ทิศทาง 'ธุรกิจค้าปลีกและบริการ' ปี 2567

United States News News

ทิศทาง 'ธุรกิจค้าปลีกและบริการ' ปี 2567
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 343 sec. here
  • 7 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 140%
  • Publisher: 63%

ดัชนี RSI ภาคธุรกิจค้าปลีกและบริการตลอดปี 2566 พบว่า ไม่สดใส ดัชนีลดลงต่ำกว่า 50 จุด ต่อเนื่องยาวนานนับตั้งแต่ผ่านการเลือกตั้งเดือน พ.ค. การฟื้นตัวเป็นไปอย่างไม่สมดุลคาดการณ์ภาพรวม ธุรกิจค้าปลีกและบริการในปี 2567 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 4.

โดยสรุป ภาคการค้าปลีกค้าส่งและบริการ ปี 2567 จะค่อยๆ ฟื้นตัวช้าๆ อย่างไม่สมดุล ภายใต้ความไม่แน่นอนรอบด้าน จากอย่างน้อย 4 ลูก กระแสลมต้านทั้ง 4 ลูกนี้ คาดว่าจะยังคงอยู่กับประเทศไทยไปตลอดปี ซึ่งประกอบด้วย 1.

เงินเฟ้อไม่ลด ดอกเบี้ยก็จะยังมีโอกาสเพิ่มสูง ซึ่งมีแนวโน้มจะยังคงสูงต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ปัญหาข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อาจมีการปรับราคาสูงขึ้นอีก นอกเหนือจากสินค้าราคาแพง สินค้าบางชนิดก็อาจจะขาดแคลนอีกด้วย 2.การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำจากรายได้ฟื้นตัวช้าและภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ระดับหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยข้อมูล ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2566 ระดับหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยเพิ่มขึ้นสูงถึง 89.3% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ระดับ 79.8% นอกจากนี้ ยังพบว่าครัวเรือนไทยออมน้อย เป็นหนี้สูง และเป็นหนี้นาน 3.ต้นทุนการทำธุรกิจยังมีแนวโน้มปรับขึ้นสูงต่อไป ราคาน้ำมันที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล จะส่งผลให้ต้องขึ้นค่า Ft ทำให้ค่าไฟพุ่งทะลุไปถึง 5 บาทปลายๆ/หน่วย ซึ่งจะส่งผลกระทบหนักต่อต้นทุนราคาพลังงาน ราคาวัตถุดิบ และการขนส่ง รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นความท้าทายต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจค้าปลีกคาดการณ์ว่าอาจต้องมีปรับราคาสินค้าขึ้น 9-12% เมื่อสินค้ามีราคาแพงขึ้น ก็จะซ้ำเติมกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแออยู่แล้วให้ทรุดลงไปอีก 4.คนขาดงาน-งานขาดคน สังคมไทยปีหน้าและปีต่อๆ ไปจะเจอกับปัญหาทั้ง คนขาดงาน และงานขาดคน พร้อมกันนี้ การปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำสำหรับคนทำงานและเงินเดือนสำหรับผู้จบปริญญาตรีที่มีการนำเสนอให้สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด อาจนำไปสู่ “ความคาดหวัง” ที่เกินเลยความเป็นจริง ส่งผลให้งานขาดคน แรงงานขาดหายไปจากระบบการจ้างงานเดิม คนขาดงาน จะเป็นตัวจำกัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะธุรกิจขาดแรงงาน ขาด talent ขณะเดียวกัน งานขาดคน จะเป็นตัวที่อาจทำให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น เพราะช่องว่างทางทักษะ งานที่ว่างอยู่ไม่เจอคนที่มีทักษะที่ใช่1.มาตรการผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวจะเป็นกุญแจดอกแรกในการสร้างรายได้ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้นและสร้างงานให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่ การให้ วีซ่าฟรี หรือ การขยายเวลาพำนักนักท่องเที่ยวรัสเซียในไทยจาก 30 เป็น 90 วัน การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนถึงการทำให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น 2.โอกาสอัดฉีดงบประมาณต่อเนื่อง 2 ปี จากรัฐบาลชุดนี้ วางกรอบใช้จ่ายงบประมาณปี 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ซึ่งกว่าจะผ่านการพิจารณารัฐสภาก็ราวเดือน พ.ค.2567 และกรอบการใช้จ่ายงบประมาณปี 2568 ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเริ่มใช้ในเดือน ต.ค.2567 ซึ่งเป็นงบประมาณ 2 ปีต่อเนื่อง น่าจะเอื้อให้มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐทยอยออกมาเป็นชุดๆ อย่างเต็มที่และต่อเนื่องครึ่งปีหลังเป็นต้นไป4.แรงหนุนจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 และฟุตบอลยูโร 2024 ที่ธุรกิจค้าปลีกและบริการน่าจะอาศัยจังหวะเวลาดังกล่าวทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อสร้างบรรยากาศและกระตุ้นยอดขายค้าปลีกการฟื้นตัวจึงเป็นแบบกราฟรูปตัว K หรือที่เรียกว่า “K-Shaped” ซึ่งเป็นรูปแบบการฟื้นตัวที่ไม่สมดุล คือมีส่วนที่ฟื้นตัวชัดเจนและอีกส่วนหนึ่งยังไม่ฟื้นตัว หรือ ทรงตัว โดยมีข้อสรุปดังนี้ - กลุ่มค้าปลีก ประเภท ห้างสรรพสินค้า แฟชั่นความงาม ไลฟ์สไตล์ และร้านสะดวกซื้อ ขยายตัวได้ดี เมื่อเทียบกับค้าปลีกกลุ่มอื่นๆ- กลุ่มค้าปลีกที่คาดว่ายังคงเผชิญความยากลำบาก ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต และกลุ่มค้าส่งค้าปลีกภูธร เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคเป็นกลุ่มฐานกลางลงล่าง กำลังซื้อยังอ่อนแอ หนี้ครัวเรือนก็ยังอยู่ในระดับสูง และยังคงต้องพึ่งมาตรการภาครัฐในการกระตุ้นการบริโภคเป็นหลัก - กลุ่มค้าปลีกค้าจำหน่ายสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง ซ่อมบำรุง สมาร์ตโฟน และ ไอที ทรงตัว - กลุ่มค้าปลีกและบริการ ร้านอาหาร-ภัตตาคารและเครื่องดื่ม โดยภาพรวมทรงตัว แต่จะมีการขยายตัวในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวจากผลสำรวจความเชื่อมั่น ของผู้ประกอบการค้าปลีกที่จัดทำเป็นประจำเดือนตลอดปี 2565 พบว่า เศรษฐกิจภูมิภาคโดยรวม ทยอยฟื้นตัวแต่ไม่ต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ และการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อการใช้จ่าย ขณะที่การฟื้นตัวจะกระจุกในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้และภาคเหนือเป็นหลัก ยังคงเป็นภูมิภาคหลักในการขยายตัวหลักของภาคการค้าและบริการ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 43% ของมูลค่าการค้าปลีกและบริการ น่าจะเห็นการฟื้นตัวชัดเจนครึ่งปีหลังโดยรวมการขยายตัวแบบทรงตัว รายได้หลักของภาคกลาง ประกอบด้วย 3 ส่วน 1.ส่วนการท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคนไทยนิยมเที่ยวระยะสั้นๆ ค่อนข้างดี 2.สินค้าเกษตร ผลไม้ตามฤดูกาล ปีนี้ได้ผลดีแต่ราคาก็ชะลอลง 3.ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต กำลังผลิตที่ลดลงเหลือเพียง 60% ค่าแรงโอทีไม่มี กำลังซื้อจากผู้บริโภคแรงงานภาคอุตสาหกรรมหดหาย ภาคเกษตรกรรม เริ่มฟื้นตัว เล็กน้อย แต่ราคามีแนวโน้มทรงตัวโดยรวมเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ช่วงปิดเทอม และปลายปี โซนเหนือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะภายในประเทศ ทำให้ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวมีทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนจังหวัดอื่นๆ ส่วนใหญ่มีรายได้จากการเกษตรโดยรวมปริมาณการผลิตทรงตัว แต่ราคาราคาสินค้าที่ยังมีทิศทางลดลงการฟื้นตัวเป็นไปในทิศทางซึมยาว...ซึมนาน เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น เมื่อหมดช่วงมาตรการกระตุ้นส่งเสริมการบริโภคจากภาครัฐ การขยายตัวก็แผ่วลงและซึมยาวนานกว่าภูมิภาคอื่นๆ เป็นภูมิภาคที่มีประชากรรวมกันมากกว่าหนึ่งในสามของประเทศ รายได้ส่วนใหญ่อยู่ภาคเกษตรกรรมและภาคการค้า ปัจจัยฉุดยังคงเป็นปัจจัยเดิมเดิมที่รอการเยียวยาแก้ไข นับตั้งแต่ กำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ หนี้ครัวเรือนก็ยังคงสูงโดยรวมเริ่มฟื้นตัวดีแต่ไม่เต็มสูบ รายได้หลักของภาคนี้ยังเป็นการท่องเที่ยวโดยเฉพาะจุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปีนี้ นักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปและนักท่องเที่ยวจีนยังไม่มาตามเป้า รายได้จากภาคเกษตรอย่าง ยางพารา ปาล์ม ราคาก็ตกต่ำ กำลังซื้อท้องถิ่นอ่อนแอ พึ่งพิงแต่รายได้จากการท่องเที่ยวปี 2566 เป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับธุรกิจการค้าปลีกค้าส่งและบริการที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก RSI ซึมลึก ซึมยาว ต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง ทั้งๆ ที่ ดัชนี RSI เริ่มต้นปีสวยงามด้วยความคาดหวังที่สูง เพราะมีปัจจัยสนับสนุนใหม่ ทั้งการท่องเที่ยว การเปิดประเทศของจีน และโดยเฉพาะการเลือกตั้ง แต่อย่างที่ทราบกัน แม้ท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ดี แต่เศรษฐกิจจีนอ่อนแอกว่าที่คิด และเราใช้เวลาถึง 4 เดือนในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งและบริการไทยขยายตัวต่ำกว่าคาดมาก ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกและบริการในปี 2567 คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 4.4 ล้านล้านบาท เติบโต 3-5 % เมื่อเทียบกับ GDP ปี 2567 ที่คาดว่าจะเติบโต 3.5-4.4% โดยกลุ่ม Store-base retailing จะกลับมามีมูลค่าเท่าก่อนช่วงโรคระบาด ส่วน Non-store retailing ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ผู้เขียนมีความเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งและบริการจะกลับสู่ขาขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของ 2567 แต่ขึ้นอยู่กับ 3 เงื่อนไข ดังนี้ รัฐบาลมีความได้เปรียบการบริหารงบประมาณต่อเนื่อง 2 ปี คือ 2567 และ 2568 ด้วยงบประมาณรวมกัน 2 ปี ราว 6 ล้านล้านบาท รัฐบาลต้องรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวในระดับ 3-4% ในปีหน้า และปีถัดๆ ไปให้ได้ การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการต่างๆ จำเป็นต้องมี ต้องเกิด ด้วยการเพิ่มรายได้ของกลุ่มฐานราก และเพิ่มการใช้จ่ายของกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่องทั้งปี เป็นโจทย์ที่ยากขึ้น คือ ต้องให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ นำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงานอย่างต่อเนื่อง ให้กับประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ด้วยการจัดการกับปัญหาโครงสร้างในระบบเศรษฐกิจอย่างจริงจัง และเร่งดึงดูดการลงทุนตรงจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และถ้าสามารถขับเคลื่อนจนเกิดผลลัพธ์ได้จริง เชื่อว่าจะช่วยให้อำนาจการซื้อการบริโภคฟื้นตัว เมื่อรวมกับการจ้างงานและการสร้างงานใหม่ๆ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูมิภาคจะเร็วกว่าที่คาดหมาย

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

บีโอไอลุยแผน 5+5 ดึงลงทุนปีมะโรง มั่นใจเกิน 6 แสนล้านบีโอไอลุยแผน 5+5 ดึงลงทุนปีมะโรง มั่นใจเกิน 6 แสนล้านปี 2566 กำลังจะผ่านพ้นไป ปี 2567 หรือปีมะโรง-งูใหญ่ จะเข้ามาแทนที่ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจ และการค้าโลกที่ยังชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของหลายคู่ของโลกที่ยังเขม็งเกลียว
Read more »

“TRUE” เตรียมออกหุ้นกู้อายุ 1 ปี 3 เดือน ถึง 10 ปี ดอกเบี้ย 3.10“TRUE” เตรียมออกหุ้นกู้อายุ 1 ปี 3 เดือน ถึง 10 ปี ดอกเบี้ย 3.10“TRUE” เตรียมออกหุ้นกู้อายุ 1 ปี 3 เดือน ถึง 10 ปี ดอกเบี้ย 3.10 – 4.70% ต่อปี อันดับความน่าเชื่อถือระดับ A+ คาดเปิดให้จอง 26 และ 29 - 30 มกราคม 2567
Read more »

เช็คดวง 12 ราศี ปี 2567 สรุปใครปัง ใครแย่ชะตาตก รับปีมะโรงเช็คดวง 12 ราศี ปี 2567 สรุปใครปัง ใครแย่ชะตาตก รับปีมะโรงอาจารย์ลักษณ์ ราชสีห์ อธิบดีโหรสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ ทำนายดวง 12 ลัคนาราศี ปี 2567 ใครปัง ใครแย่ชะตาตก รับปีมะโรงบ้างเช็คเลย
Read more »

รู้ก่อนซื้อ! 12 หุ้นอาหาร-เครื่องดื่ม ปี67 ใครปัง-พังสุด?รู้ก่อนซื้อ! 12 หุ้นอาหาร-เครื่องดื่ม ปี67 ใครปัง-พังสุด?หุ้นกลุ่ม 'อาหารและเครื่องดื่ม' ปี 2567 ฟ้าเปิด มาตรการรัฐ e-Refund และขยายเวลาสถานบริการปิดตี 4 หนุน พร้อมจับตาต้นทุน-ราคาน้ำตาล-ทูน่า-เนื้อสัตว์ หนุนผลงานครึ่งปีแรกมาร์จิ้นฉ่ำ
Read more »

ช่อง 7HD ผงาดอันดับหนึ่งเรตติ้งเฉลี่ยรวมครึ่งเดือนแรก เปิดรายชื่อผู้จัดละคร ผู้ผลิตรายการยังเหนียวแน่นช่อง 7HD ผงาดอันดับหนึ่งเรตติ้งเฉลี่ยรวมครึ่งเดือนแรก เปิดรายชื่อผู้จัดละคร ผู้ผลิตรายการยังเหนียวแน่นปี 2567 ผู้จัดละคร ผู้ผลิตรายการของช่อง 7HD ยังคึกคัก เหนียวแน่น พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานดี มีคุณภาพเพื่อผู้ชม คว้าอันดับหนึ่ง...
Read more »



Render Time: 2026-04-02 05:50:27