ทุจริตทางวิชาการ? ใช้ AI เขียนแทนผู้เรียน กับจริยธรรมการศึกษาในมหาวิทยาลัย

United States News News

ทุจริตทางวิชาการ? ใช้ AI เขียนแทนผู้เรียน กับจริยธรรมการศึกษาในมหาวิทยาลัย
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 224 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 93%
  • Publisher: 51%

การแพร่หลายของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนาดใหญ่ อาทิ ดีปซีก (DeepSeek) และแชตจีพีที (ChatGPT) ทำให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีเครื่องมือที่สะดวกในการปรับแต่งและเพิ่มคุณภาพงานวิชาการด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือเอไอเหล่านี้

การแพร่หลายของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ขนาดใหญ่ อาทิ ดีปซีก และแชตจีพีที ทำให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีเครื่องมือที่สะดวกในการปรับแต่งและเพิ่มคุณภาพงานวิชาการด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือเอไอเหล่านี้ ซึ่งช่วยให้นักเรียนนักศึกษาสามารถผลิตงานที่ดูดีได้ภายในไม่กี่นาที Case Study จากประเทศจีน โดยนักศึกษาแซ่ไช่คนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยอู่ฮั่นทางตอนกลางของจีน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ขณะเขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรีของตน พร้อมระบุว่านักศึกษาในรุ่นเดียวกับตนใช้เอไอกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในการเขียนวิทยานิพนธ์และงานวิชาการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดเวลา การศึกษาในปี 2024 ที่ริเริ่มโดยมายคอส บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและที่ปรึกษาการจัดการอุดมศึกษา แสดงให้เห็นว่าเกือบร้อยละ 30 ของนักศึกษาในจีนใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ ในการเขียนรายงานหรือทำการบ้าน ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษากังวลว่าการใช้ความช่วยเหลือจากปัญญาประดิษฐ์ทำให้ผลงานมี “กลิ่นอายของปัญญาประดิษฐ์” อย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่ในงานวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานวิชาอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการป้องกันการทุจริตทางวิชาการ ศาสตราจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษแซ่หลิวจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน กล่าวว่าตนสังเกตเห็นร่องรอยของเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์อย่างชัดเจนในวิทยานิพนธ์ของนักเรียนนักศึกษาของตน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ขาดความลื่นไหลและไม่สอดคล้องกัน การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักศึกษา ส่งผลให้มหาวิทยาลัยทั่วจีนออกกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้ที่ได้ออกแนวปฏิบัติห้ามใช้เอไอ โดยตรงในการสร้างเนื้อหาหลัก ส่วนคำขอบคุณ หรือส่วนอื่น ๆ ของวิทยานิพนธ์ โดยมีสถาบันอื่น ๆ หลายแห่งออกคำแนะนำลักษณะคล้ายกัน ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ แห่งมหาวิทยาลัยชิงหัวในกรุงปักกิ่ง เน้นย้ำความสำคัญของการแยกแยะขอบเขตระหว่างความช่วยเหลือจากเอไอ กับการเขียนโดยเอไอ พร้อมระบุว่าเอไอสามารถจัดระเบียบวรรณกรรมวิจัย ให้แนวคิดในการเขียน และทำงานที่ซ้ำซากหรือง่ายแทนมนุษย์ได้ แต่ไม่สามารถใช้สร้างเนื้อหาของวิทยานิพนธ์ทั้งฉบับได้ เพราะถือเป็นการทุจริตทางวิชาการ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยทั่วจีนกำลังประเมินสัดส่วนของเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ ในโครงการจบการศึกษา ขณะที่วารสารวิชาการหลายฉบับได้กำหนดแนวทางการใช้เอไออย่างเฉพาะเจาะจงในการส่งบทความ ข่งหลินเทา เจ้าหน้าที่ดูแลงานวิชาการที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเทียนจิน เปิดเผยว่านอกเหนือจากการตรวจสอบการคัดลอกผลงานตามปกติสำหรับโครงการจบการศึกษาแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้เพิ่มมาตรการตรวจจับเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อควบคุมการพึ่งพาเครื่องมือเหล่านี้มากเกินไป โดยกำหนดเพดานการคัดลอกผลงานไว้ที่ร้อยละ 30 และจำกัดการใช้เนื้อหาที่สร้างโดยเอไอไว้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งนักศึกษาที่มีผลงานเกินขีดจำกัดดังกล่าวจะได้รับคำเตือนอย่างเป็นทางการ ข่งระบุว่าการกำหนดและจำกัดเหล่านี้สะท้อนถึงทัศนคติที่เปิดกว้างของมหาวิทยาลัยฯ ต่อยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อชี้แนะให้นักศึกษากลับมาเดินในเส้นทางของตนเอง นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์การศึกษาแห่งกรุงปักกิ่ง เสนอแนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยระบุว่าสิ่งสำคัญคือการประเมินความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขียนอย่างรอบคอบในตลอดกระบวนการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ พร้อมแนะนำให้มหาวิทยาลัยเพิ่มขั้นตอนการสัมภาษณ์กับผู้เชี่ยวชาญ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญตั้งคำถามจากวิทยานิพนธ์และสนทนากับผู้เขียนเพื่อประเมินระดับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในวิทยานิพนธ์ของพวกเขา แม้กฎหมายเกี่ยวกับปริญญาของจีนจะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการเขียนโดยปัญญาประดิษฐ์ เป็นการทุจริตทางวิชาการ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการให้ปัญญาประดิษฐ์เขียนเนื้อหาทั้งหมดถือเป็นการละเมิดจิตวิญญาณพื้นฐานของวงการวิชาการ เพราะไม่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมของผู้เขียน จ้าวจิงอู่ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเป่ยหาง เตือนว่าการให้ปัญญาประดิษฐ์ เขียนงานทางวิชาการทั้งฉบับ เปรียบเสมือนกับการจ้างผู้อื่นเขียนแทน ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายความซื่อตรงทางวิชาการและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูล ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของการแนะแนวโดยอาจารย์ในยุคเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยระบุว่ามหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับการสอนนักศึกษาให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ อย่างมีความรับผิดชอบ เข้าใจข้อจำกัด และเน้นย้ำความสำคัญของการคิดวิเคราะห์ อาจารย์มหาวิทยาลัยแซ่เว่ยคนหนึ่งระบุว่าอาจารย์ควรมีปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษามากขึ้น และให้คำแนะนำในแต่ละขั้นตอนของการทำวิจัย ไม่ใช่แค่ถามคำถามไม่กี่ข้อตอนส่งผลงาน และควรทำให้นักศึกษาเข้าใจว่าการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นเหมือนการวิ่งมาราธอน และไม่สามารถพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ในการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว โดยการอ่านเอกสารประวัติศาสตร์ การลงพื้นที่ การรวบรวมข้อมูล และการทดลอง เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรทำและจำเป็นต้องทำด้วยตนเอง อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่.

การแพร่หลายของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ขนาดใหญ่ อาทิ ดีปซีก และแชตจีพีที ทำให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีเครื่องมือที่สะดวกในการปรับแต่งและเพิ่มคุณภาพงานวิชาการด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือเอไอเหล่านี้ ซึ่งช่วยให้นักเรียนนักศึกษาสามารถผลิตงานที่ดูดีได้ภายในไม่กี่นาที Case Study จากประเทศจีน โดยนักศึกษาแซ่ไช่คนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยอู่ฮั่นทางตอนกลางของจีน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ขณะเขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรีของตน พร้อมระบุว่านักศึกษาในรุ่นเดียวกับตนใช้เอไอกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในการเขียนวิทยานิพนธ์และงานวิชาการอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดเวลา การศึกษาในปี 2024 ที่ริเริ่มโดยมายคอส บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและที่ปรึกษาการจัดการอุดมศึกษา แสดงให้เห็นว่าเกือบร้อยละ 30 ของนักศึกษาในจีนใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ ในการเขียนรายงานหรือทำการบ้าน ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษากังวลว่าการใช้ความช่วยเหลือจากปัญญาประดิษฐ์ทำให้ผลงานมี “กลิ่นอายของปัญญาประดิษฐ์” อย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่ในงานวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานวิชาอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการป้องกันการทุจริตทางวิชาการ ศาสตราจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษแซ่หลิวจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน กล่าวว่าตนสังเกตเห็นร่องรอยของเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์อย่างชัดเจนในวิทยานิพนธ์ของนักเรียนนักศึกษาของตน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ขาดความลื่นไหลและไม่สอดคล้องกัน การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักศึกษา ส่งผลให้มหาวิทยาลัยทั่วจีนออกกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้ที่ได้ออกแนวปฏิบัติห้ามใช้เอไอ โดยตรงในการสร้างเนื้อหาหลัก ส่วนคำขอบคุณ หรือส่วนอื่น ๆ ของวิทยานิพนธ์ โดยมีสถาบันอื่น ๆ หลายแห่งออกคำแนะนำลักษณะคล้ายกัน ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ แห่งมหาวิทยาลัยชิงหัวในกรุงปักกิ่ง เน้นย้ำความสำคัญของการแยกแยะขอบเขตระหว่างความช่วยเหลือจากเอไอ กับการเขียนโดยเอไอ พร้อมระบุว่าเอไอสามารถจัดระเบียบวรรณกรรมวิจัย ให้แนวคิดในการเขียน และทำงานที่ซ้ำซากหรือง่ายแทนมนุษย์ได้ แต่ไม่สามารถใช้สร้างเนื้อหาของวิทยานิพนธ์ทั้งฉบับได้ เพราะถือเป็นการทุจริตทางวิชาการ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยทั่วจีนกำลังประเมินสัดส่วนของเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ ในโครงการจบการศึกษา ขณะที่วารสารวิชาการหลายฉบับได้กำหนดแนวทางการใช้เอไออย่างเฉพาะเจาะจงในการส่งบทความ ข่งหลินเทา เจ้าหน้าที่ดูแลงานวิชาการที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเทียนจิน เปิดเผยว่านอกเหนือจากการตรวจสอบการคัดลอกผลงานตามปกติสำหรับโครงการจบการศึกษาแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้เพิ่มมาตรการตรวจจับเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อควบคุมการพึ่งพาเครื่องมือเหล่านี้มากเกินไป โดยกำหนดเพดานการคัดลอกผลงานไว้ที่ร้อยละ 30 และจำกัดการใช้เนื้อหาที่สร้างโดยเอไอไว้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งนักศึกษาที่มีผลงานเกินขีดจำกัดดังกล่าวจะได้รับคำเตือนอย่างเป็นทางการ ข่งระบุว่าการกำหนดและจำกัดเหล่านี้สะท้อนถึงทัศนคติที่เปิดกว้างของมหาวิทยาลัยฯ ต่อยุคปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อชี้แนะให้นักศึกษากลับมาเดินในเส้นทางของตนเอง นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์การศึกษาแห่งกรุงปักกิ่ง เสนอแนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยระบุว่าสิ่งสำคัญคือการประเมินความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขียนอย่างรอบคอบในตลอดกระบวนการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ พร้อมแนะนำให้มหาวิทยาลัยเพิ่มขั้นตอนการสัมภาษณ์กับผู้เชี่ยวชาญ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญตั้งคำถามจากวิทยานิพนธ์และสนทนากับผู้เขียนเพื่อประเมินระดับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในวิทยานิพนธ์ของพวกเขา แม้กฎหมายเกี่ยวกับปริญญาของจีนจะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการเขียนโดยปัญญาประดิษฐ์ เป็นการทุจริตทางวิชาการ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการให้ปัญญาประดิษฐ์เขียนเนื้อหาทั้งหมดถือเป็นการละเมิดจิตวิญญาณพื้นฐานของวงการวิชาการ เพราะไม่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมของผู้เขียน จ้าวจิงอู่ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเป่ยหาง เตือนว่าการให้ปัญญาประดิษฐ์ เขียนงานทางวิชาการทั้งฉบับ เปรียบเสมือนกับการจ้างผู้อื่นเขียนแทน ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายความซื่อตรงทางวิชาการและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูล ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของการแนะแนวโดยอาจารย์ในยุคเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยระบุว่ามหาวิทยาลัยควรให้ความสำคัญกับการสอนนักศึกษาให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ อย่างมีความรับผิดชอบ เข้าใจข้อจำกัด และเน้นย้ำความสำคัญของการคิดวิเคราะห์ อาจารย์มหาวิทยาลัยแซ่เว่ยคนหนึ่งระบุว่าอาจารย์ควรมีปฏิสัมพันธ์กับนักศึกษามากขึ้น และให้คำแนะนำในแต่ละขั้นตอนของการทำวิจัย ไม่ใช่แค่ถามคำถามไม่กี่ข้อตอนส่งผลงาน และควรทำให้นักศึกษาเข้าใจว่าการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นเหมือนการวิ่งมาราธอน และไม่สามารถพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ในการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียว โดยการอ่านเอกสารประวัติศาสตร์ การลงพื้นที่ การรวบรวมข้อมูล และการทดลอง เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรทำและจำเป็นต้องทำด้วยตนเอง อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

Brighton นำร่อง ใช้ AI วัดภาวะผู้นำนักเตะ เสริมทัพกลยุทธ์จัดทีมBrighton นำร่อง ใช้ AI วัดภาวะผู้นำนักเตะ เสริมทัพกลยุทธ์จัดทีมยุคใหม่ลูกหนัง! Brighton ใช้ AI ส่องพฤติกรรมนักเตะในสนาม วิเคราะจิตวิทยาเชิงลึก เสริมทัพกลยุทธ์จัดทีม เฟ้นหาผู้เล่นแม่นยำยิ่งขึ้น
Read more »

หมดปัญหาขี้เกียจเข้าไปดู Firefox ใช้ AI สรุปเนื้อหาไว้ตรงพรีวิวหมดปัญหาขี้เกียจเข้าไปดู Firefox ใช้ AI สรุปเนื้อหาไว้ตรงพรีวิวFirefox เปิดตัวฟีเจอร์ Link Preview ใช้ AI สรุปเนื้อหาลิงก์แบบเรียลไทม์ ช่วยประหยัดเวลา ปลอดภัย และไม่ต้องคลิกเข้าหน้าจริง
Read more »

AI เสนอร่าง-แก้ไขกฎหมายครั้งแรกของโลก ยูเออีใช้ AI วิเคราะห์ผลกระทบประชาชน ปลดล็อกปัญหาล่าช้าAI เสนอร่าง-แก้ไขกฎหมายครั้งแรกของโลก ยูเออีใช้ AI วิเคราะห์ผลกระทบประชาชน ปลดล็อกปัญหาล่าช้ากรณีศึกษาสำคัญที่ทั่วโลกต้องจับตา เมื่อเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงกระบวนการนิติบัญญัติ หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตรียมสร้างฐานข้อมูลกฎหมายรวมศูนย์ ใช้ AI ติดตามผลกระทบของกฎหมายต่อประชาชนและเศรษฐกิจ พร้อมเสนอร่างและแก้ไขกฎหมายอัตโนมัติ ตั้งเป้าช่วยให้กระบวนการออกกฎหมายเร็วขึ้น 70%...
Read more »

สู้ศึกจีน! ค่ายรถต่างชาติ ดึง AI พลิกกลยุทธ์ l การตลาดเงินล้านสู้ศึกจีน! ค่ายรถต่างชาติ ดึง AI พลิกกลยุทธ์ l การตลาดเงินล้านแบรนด์รถยนต์ต่างชาติดังหลายรายปรับกลยุทธ์ ใช้ AI และเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่พัฒนาในประเทศจีน สำหรับทำตลาดในจีน เพื่อทำตลาดในจีนโดยเฉพาะ หลังเสียส่วนแบ่งตลาดไปกว่าครึ่งให้ผู้ผลิตในจีน
Read more »

“ALive Powered by AIA” เตรียมอัปเกรดแอปฯ ก้าวสู่ผู้นำแพลตฟอร์มสุขภาพครบวงจรเพื่อคนไทย“ALive Powered by AIA” เตรียมอัปเกรดแอปฯ ก้าวสู่ผู้นำแพลตฟอร์มสุขภาพครบวงจรเพื่อคนไทยALive Powered by AIA เผยแผนการตลาดปี 2568 ใช้ Mar-Tech ขับเคลื่อนแคมเปญ พร้อมเตรียมอัปเกรดเป็น AI Life Coach ตัวจริง
Read more »

แคปจอแล้วตรวจ! Content Checker ฟีเจอร์ AI เช็ค Fake news จาก Whoscallแคปจอแล้วตรวจ! Content Checker ฟีเจอร์ AI เช็ค Fake news จาก WhoscallWhoscall เปิดตัวฟีเจอร์ Content Checker ใช้ AI ตรวจสอบข่าวปลอมผ่านภาพ ลดความเสี่ยงหลงเชื่อกลโกงออนไลน์และช่วยคัดกรองข้อมูลลวงทันใจ
Read more »



Render Time: 2026-04-02 04:37:17