดือนต่อเดือน กับเดือนกันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 3,672 ล้านบาท คิดเป็น 66.08% และเมื่อเทียบแบบปีต่อปี กับเดือนตุลาคม 2567 ลดลง 671 ล้านบาท คิดเป็น 6.78% การจดทะเบียนเลิกช่วง 10 เดือนของปี 2568 มีจำนวน 14,177 ราย ลดลง 585 ราย คิดเป็น 3.96% เมื่อเทียบกับช่วง 10 เดือนของปี 2567 ทุนจดทะเบียนเลิก 10 เดือน สะสมอยู่ที่ 77,818 ล้านบาท ลดลง 48,086 ล้านบาท คิดเป็น 38.19% เมื่อเทียบอัตราการจัดตั้งใหม่ต่อการจดเลิกธุรกิจเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ต่อ 1 ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง อยู่ที่ 6 ต่อ 1 ปัจจุบัน มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,039,339 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 31.39 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 979,928 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.04 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 777,515 ราย คิดเป็น 79.35% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.25 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 200,911 ราย คิดเป็น 20.50% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.44 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,502 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.35 ล้านล้านบาท สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุดคือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 531,803 ราย ทุนจดทะเบียน 13.32 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 321,202 ราย ทุนจดทะเบียน 2.62 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 126,923 ราย ทุนจดทะเบียน 7.09 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.27%, 32.78% และ 12.95% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เดือนตุลาคม 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 99 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 27 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 72 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 23,621 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากสิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ตามลำดับ สำหรับช่วง 10 เดือนของปี 2568 มีจำนวน 869 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 228 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 641 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 276,736 ล้านบาท โดยการอนุญาตฯ ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 มีจำนวนเพิ่มขึ้นจำนวน 83 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 และมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 115,567 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ญี่ปุ่น 158 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 78,285 ล้านบาท 2) สหรัฐอเมริกา 127 ราย คิดเป็น 15% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 4,830 ล้านบาท 3) สิงคโปร์ 126 ราย คิดเป็น 14% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 92,318 ล้านบาท 4) จีน 116 ราย คิดเป็น 13% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 25,404 ล้านบาท 5) ฮ่องกง 93 ราย คิดเป็น 11% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 13,198 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 249 ราย คิดเป็น 29% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 62,701 ล้านบาท การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ช่วง 10 เดือนของปี 2568 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 253 ราย คิดเป็น 29% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 2 ราย จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 คิดเป็น 1% มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 90,791 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 65 ราย เงินลงทุน 17,882 ล้านบาท ญี่ปุ่น 57 ราย เงินลงทุน 30,369 ล้านบาท สิงคโปร์ 35 ราย เงินลงทุน 20,106 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 96 ราย เงินลงทุน 22,434 ล้านบาท” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย. พาณิชย์ หารือ 4 สมาคมข้าวและพืชไร่ รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ เตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวและพืชผลทางการเกษตร ก่อนเข้า นบข. 18 พ.ย.นี้
ธุรกิจใหม่ การลงทุนต่างชาติ ทุนจดทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เศรษฐกิจชะลอตัว
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ราคาข้าวพุ่ง! รัฐบาลหนุน พร้อมเจรจา G2G ส่งออก, สุกรยังขาดทุน, ถั่วเหลืองผันผวนสรุปสถานการณ์ราคาข้าวและสินค้าเกษตรอื่นๆ ทั่วประเทศ ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พบว่าราคาข้าวเปลือกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลมีมาตรการหนุน พร้อมเจรจา G2G ส่งออก ขณะที่ราคาสุกรยังคงต่ำกว่าต้นทุน และถั่วเหลืองผันผวน
Read more »
‘3 สถานที่’ ในไทย สามารถขายเหล้าเบียร์ 'นอกเวลาห้ามขาย ได้ทุกวัน'‘3 สถานที่’ ในไทย ปลดล็อกให้ขายเหล้าเบียร์ นอกเวลาห้ามขาย ได้ทุกวัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่กลางปี 2568 และกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ จะคลายล็อกเรื่องโฆษณาประชาสัมพันธ์ลง
Read more »
ตำรวจเพชรบูรณ์สกัด 'ทริปน้ำไม่อาบ' เข้มงวด ปรับแล้ว 1,481 ราย พร้อมจับยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์เข้มงวดกวดขันกลุ่มรถจักรยานยนต์ 'ทริปน้ำไม่อาบ' ช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 เน้นการบังคับใช้กฎหมายและป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมจับกุมผู้กระทำผิด
Read more »
พยากรณ์อากาศประเทศไทย 23-25 พ.ย. 68: อากาศเย็น หมอกบาง และฝนตกบางพื้นที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศประเทศไทยในช่วงวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2568 โดยทั่วไปอากาศจะเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย และมีหมอกบางในบางพื้นที่ ภาคเหนือและอีสานอากาศหนาวถึงหนาวจัดบนยอดดอย/ภู ภาคใต้มีฝนตกบางแห่ง ทะเลมีคลื่นลม
Read more »
ราชรามัญ โหรดวงดาว: วิเคราะห์ดวงดาว ดาวศุกร์จรภพมรณะ และพยากรณ์ดวงชะตาประจำสัปดาห์ราชรามัญ โหรดวงดาว เผยการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ดาวศุกร์จรภพมรณะ พร้อมพยากรณ์ดวงชะตา ตั้งแต่วันที่ 23-29 พฤศจิกายน 2568 ชี้การเมืองไทย, เศรษฐกิจ และแนวโน้มราคาทองคำ
Read more »
มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025: มหกรรมยานยนต์สุดยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดฉากความอลังการเตรียมพบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ “มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025” ภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง” ที่ขนทัพยนตรกรรมและกิจกรรมมากมาย พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ ณ สิ้นปี 2568
Read more »
