รู้จักวิธี 'บุกตลาดใหม่ คุมต้นทุน และโต' ฉบับโอสถสภา ในปี 2568 มองวิกฤตยังมีโอกาสใหม่เสมอ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ปั้นเบบี้มายด์ ขยายประเทศจีน พร้อมตรึงราคาสินค้า มั่นใจดันกำไรโตแกร่ง
ขณะเดียวกันการดำเนิน ธุรกิจ ภายใต้ตลาดที่มีความไม่แน่นอนสูงและเศรษฐกิจมีทิศทางชะลอตัวลง โดยเมื่อประเมิน สินค้าอุปโภคบริโภค ถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นที่ลูกค้าต้องใช้จ่าย ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าระดับบนยังสามารถใช้จ่ายสินค้าได้แข็งแกร่งอยู่ แตกต่างจากกลุ่มลูกค้าระดับล่าง อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายหันมาเลือกซื้อสินค้าตามราคามากขึ้น และเน้นเรื่องความคุ้มค่ามากที่สุด สำหรับการรุก ธุรกิจ ของบริษัทในปี 2568 ได้ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการใช้กลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอของสินค้าที่มีความหลากหลาย ทั้ง สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง และการขยายไปต่างประเทศ จึงสามารถปรับการนำเสนอสินค้าต่างๆ ได้ครอบคลุมและเหมาะสมกับสถานการณ์ของตลาดและกำลังซื้อ รวมถึงมีจุดแข็งในเรื่อง ราคาสินค้าที่มีหลายระดับ ทำให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตามความต้องการ “หากประเมินในปี 2568 มีความท้าทายหลายด้าน แต่คนที่พร้อม คือคนที่มีโอกาสมากสุด และโอกาสจะมีอยู่ในทุกวิกฤตเสมอ” ทางด้านแผนการตลาด ได้มุ่งเจาะตลาดในเชิงลึกมากขึ้น และนำอินไซต์ของลูกค้ามาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ พร้อมกับวางแผนขยายตลาดในทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มเด็ก คนทำงาน ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงการสื่อสารแบรนด์ มุ่งเป้านำเสนอสินค้าให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ เช่น ในภาคอีสาน จะเลือกวิธีการสื่อสารแบรนด์ผ่านกิจกรรม หมอลำ เป็นต้น และภาคใต้ ได้เลือกใช้กิจกรรมการตลาดให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า อีกทั้งบริษัทได้มุ่งปรับแผนการสต็อกสินค้าใหม่ เพื่อดูแลต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและทำให้เกิดการลีนในองค์กร ทั้งหมดจึงมีผลต่อภาพรวมต้นทุนของบริษัทปรับลดลง ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถคงราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคต่างๆ ในเครือไว้เท่าเดิมจนถึงสิ้นปี 2568 สำหรับตลาดต่างประเทศ ที่มีการทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในเมียนมา ลาว เวียดนาม เป็นต้น โดยในปีนี้บริษัทได้เดินเกมขยายแบรนด์ “ เบบี้ มายด์ ” กลุ่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ออกไปสู่ตลาดต่างประเทศ เริ่มเจาะะตลาดประเทศจีน โดย เบบี้มายด์ มีฐานลูกค้าในต่างประเทศที่เป็นชาวจีนเข้ามาสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์และเข้ามาซื้อในไทย ภายหลังการร่วมมือกับ หมีเนย ซึ่งตลาดจีนมีขนาดใหญ่จึงมีโอกาสที่เพิ่มฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ทางด้านการรุกขยายผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น กลุ่มสินค้าหลักและเป็นฮีโร่ โปรดักส์มายาวนานกับ เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ “เอ็ม-150” ที่เป็นผู้นำตลาด ได้มุ่งทำตลาดเชิงรุกในทุกไตรมาส รวมถึงดึงศิลปินยอดนิยมมาร่วมสื่อสารแบรนด์สู่คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ จะทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในสิ้นปีนี้สามารถสร้างการเติบโตและครองผู้นำได้ต่อไป ทั้งนี้เมื่อประเมินภาพรวมตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของไทย มีขนาดใหญ่และมีมูลค่า 2.
25 หมื่นล้านบาท และมีการขยายตัวประมาณ 2-3% ใกล้เคียงกับจีดีพีของประเทศไทย โดยบริษัทมีแบรนด์หลักที่ทำตลาดทั้ง เอ็ม-150, ลิโพ, และฉลามขาว เป็นต้น ด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมทุกแบรนด์ในเดือน เม.ย.2568 ด้วย 45% เพิ่มขึ้นจากปีปลายปีก่อน ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 44.5% ซึ่งราคาสินค้ามีหลากหลาย ทั้ง 10 บาท 12 บาท และ 20 บาท เจาะตั้งแต่ตลาดแมส ไปจนถึงตลาดพรีเมียม "ได้วางกลยุทธ์แบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ช่วยฟื้นโมเมนตั้มให้แบรนด์ M-150 โดย M-150 ฝาเหลือง ลิมิเต็ด เอดิชัน ได้ขยายสู่ช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิม เมื่อต้นปี ราคา 10บาท จึงสามารถสร้างผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า โดยในปัจจุบัน M-150 รักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มียอดขายและส่วนแบ่งการตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 31.5% ในเดือนเมษายน 2568" สำหรับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคกลุ่มอื่นๆ ได้มุ่งเสนอสินค้าแบบใหม่ที่ผสมในเรื่องนวัตกรรม มาร่วมขับเคลื่อนแบรนด์ให้แข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งนี้ประเมินว่า ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในปี 2568 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ในระดับหนึ่งหลัก ส่วนอัตราการทำไรคาดว่าจะขยายตัวในระดับสองหลัก นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่า เป้าหมายของบริษัทในปี 2571 จะสร้างผลการดำเนินงานถึงระดับ 4 หมื่นล้านบาท ได้ตามแผนที่วางไว้ กรรมการบริหาร กรรมการบริหารความเสี่ยงและ Group Chief Financial Officer บริษัท โอสถสภา กล่าวเสริมว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัทมีรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจำนวน 5,821 ล้านบาท เติบโต 9.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนรายได้ในประเทศลดลง 8.4% จากไตรมาสก่อน มาจากการปรับโครงสร้างการขายและการจัดจำหน่าย ทางด้านกำไรจากธุรกิจหลัก 970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.9% จากไตรมาสก่อนหน้านี้ สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ภาพรวม กำไรสุทธิทั้งไตรมาสอยู่ที่ 1,265 ล้านบาท เป็นกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายขวดแก้วในประเทศเมียนมาร์ ที่เกิดจากการปรับ โครงสร้างธุรกิจ
สินค้าอุปโภคบริโภค โอสถสภา Business บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) M-150 เบบี้ มายด์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
GDP ไทย-อาเซียน จะเติบโตเท่าไหร่ หลังเผชิญความเสี่ยง ภาษีทรัมป์IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกเหลือเพียง 2.8% ในปี 2568 และ 3.0% ในปี 2569 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.3% โดยมีสาเหตุสำคัญจากผลกระทบของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐ อัตราการเติบโตนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 ปีอย่างมีนัยสำคัญ โดย IMF เตือนว่าความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีจะส่งผลลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐคาดว่าจะลดลงเหลือ 1.
Read more »
อ.ต.ก.พาเหรดสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ของดี ของอร่อย ชวนมาชิมช็อปชม ในงาน 'ปักหมุดผลไม้ของดีถิ่นอีสาน' ระหว่างวันที่ 2-8 พ.ค. 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานีนายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เปิดเผยว่า ในปี 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการผลไม้
Read more »
ตื่นรับ Net Zero “กสิกรไทย” ปล่อยสินเชื่อสีเขียวทะลุ 2 แสนล้านในปี 2568-2570 ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์ในการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน มีเป้าหมายสำคัญที่จะพาธุรกิจไทยและเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกธุรกิจรูปแบบใหม่
Read more »
ใครป่วยช่วงนี้ ชวนเช็กอาการโควิด-19 พร้อมวิธีป้องกันแม้โควิดจะกลายเป็นโรคประจำฤดูกาลแล้ว แต่ 'อาการโควิด-19 ในปี 2568' เปลี่ยนไปหรือไม่ ชวนรู้จักสายพันธุ์ XEC พร้อมวิธีป้องกันตัว ที่ทุกคนทำได้ ประเทศไทยเข้าสู่ 'ฤดูฝน 2568' มาพร้อมกับสภาพอากาศที่แปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคที่พบบ่อยในช่วงนี้ เช่น 'ไข้หวัดใหญ่' และ...
Read more »
KKP หั่น GDP ไทยปี 68 เหลือ 1.7% ชี้เศรษฐกิจทรุดยาว หากไม่เร่งปฏิรูป เสี่ยงโตต่ำถาวรKKP ปรับคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือ 1.7% ชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ทรัมป์ แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจไทย หากไม่แก้ไข เสี่ยงโตต่ำกว่า 2% ถาวร วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 KKP Research ปรับ GDP ลงเหลือ 1.7% ในปี 2568 ซึ่งลดลงจากประมาณการก่อนหน้าที่ 2.
Read more »
พาณิชย์ โรดโชว์ “ผลไม้ไทย” หวั่นล้นตลาด “ทุเรียน” ปีนี้ผลผลิตเพิ่ม 3 แสนตัน'พาณิชย์' ลุยตลาดจีน สำรวจผลไม้ไทย ย้ำผู้บริโภคชาวจีนยังมั่นใจในคุณภาพ โดยเฉพาะทุเรียนไม่มีสารตกค้าง คาดผลผลิตทุเรียนปีนี้เพิ่ม 3 ตันหลังเกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น มั่นใจไม่มีปัญหาส่งออกจีน วันนี้ (18 พ.ค.2568 ) นายนภินทร์ ศรีสรรพางค์ รมช.
Read more »
