ทิสโก้ เผยกลยุทธ์ปี 2568 มุ่งเน้นขยายพอร์ตสินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หลังแนวโน้ม Credit Cost ต่ำลง คาดยอดปล่อยสินเชื่อรถใหม่เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
แถลงกลยุทธ์ปี 2568 คาดปีนี้เศรษฐกิจไทยโตได้ 3% จากการลงทุนภาครัฐ-เอกชน และภาคการท่องเที่ยวหนุน ชี้ยอมเสี่ยงสูงขึ้นลุยขยายพอร์ตสินเชื่อหลังแนวโน้ม Credit Cost ต่ำลง หวังยอดปล่อยสินเชื่อรถใหม่โตไม่ต่ำกว่า 10% รับอาจมีการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรอง แต่เชื่อว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ผู้บริหารมองว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และมาตรการแก้หนี้ “คุณสู้ เราช่วย” มีบทบาทสำคัญในการบรรเทาภาระหนี้ของกลุ่มเปราะบาง แต่ยังไม่สามารถช่วยสร้างการเติบโตที่มั่นคงในวงกว้างศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด หรือ กลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2568 ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายสูง และต้องดำเนินการอย่างรอบคอบในทุกมิติ ดังนั้น บริษัทจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลยุทธ์ที่คำนึงถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อรายย่อยมีสัดส่วนราว 70% ของสินเชื่อรวม โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสอง รถจักรยานยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” โดยบริษัทจะมุ่งเน้นในการขยายพอร์ตสินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จาก Credit Cost หรือต้นทุนความเสี่ยงของสินเชื่อที่ไม่ได้รับการชำระคืนเงินต้นที่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งคาดหวังว่ายอดปล่อยสินเชื่อรถใหม่จะสามารถเติบโตได้เกิน 10% ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย ขณะเดียวกัน บริษัทอาจมีการทยอยตั้งสำรองเพิ่มขึ้นในปีนี้ ตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมุ่งเน้น แต่เชื่อว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ราว 1.
7% ขณะที่หนี้เสีย มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่บริษัทจะมีการบริหารที่ครอบคลุมความเสี่ยงซึ่งจะควบคุมไว้ไม่ให้เกิน 3% ทั้งนี้จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงานของสาขา โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพทางเครดิต และให้ความช่วยเหลือดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมขยายบริการสินเชื่อบ้านและที่ดินแลกเงินไปยังสาขา “สมหวัง เงินสั่งได้” เพื่อตอบสนองความต้องการสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ให้บริการเฉพาะสาขาธนาคาร ส่วนธุรกิจสินเชื่อลูกค้าขนาดใหญ่ จะมุ่งเน้นเติบโตในกลุ่มที่ทิสโก้มีความชำนาญ รวมถึงขยายไปยังกลุ่มธุรกิจกระแสใหม่ ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่นเดียวกับธุรกิจสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี จะขยายวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้า พร้อมมองหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจใหม่ ๆกล่าวอีกว่า ในปี 2568 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวประมาณ 3% จากแรงหนุนของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวยังคงเปราะบางและเผชิญกับความไม่แน่นอน จากทั้งนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และคุณภาพลูกหนี้ที่ถดถอย อย่างไรก็ดี แม้ว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและมาตรการแก้หนี้ “คุณสู้ เราช่วย” จะมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาภาระหนี้ของกลุ่มเปราะบาง แต่ยังไม่สามารถช่วยสร้างการเติบโตที่มั่นคงในวงกว้างเมธา ปิงสุทธิวงศ์ กรรมการอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจธนบดีและตลาดทุน จะมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งบริการที่ปรึกษาการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ การวางแผนเกษียณ และการวางแผนมรดก เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาวและเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ขณะเดียวกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง มุ่งเน้นยกระดับบริการการวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยจับมือกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 14 แห่ง และบริษัทประกัน 11 แห่ง เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายโดยไม่จำกัดค่าย ควบคู่กับการให้คำแนะนำที่ผสานระหว่างที่ปรึกษาทางการเงินและโปรแกรมวางแผนการเงิน TISCO My Goal ด้านธุรกิจบริหารจัดการกองทุน มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ แก่ลูกค้า พร้อมขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล และ Agent Network รวมถึงต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการไปในกลุ่มกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ เพิ่มโอกาสการลงทุนที่ง่ายและสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมกระจายรายได้จากการให้บริการใหม่ ๆ โดยนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ ร่วมกับการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ลูกค้า และธุรกิจประกันภัย มุ่งพัฒนาและคัดสรรผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในเชิงลึก ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทพันธมิตรประกันภัยชั้นนำ โดยที่บริษัทจะคำนึงถึงความเหมาะสมกับความเสี่ยงและสถานะทางการเงินของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด สามารถช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวทั้งนี้ TISCO รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า กำไรสุทธิสำหรับผลประกอบการงวดปี 2567 ของบริษัทมีจำนวน 6,901.28 ล้านบาท ลดลงจำนวน 399.84 ล้านบาท หรือ 5.5% เมื่อเทียบกับปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.6% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ซึ่งเป็นไปตามแผนการเพิ่มสำรองเพื่อกลับสู่ระดับปกติ พร้อมทั้งเพื่อรองรับความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ได้รับผลกระทบจากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อปรับลดลง พร้อมกับรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าประกันภัยอ่อนตัวลง ส่วนค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ชะลอตัว เป็นไปตามภาวะตลาดทุนที่ผันผวนและปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ซบเซา สำหรับรายได้รวมจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น 2.3% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัวจากปีก่อนหน้า จากการบริหารผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ชดเชยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น 29.4% ตามการปรับเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินฝาก ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว 8.4% ส่วนใหญ่มาจากผลกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน ด้านธุรกิจหลัก ค่าธรรมเนียมรวมของธุรกิจจัดการกองทุน เติบโต 5.5% จากการขยายตัวของธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงการรับรู้ค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ ในช่วงสิ้นปี นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจวาณิชธนกิจเพิ่มขึ้นจากการเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ครั้งแรก กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน สำหรับงวดปี 2567 เท่ากับ 8.62 บาทต่อหุ้น ลดลงจาก 9.12 บาทต่อหุ้นในงวดปี 2566 และบริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย ของปี 2567 อยู่ที่ 16.1%
FINANCE INVESTMENT BANKING ECONOMY THAILAND
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ดวงวงการบันเทิง ปี 2568ดวงวงการบันเทิงในปี 2568 มีทั้งความท้าทายและโอกาส ดวงแย่ในช่วงต้นปีอาจทำให้มีการเลย์ออฟพนักงานอีกครั้ง แต่ทัศนคติที่มั่นคงและจุดเปลี่ยนในช่วงกลางปี 2568 จะนำความมั่นคงกลับคืนมา
Read more »
Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษี 2568 เช็คเงื่อนไขลดหย่อนภาษีเบื้องต้นอ่านด่วนมาตรการ Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษี 2568 ลดหย่อนภาษี 50,000 บาท กระทรวงการคลัง เสนอเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 เช็คเงื่อนไขเบื้องต้นสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ และ ไม่มีสิทธิลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้างเช็คด่วนที่นี่
Read more »
ค่าจ้างขั้นต่ำปี 68 ปรับขึ้น 7-35 บาท สูงสุด 400 บาทที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างหรือไตรภาคี มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 7-35 บาท สูงสุด 400 บาท มีผลวันที่ 1 มกราคม 2568
Read more »
ทส.มอบของขวัญปีใหม่ เที่ยวฟรีสวนสัตว์ 6 แห่งนายฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในปีใหม่ 2568 ทส.มอบของขวัญปีใหม่ 2 ช่วง คือของขวัญสร้างสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ และของขวัญสร้างสุขตลอดปี 2568
Read more »
คณะรัฐมนตรี นัดส่งท้ายปี67: 'แรงงาน'ชงมติบอร์ดไตรภาคี ขึ้นค่าแรง 400 ใน4 จังหวัดคณะรัฐมนตรี นัดส่งท้ายปี 2567 มีวาระสำคัญหลายเรื่อง เช่น เตรียมเสนอกรอบเป้าหมายนโยบายการเงินปี 2568,เสนอกรอบการคลังระยะปานกลาง 2568 - 2571,เสนอมาตรการของขวัญปีใหม่ 2568 เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ,เสนอการเพิ่มวัตถุประสงค์การออกสลากการกุศล,เสนออนุสัญญาระหว่างไทยและประเทศอื่นเพื่อขจัดภาษีซ้อน,และเสนอมติที่ประชุมคณะกรรมการไตรภาคีในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568
Read more »
เลื่อนบังคับใช้ประกาศหลักเกณฑ์การจ่าย “มะเร็งรักษาทุกที่” ฉบับใหม่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประกาศเลื่อนวันบังคับใช้ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่ายตามโครงการมะเร็งรักษาทุกที่ฉบับใหม่ ซึ่งเดิมกำหนดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ออกไปเป็นวันที่ 1 เมษายน 2568 เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการรักษาโรคมะเร็งได้เต็มที่ โดยระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 - 31 มีนาคม 2568 หน่วยบริการยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิมในการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย
Read more »
