ธนาคารไทยพาณิชย์ มองแบงก์สหรัฐ-ยุโรป ล้ม ไม่ลามเหมือนวิกฤตการเงินปี 2008

United States News News

ธนาคารไทยพาณิชย์ มองแบงก์สหรัฐ-ยุโรป ล้ม ไม่ลามเหมือนวิกฤตการเงินปี 2008
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Sanook
  • ⏱ Reading Time:
  • 255 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 105%
  • Publisher: 63%

จับตาความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามใกล้ชิด SanookMoney Sanook

นาย.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานกลยุทธ์องค์กร และรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุ เศรษฐกิจโลกในปี 2023 มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่เคยประเมินไว้ จึงปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกเพิ่มจาก 1.

8% เป็น 2.3% เนื่องจากข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาดและจีนเปิดประเทศเร็วขึ้น โดยสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงเศรษฐกิจถดถอยได้ สำหรับเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนหลังกลับมาเปิดประเทศในรอบสามปี นอกจากนี้ สถานการณ์ Silicon Valley Bank ในสหรัฐฯ ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องและถูกปิดลงคาดว่าจะมีแนวโน้มทำให้สภาพคล่องและความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลกปรับลดลงเล็กน้อยในระยะสั้น ความเสี่ยงที่จะลุกลามจนเกิดวิกฤตการเงินโลกเหมือนในปี 2008 ยังมีน้อย แต่มองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามใกล้ชิด เช่นเดียวกับความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อาจกระทบเศรษฐกิจ การค้า และห่วงโซ่อุปทานโลกได้ ภาพรวมเงินเฟ้อทั่วไปของโลกมีแนวโน้มต่ำลงตามราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลง แต่เงินเฟ้อพื้นฐานที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญมีแนวโน้มชะลอลงได้ช้ากว่า จากตัวเลขการจ้างงานที่ยังแข็งแกร่งช่วยสนับสนุนรายได้แรงงาน และการใช้จ่ายได้ดี ธนาคารกลางจึงมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงขึ้นกว่าระดับที่เคยคาดไว้ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 5.25-5.5% เช่นเดียวกับธนาคารกลางยุโรปที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 3.75% อย่างไรก็ตาม ขนาดการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้จะลดลงจากปีก่อนมาก ภาวะทางการเงินโลกจะตึงตัวขึ้นอีกไม่มากนัก สำหรับมุมมองเศรษฐกิจไทย ดร.สมประวิณ มองว่า เศรษฐกิจไทยจะยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่องการท่องเที่ยวและการบริโภคจะเป็นฟันเฟืองหลักช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยให้ภาคธุรกิจใน Tourism ecosystem ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีนค่อนข้างสูง รวมถึงตลาดแรงงานไทยฟื้นตัวกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 แล้ว ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแรงงานที่กลับเข้ามาทำงานในภาคการท่องเที่ยวและบริการมากขึ้น ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานในภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น อย่างไรก็ดี นายสมประวิณ มองว่า “เศรษฐกิจไทยจะยังเผชิญความเสี่ยงด้านต่ำที่สำคัญ คือ ปัญหา Geopolitics รุนแรงขึ้นอาจกระทบ Global supply chain และการส่งออกไทย นโยบายการเงินโลกตึงตัวแรงขึ้นจากเงินเฟ้อโลกลดลงช้า หนี้ครัวเรือนกลับมาเร่งตัวส่งผลกดดันการบริโภค ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกระทบความเชื่อมั่นในและการใช้จ่ายภาครัฐในระยะข้างหน้าได้ รวมถึงความเสี่ยงใหม่จากวิกฤตเสถียรภาพระบบการเงินโลก ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องติดตามใกล้ชิด โอกาสที่จะลุกลามจนเกิดวิกฤตการเงินโลกยังมีน้อย ตราบใดที่ธนาคารกลางให้ความมั่นใจได้ว่าสามารถให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องได้เพียงพอและทันการณ์ ทำให้ความเชื่อมั่นในเสถียรภาพระบบธนาคารทั่วโลกยังเข้มแข็งอยู่ ด้าน น.ส.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจและตลาดการเงิน Economic Intelligence Center กล่าวว่า ในกรณีที่สถานการณ์ลุกลามจนเป็นวิกฤตการเงินโลกครั้งใหม่ เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย และเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ EMs จะได้รับผลกระทบรุนแรงตามไปด้วยผ่าน 4 ช่องทาง คือ การส่งออกแย่ลง เงินทุนไหลออกไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ภาวะการเงินในประเทศตึงตัว นโยบายการเงินของกลุ่มประเทศ EMs ที่เสถียรภาพด้านต่างประเทศอ่อนแอ จะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงิน เศรษฐกิจไทย อาจได้รับผลกระทบผ่านการส่งออก และภาวะการเงินตึงตัว ตลาดการเงินไทยอาจเผชิญความผันผวนสูงตามทิศทางตลาดการเงินโลก ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงตามเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเช่นในอดีต ทั้งนี้ ตลาดการเงินไทยมีความแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญความผันผวนสูงในช่วงวิกฤตการเงินที่ผ่านมาหลายครั้ง ความผันผวนของภาวะการเงินไทยโดยรวมไม่ได้ส่งผลต่อระดับความตึงตัวของภาวะการเงินมากนัก ผลกระทบผ่านช่องทางตลาดทุนต่อความมั่งคั่งของครัวเรือนในภาพรวมมีจำกัด ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกดดันการบริโภคในระยะต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สอดคล้องกับผลสำรวจ SCB EIC Consumer survey ล่าสุดที่ชี้ว่าปัญหารายได้โตไม่ทันรายจ่ายเพิ่มขึ้นมากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ลูกหนี้หน้าใหม่เพิ่มขึ้นมากตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 และมีแนวโน้มจะกู้ยืมมากขึ้นในอนาคตเพื่อใช้ชำระหนี้เก่าเป็นหลัก นอกจากนี้ ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบยังน่าเป็นห่วงจากแนวโน้มก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้น สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ในปี 66 ถือว่าเป็นประเด็นที่ต้องติดตามเช่นกัน เพราะอาจกระทบการใช้จ่ายภาครัฐได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความเร็วในการประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 67 ของรัฐบาลชุดใหม่ โดยในกรณีฐาน SCB EIC มองว่า การเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะไม่กระทบการใช้จ่ายภาครัฐในปี 66 เท่าไรนัก เพราะรัฐบาลปัจจุบันได้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนไว้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 66 สูงกว่าปีงบประมาณที่ผ่าน ๆ มา รวมถึงได้เร่งอนุมัติโครงการก่อสร้างภาครัฐใหม่ คาดว่าอัตราเบิกจ่ายงบประมาณภายใต้รัฐบาลรักษาการและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่จะต่ำลงบ้าง และ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 67 จะประกาศใช้ล่าช้าไม่เกิน 3 เดือน แต่หากมีความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 67 ประกาศใช้ล่าช้ากว่ากรณีฐาน อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงปีนี้และปีหน้าได้ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ SCB EIC คาดว่า ในกรณีฐาน อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย จะทยอยปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี สู่ระดับ 2% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และเงินเฟ้อไทยจะยังไม่ปรับลดลงเร็วนัก ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น การทยอยสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน จะทำให้ภาวะการเงินไทยมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แต่จะปรับแข็งค่าขึ้นไปอยู่ที่ 32-33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปีนี้ จากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่เข้มแข็งขึ้น และเงินดอลลาร์สหรัฐที่จะกลับมาอ่อนค่า โดยเฉพาะหลังจากเฟดเริ่มหยุดปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Sanook /  🏆 22. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เงินบาทเปิด 34.41 บาท/ดอลลาร์ ตลาดคลายกังวลแบงก์สหรัฐ-ยุโรป กรุงไทยเผยค่าบาทผันผวนเฉียด 10%เงินบาทเปิด 34.41 บาท/ดอลลาร์ ตลาดคลายกังวลแบงก์สหรัฐ-ยุโรป กรุงไทยเผยค่าบาทผันผวนเฉียด 10%นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า บรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯ เริ่มกลับมาสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) โดยดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น +1.76% หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มคลายความวิตกต่อเสถียรภาพของระบบธนาคารสหรัฐฯ และธนาคารยุโรป จากการที่บรรดาธนาคารใหญ่ในฝั่งสหรัฐฯ
Read more »

หุ้นไทยปิดเช้าบวก 5.60 จุด รับข่าวสถาบันการเงินขาดสภาพคล่องในสหรัฐ-ยุโรป ไปพอสมควรแล้ว : อินโฟเควสท์หุ้นไทยปิดเช้าบวก 5.60 จุด รับข่าวสถาบันการเงินขาดสภาพคล่องในสหรัฐ-ยุโรป ไปพอสมควรแล้ว : อินโฟเควสท์SET ปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,560.25 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด (+0.36%) มูลค่าซื้อขายราว 31,475.14 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้น หลังนักลงทุนรับรู้ข่าวสถานบันการเงินในสหรัฐและยุโรปไปพอสมควรแล้ว และผลกระทบไม่ได้รุนแรง แนวโน้มช่วงบ่ายคาด ดัชนีฯ น่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกได้ต่อ ให้กรอบแนวรับไว้ที่ 1,550 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ 1,560.25 จุด เพิ่มขึ้น 5.60 จุด (+0.36%) มูลค่าซื้อขายราว 31,475.14 ล้านบาท การซื้อขายในช่วงเช้านี้ ดัชนีปรับตัวขึ้น ทำระดับสูงสุดที่ 1,571.36 จุด และต่ำสุด 1,555.24 จุด นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้ดี จากนักลงทุนรับรู้ข่าวการล่มสลายของธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB) ไปแล้ว และล่าสุด […]
Read more »

แบงก์ 'สหรัฐ-ยุโรป' ล้มได้ไง?แบงก์ 'สหรัฐ-ยุโรป' ล้มได้ไง?พิพาท 'รัสเซีย-ยูเครน' กับ 'แบงก์ใน' สหรัฐ-ยุโรป' ล้ม ดูผาดๆ มันคนละเรื่อง-คนละโลกกัน
Read more »

“มะกัน-ยุโรป”แบงก์ล้ม ความเชื่อมั่น“เฟด”อักเสบ“มะกัน-ยุโรป”แบงก์ล้ม ความเชื่อมั่น“เฟด”อักเสบลามแล้วจากสหรัฐอเมริกาไปโผล่ในยุโรป คราวนี้ฝีแตกที่ธนาคารเครดิตสวิส แบงก์เก่าแก่ 167 ปี ใหญ่เป็นอันดับ 2 ด้วยสินทรัพย์ขนาด 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฐานเศรษฐกิจ ธนาคารเครดิตสวิส
Read more »

KBank คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 33.80-34.80 บาท/ดอลลาร์ฯ คิดตามปัญหาแบงก์สหรัฐฯ-ยุโรปKBank คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 33.80-34.80 บาท/ดอลลาร์ฯ คิดตามปัญหาแบงก์สหรัฐฯ-ยุโรปธนาคารกสิกรไทย (KBank) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (20-24 มี.ค.) อยู่ที่ระดับ 33.80-34.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
Read more »



Render Time: 2026-04-02 22:39:41