สถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ครั้งที่ 5 ในรอบเดือน ล่าสุด 'มาริษ' รมว.ต่างประเทศ โทรตรงถึง รมว.กต.ญี่ปุ่น ขอใช้กลไกออตตาวาไต่สวนกัมพูชาฐานละเมิดอนุสัญญา สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงตึงเครียดและต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดถึง 5 ครั้งในรอบ 1 เดือน ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ส.ค.
PMN 2 มีระเบิดมากกว่า ทุ่นระเบิด บุคคลทั่วไปถึง 2–3 เท่า และถูก ออกแบบให้ทนต่อการทำลายด้วยระเบิดระเบิดเบื้องต้น ซึ่งปกติจะใช้ระเบิดบังกาลอร์เพื่อบังคับให้ ทุ่นระเบิด ระเบิด แต่สำหรับ PMN-2 วิธีนี้ไม่สามารถใช้ได้ จึงต้องอาศัยการเก็บกู้โดยตรงที่เสี่ยงกว่า PMN-2 ออกแบบให้ทนต่อการทำลายด้วยระเบิดระเบิดเบื้องต้น , ซึ่งปกติจะใช้ระเบิดบังกาลอร์เพื่อบังคับให้ ทุ่นระเบิด ระเบิด วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับ PMN‑2 จึงต้องอาศัยการเก็บกู้โดยตรงที่เสี่ยงกว่า ในส่วนประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน PMN 2 เป็น อาวุธสังหารบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่สร้างให้เกิดการพิการ เช่น ตัดขาขาหรือบาดเจ็บร้ายแรง ทำให้ถือว่าโหดร้ายและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งประเทศไทยและกัมพูชา เป็นรัฐภาคีของ อนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามใช้และสะสม ทุ่นระเบิด สังหารบุคคล PMN‑2 ไม่เคยเป็นอาวุธในระบบของกองทัพไทย แต่กลับพบว่าอาจถูกลอบวางโดยฝ่ายอื่นในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีของอนุสัญญาดังกล่าวอย่างชัดเจนภาพจาก : กองทัพภาคที่ 2ตั้งแต่ไทย-กัมพูชา เริ่มมีความขัดแย้ง พบว่าทหารไทยเหยียบ ทุ่นระเบิด แล้ว 5 ครั้ง ในรอบ 1 เดือน ล่าสุดที่ปราสาทตาเมือนธม จ.
สุรินทร์ ระหว่างลาดตระเวนในเขตอธิปไตยไทยครั้งที่ 2 วันที่ 23 ก.ค. ที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี มีทหารบาดเจ็บ 5 นาย - จ่าสิบเอก พิชิตชัย บุญชูหล้า ครั้งที่ 4 วันที่ 9 ส.ค. ที่ช่องโดนเอาว์-กฤษณา จ.ศรีสะเกษ มีทหารบาดเจ็บ 3 นาย - จ่าสิบเอก ธานี พาหา ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1 - 11 ส.ค.2568 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ จำนวน 15 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตำรวจ สนับสนุนโดยกองกำลังสุรนารี และตำรวจภูธรภาค 3 ได้ดำเนินการสำรวจ พิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ผลการปฏิบัติสามารถเก็บกู้สรรพาวุธรวม 483 รายการ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน หลังเหตุการณ์เหยียบทุ่นระเบิด ครั้งล่าสุด สร้างความตึงเครียดให้เกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างไทย - กัมพูชา พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่า ฝ่ายกัมพูชามุ่งลอบทำร้ายฝ่ายไทย แม้อยู่ในช่วงการตกลงหยุดยิงที่ต้องไม่มีการใช้อาวุธต่อกันในทุกรูปแบบ แต่กัมพูชากลับละเมิดข้อตกลง ด้วยการใช้อาวุธทางทหารแบบซ้อนเร้น นอกจากนี้ ยังไม่เคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ"อนุสัญญาออตตาวา" โฆษกกองทัพบก ยังระบุว่า กองทัพบกยึดมั่นแนวทางสันติวิธี และไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่หากสถานการณ์บีบบังคับ อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดในเรื่องของวิธีการได้ พร้อมย้ำว่า หลังจากกองทัพ ให้ข้อมูลเรื่องการละเมิดข้อตกลงของฝ่ายกัมพูชาต่อสังคมไปแล้ว ทางกระทรวงการต่างประเทศ คงจะนำข้อมูลไปเสนอในเวทีต่างประเทศ ทุกองค์กร ตามช่องทางที่มีอยู่ ทั้งภาครัฐ และภาคประชาสังคมต่อไป โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า การประท้วงไม่ได้ล่าช้า และสิ่งสำคัญอยู่ทึ่ความน่าเชื่อถือของเนื้อหา พร้อมยืนยันว่า ไทยจะนำปัญหาเรื่องทุ่นระเบิดเสนอผ่านกลไกภวิภาคีทุกการประชุม แม้ว่าจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC ที่มาเลเซียครั้งล่าสุด ฝ่ายกัมพูชาจะไม่ได้รับข้อเสนอนี้ก็ตาม ขณะที่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ฝ่ายไทยมีสิทธิ์ปกป้องและคุ้มครองกำลังพลตามสถานการณ์ ซึ่งการที่กัมพูชาลอบวางระเบิดไว้ ถือว่าผิดเงื่อนไขการหยุดยิง เพราะทุ่นระเบิดถือเป็นอาวุธเช่นกัน ขณะนี้ได้ปรับแผนลาดตระเวน และจะเพิ่มการใช้กล้องวงจรปิด รวมทั้งใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เปิดเส้นทางและเพิ่มการเฝ้าตรวจระยะไกล หลังจากนี้จะนำไปสู่ขั้นตอนประท้วงในระดับสากล โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ขอข้อมูลเร่งด่วน เพื่อทำการประท้วงฝ่ายกัมพูชาต่อไปด้าน กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ เรื่องการประท้วงต่อเหตุการณ์ครั้งที่ 4 ในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หลังเกิดเหตุกำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 2610 รวม 7 นาย ซึ่งทำการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องจุบตะโมก จ.สุรินทร์ เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล จนทำให้มีทหารสูญเสียขา 1 นาย โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ และเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความไม่จริงใจของกัมพูชา และเป็นการขัดต่อมาตรการหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติ และเป็นการละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ไทยจึงขอเรียกร้องให้กัมพูชายุติการกระทำที่ละเมิดอนุสัญญาฯ โดยทันที โดยไทยจะประท้วงไปยังกัมพูชา และประธานอนุสัญญาฯ รวมถึงเลขาธิการสหประชาชาติ และจะมีการพิจารณาดำเนินมาตรการอื่นๆ เพื่อตอบโต้กัมพูชาตามที่เห็นเหมาะสมต่อไปครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ สำนักข่าวเฟรช นิวส์ สื่อกัมพูชา รายงานว่า พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อข้อกล่าวหาใดๆ ที่ขาดหลักฐานและไม่มีมูลของฝ่ายไทยเกี่ยวกับเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ระหว่างลาดตระเวนในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่ 12 ส.ค. โดยยืนยันว่ากัมพูชาไม่เคยและจะไม่ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างเด็ดขาด กัมพูชาเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งได้ให้สัตยาบันในปี 1999 และประชาคมโลกยอมรับความพยายามในการกำจัดทุ่นระเบิดของกัมพูชา พร้อมทั้งระบุว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการและโปร่งใสเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกัมพูชาเตือนไทยหลายครั้งแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามหลงเหลืออยู่ พร้อมแนะว่าทุกฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนจะสอบสวนหาความจริงเพื่อให้เกิดความยุติธรรม และเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น ด้านกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา รายงานสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยกล่าวถึงกรณีที่ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ เขียนจดหมายถึงเลขาธิการสหประชาชาติและประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อชี้แจงสถานการณ์การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีความเปราะบางมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน หนังสือดังกล่าวระบุว่า กองทัพไทยยังคงละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา รวมถึงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มมีผลบังคับใช้ ทั้งวางลวดหนาม ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงเข้ามาทำลายบ้านเรือนของชาวกัมพูชาหลายครั้ง โดยย้ำว่า การละเมิดทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นในดินแดนของกัมพูชา ซึ่งยึดตามแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ที่สยามและฝรั่งเศสเคยจัดทำร่วมกัน รัฐบาลกัมพูชาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกองทัพไทยยุติการรุกราน ยึดครอง หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ละเมิดอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนกัมพูชาโดยทันที พร้อมทั้งถอนกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ทั้งหมดไปยังตำแหน่งที่ตั้งในเขตแดนตนเองตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และปฏิบัติตามพันธกรณีทั้งในระดับทวิภาคีและระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัดและไม่มีเงื่อนไขสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับมาตรการของประเทศไทยในการแสดงความจริงให้นานาชาติรับรู้ความจริง ล่าสุด วันนี้ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ต่อสายตรง รมว.กต.ญี่ปุ่น ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ขอให้ใช้กลไกออตตาวาไต่สวนกัมพูชากรณีละเมิดอนุสัญญา พร้อมยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อขอให้ ใช้กลไกอาเซียนกดดันให้กัมพูชาร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ด้วย ส่วนกรณี รมว.กัมพูชา ได้ส่งจดหมายร้องเรียน ต่อประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเลขาธิการสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา กล่าวหาฝ่ายไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงทวิภาคี และเงื่อนไขของการหยุดยิงที่ตกลงกันไว้อย่างต่อเนื่องนั้น นายมาริษ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาไม่มีหลักฐานใดที่แน่ชัด แต่ฝ่ายไทยมีข้อมูลชัดเจน เกี่ยวกับการยั่วยุของกัมพูชา และการวางทุ่นระเบิด และที่สุด UNSC ก็ไม่ได้มีการประชุมเรื่องนี้อีกครั้งแต่อย่างใด
ประชุม GBC ไทยกัมพูชา สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ข้อตกลงหยุดยิง ระเบิด PMN 2
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
อนุสัญญาออตตาวา ห้ามใช้ สะสม ผลิต ถ่ายโอน 'ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล'เหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดที่ชายแดนอุบลราชธานี สร้างความเจ็บปวดและบาดแผลลึก พร้อมจุดชนวนความไม่พอใจต่อการจัดการปัญหาชายแดนที่เรื้อรัง และข้อสงสัยว่าการวางทุ่นระเบิดใหม่โดยกัมพูชา ถือเป็นการละเมิด 'อนุสัญญาออตตาวา' ซึ่งทั้ง 2 ประเทศเป็นภาคีหรือไม่ ? เอกสาร All Mine: The United States and the Ottawa Treaty จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า...
Read more »
หนุ่มไปนั่งตกปลานึกว่าได้ตัวใหญ่ ดึงขึ้นมาแทบช็อกเป็น ‘ทุ่นระเบิดสังหาร’หนุ่มโรงงานวัย 22 ปี ใช้วันหยุดไปนั่งตกปลาริมสระหากับข้าว ดึงเบ็ดขึ้นมาหนักๆ นึกว่าได้ตัวใหญ่ ผงะเป็น 'ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล' พบจุดเดียวกันกับที่เจอหัวกระสุนอาร์พีจีเมื่อเดือนที่แล้ว
Read more »
เปิดข้อมูล ‘ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล’ อาวุธขนาดเล็กแต่ร้ายแรง-ไวต่อแรงกดทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 และ M14 “Toepopper” อาวุธขนาดเล็กแต่ร้ายแรง ไวต่อแรงกด แม้ไม่ทำให้เสียชีวิตทันที แต่สร้างความพิการถาวรและผลกระทบทางจิตวิทยารุนแรง เตือนประชาชนอย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส
Read more »
สธ.หนุนเต็มที่ MCATT ทีมเยียวยาจิตใจ ลุยช่วยชาวศรีสะเกษสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ชื่นชมความร่วมมือทุกภาคส่วนใน จ.ศรีสะเกษ ผนึกกำลังเยียวยาจิตใจประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ทีมปฏิบัติการบางส่วนเป็นผู้ประสบภัย แต่ยังทุ่มเทช่วยเหลือเต็มที่ เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 ทีมเยียวยาจิตใจจากกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กรมสุขภาพจิต และหน่วยงานใน จ.
Read more »
“มาริษ” จี้ UN-ญี่ปุ่น สอบกัมพูชาละเมิดออตตาวา ร่วมมือ มาเลย์-สิงคโปร์ กดดันเก็บกู้'มาริษ' สายตรงถึงเลขาธิการ UN - รมว.กต.ญี่ปุ่น ขอให้กลไกออตตาวาสอบสวนกัมพูชาละเมิดอนุสัญญา พร้อมขอมาเลเซีย-สิงคโปร์กดดันกัมพูชาร่วมเก็บกู้ เมิน กต.
Read more »
'มาริษ' ขอใช้กลไกออตตาวา ไต่สวน 'กัมพูชา' ละเมิดอนุสัญญา'มาริษ' ต่อสายตรง 'รมว.กต.ญี่ปุ่น' ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ขอให้ใช้กลไกออตตาวาไต่สวนกัมพูชากรณีละเมิดอนุสัญญา - พร้อมขอ 'มาเลเซีย-สิงคโปร์' กดดันกัมพูชาร่วมเก็บกู้ วันนี้ ( 13 ส.ค.2568) นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการภายหลัง กำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 2610 รวม 7 นาย ซึ่งลาดตระเวนในพื้นที่ช่องจุบตะโมก จ.
Read more »
