ท่องเที่ยวหนุน GDP ปี 66 โต 3.4% แนะรับมือ 5 ปัจจัยเปลี่ยนผ่าน : อินโฟเควสท์

United States News News

ท่องเที่ยวหนุน GDP ปี 66 โต 3.4% แนะรับมือ 5 ปัจจัยเปลี่ยนผ่าน : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 185 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 77%
  • Publisher: 68%

ท่องเที่ยว หนุน GDP ปี 66 โต 3.4% แนะรับมือ 5 ปัจจัยเปลี่ยนผ่าน จีดีพี อินโฟเควสท์

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 66 จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเติบโตได้ 3.4% โดยมาจากปัจจัยของภาคท่องเที่ยวที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ และเข้ามาทดแทนภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ขณะที่ประเมินว่า ภาคการส่งอออกไทยในปี 66 จะเติบโตเพียง 0.

7% โดยในปี 66 ภาคการท่องเที่ยวจะเห็นการกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะหลังจากจีนได้เปิดประเทศ ทำให้จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเสริม ซึ่งในปี 66 Krungthai COMPASS คาดว่าในภาพรวมจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาไทยราว 22.5 ล้านคน สูงกว่าปีก่อนที่ 10.2 ล้านคน อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวที่กลับมาดีขึ้น อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในระยะสั้นได้ เนื่องจากต้นทุนค่าจ้างในภาคบริการที่สูงขึ้น ซึ่งส่งให้ต่อเงินเฟ้อมีโอกาสปรับสูงขึ้น และอาจจะมีผลกระทบต่อต้นทุนของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้สูงขึ้นตาม ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่อง จะยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่ง Krungthai COMPASS ประเมินอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปี 66 อยู่ที่ 2% จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.25% นายพชรพจน์ กล่าวด้วยว่า ภายใต้โลกใหม่ที่มีความผันผวนและซับซ้อนมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนผ่าน หรือ Transition สำคัญใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ 2.เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะชะลอตัว 3.เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ภาคการท่องเที่ยว 4.การเปลี่ยนผ่านสู่ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นของไทย และ 5.การเปลี่ยนผ่านท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น “การเปลี่ยนผ่านทั้ง 5 ด้าน มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เป็นได้ทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับภาคธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับอุปสรรคในการปรับตัวเข้าบริบทโลกใหม่ที่ใส่ใจกับเรื่อง climate change และความยั่งยืน อาจมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการปรับธุรกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในยามที่ต้นทุนอื่นๆ ก็สูงขึ้นรอบด้านทั้งดอกเบี้ย ค่าไฟ และค่าแรง แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้น ผู้ประกอบการที่ปรับตัวจะมองเห็นลู่ทางธุรกิจใหม่ๆ มีโอกาสเติบโตแม้ในยามที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว”นายฉมาดนัย มากนวล นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า แม้ว่าประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐฯ จะชะลอตัวจากการขึ้นดอกเบี้ย และยุโรปมีแนวโน้มจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากวิกฤตพลังงาน แต่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศเหล่านั้น ยังมีทิศทางที่เข้มข้นมากขึ้น สะท้อนจากการตอกย้ำจุดยืนของประชาคมโลก รวมถึงประเทศไทยในเวทีการประชุม COP27 และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 29 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา สำหรับในปี 2566 ภาคธุรกิจต้องติดตามประเด็นด้านกฎเกณฑ์ที่สำคัญ อาทิ การเดินหน้าบังคับใช้มาตรการการเก็บภาษีคาร์บอนที่พรมแดน ของยุโรป และแนวทางในการกำหนดมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม หรือ Taxonomy ของประเทศไทย นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังต้องมองหาโอกาสจากนโยบายรัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น นโยบายเศรษฐกิจ BCG และนโยบายการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติภายใต้แนวคิด Better and Green Thailand 2030 เป็นต้น นายชนม์นิธิศ ไชยสิงห์ทอง นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า Krungthai COMPASS คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตที่ 3.4% ฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2565 ที่ขยายตัวได้ 3.2% แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจะถูกเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 22.5 ล้านคนหรืออาจจะมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนหลังประเทศจีนผ่อนคลายนโยบาย Zero COVID อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรงลงจะกระทบต่อการส่งออก ซึ่งอาจขยายตัวเพียง 0.7% เท่านั้น ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยเดินหน้าด้วยเครื่องยนต์เดียวจึงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่นัก นอกจากนี้ ภาวะเงินเฟ้อสูงจะยังไม่หมดไป เนื่องจากภาคธุรกิจยังต้องรับมือกับการเปลี่ยนผ่านด้านต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีจะยังสูงกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้คาดว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.25% ในปี 2565 ขึ้นสู่ระดับ 2% ในปี 2566 และอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงสุด อาจอยู่ที่ 2.5% ในปี 2567 เป็นยุคดอกเบี้ยขาขึ้นเต็มตัวของประเทศไทย ส่วนค่าเงินบาทยังเผชิญความผันผวนจากการคาดการณ์นโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยคาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ในช่วง 33.75-36.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ย้อนคำปราศรัย “ประยุทธ์” ปี 62 ยอมตายเพื่อแผ่นดิน ปี 66 ซบ รทสช.ย้อนคำปราศรัย “ประยุทธ์” ปี 62 ยอมตายเพื่อแผ่นดิน ปี 66 ซบ รทสช.“...การปราศรัยบนเวที รทสช.ในวันนี้ของ “ประยุทธ์” จึงเป็นหมุดหมายสำคัญว่า จะปักธงต่อสู้ทางการเมือง และพาตัวเองกลับเข้าสู่วงจรอำนาจเป็นนายกฯอีกครั้งได้หรือไม่…” กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Read more »

PTG เด้ง 3.45% เก็งกำไร Q4/65 พุ่งรับไฮซีซั่นเปิดเมืองเต็มสูบ-ปี 66 ดีต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์PTG เด้ง 3.45% เก็งกำไร Q4/65 พุ่งรับไฮซีซั่นเปิดเมืองเต็มสูบ-ปี 66 ดีต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์PTG ดีดตัวขึ้น 3.45% หรือเพิ่มขึ้น 0.50 บาท มาที่ 15.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 173.06 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.03 น. จากราคาเปิด 14.90 บาท ราคาสูงสุด 15.10 บาท ราคาต่ำสุด 14.90 บาท บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ถึง บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี่ (PTG)ว่า คาดกำไร ไตรมาส 4/65 ของ PTG จะเร่งตัวทั้ง Q-Q และ Y-Y จากทั้งปริมาณการที่ปรับตัวขึ้นตาม High Season และการเปิดเมืองเต็มที่ ขณะที่ค่าการตลาดคาดยังอยู่ในระดับที่ดี รวมถึงธุรกิจ Non-Oil ที่ฟื้นตัว โดยคาดกำไรปี 2566 จะเร่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่องทั้งจากธุรกิจ Oil และ Non-Oil ที่ดีขึ้น ค่าการตลาดที่กลับสู่ระดับปกติ […]
Read more »

ครม.วันนี้เตรียมเฮ! เพิ่มวันหยุดราชการ ปี 66 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวครม.วันนี้เตรียมเฮ! เพิ่มวันหยุดราชการ ปี 66 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวครม.วันนี้เตรียมเฮ! เพิ่มวันหยุดราชการ ปี 66 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวครม.วันนี้เตรียมเฮ! เพิ่มวันหยุดราชการ ปี 66 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
Read more »

ฉายภาพส่งออกปี 66 ปัจจัยลบรุมเร้า คาดโต 1% ต่ำสุดรอบ 3 ปี : อินโฟเควสท์ฉายภาพส่งออกปี 66 ปัจจัยลบรุมเร้า คาดโต 1% ต่ำสุดรอบ 3 ปี : อินโฟเควสท์นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า การส่งออกไทย ปี 66 มีโอกาสเติบโตได้เพียง 1% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปีนับตั้งแต่ปี 63 ขณะที่มูลค่าการส่งออก คาดว่าอยู่ที่ราว 2.95 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ การส่งออกไทยในปี 66 มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอตัว, ปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ, ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับที่สูง, อัตราเงินเฟ้อ ปี 66 แม้จะมีแนวโน้มลดลงจากปี 65 แต่ยังอยู่ในระดับสูง, ราคาวัตถุดิบและสินค้ายังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น, ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น และการแยกห่วงโซ่อุปทาน (Decoupling) อุตสาหกรรมจากความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ ยังมองว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 66 การส่งออกไทยมีโอกาส -3.4 ถึง -1.8% เนื่องจากยังเป็นสถานการณ์ที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาส 4 ของปี 65 ที่คำสั่งซื้อชะลอตัว จากผลกระทบของเศรษฐกิจกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอลง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 […]
Read more »

ม.หอการค้า คาดส่งออกไทยปี 66 โต 1% ชี้ศก.คู่ค้าชะลอ-สงคราม-ดบ.เฟด ยังกดดันม.หอการค้า คาดส่งออกไทยปี 66 โต 1% ชี้ศก.คู่ค้าชะลอ-สงคราม-ดบ.เฟด ยังกดดันสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ม.ค. 66 12:17 น.   ม.หอการค้า ประเมินส่งออกไทยปี 66 จะโต 1% ชี้ปัจจัยเสี่ยงเพียบ ทั้งศก.คู่ค้าชะลอ - สงครามยืดเยื้อ - ...
Read more »



Render Time: 2026-04-02 12:16:19