พรรคการเมืองขวัญใจตลอดกาลของชาวปักษ์ใต้ คงหนีไม่พ้น 'พรรคประชาธิปัตย์' ตามสถิติข้อมูลที่จารึกไว้ เพราะไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ประชาธิปัตย์
ได้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเมื่อ 5 เมษายน พ.ศ. 2489 เริ่มต้นจากนักการเมืองกลุ่มหนึ่งพร้อมหน้ามาประชุมยัง บริษัทของนายควง ที่ย่านเยาวราช ต่อมาได้ถือเอาวันที่ 6 เมษายน เป็นวันก่อตั้งพรรค จุดประสงค์ตั้งใจให้ตรงกับในช่วงปี พ.
ศ. 2489 ที่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ยาวนานถึง 7 วัน 7 คืนติดต่อกัน รวมถึงการหาเสียงในเดือนสิงหาคมด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 รัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ถูกนายทหารฝ่ายจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ทำรัฐประหารยึดอำนาจ นายควงได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ และมีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2491 ผลการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนเสียงมากที่สุดจึงได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรก โดยมี นายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก 6 ครั้งจนถึงปัจจุบัน คือในปี พ.ศ. 2518, 2519 , 2535, 2540 และ 2551 ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล 4 ครั้ง และเป็นพรรคฝ่ายค้านอีกรวม 16 ครั้ง โดยเป็นพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากในกรุงเทพมหานครทันที และครองจำนวนที่นั่งในกรุงเทพมหานครจนถึงปี พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ ประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคแรกที่หาเสียงด้วยวิธีการปราศรัยด้วย โดยเริ่มใช้ตั้งแต่การเลือกตั้งในเดือนสิงหาคมปีย้อนไป เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2535-19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในสมัยแรก ถือนโยบายการปฏิรูปที่ดินเป็นสำคัญ ในการแจกจ่ายที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดข้อผิดพลาด กรณี ส.ป.ก.4-01 เป็นเหตุให้รัฐบาลนี้ต้องยุบสภาในเวลาต่อมาชวน หลีกภัย ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สอง โดยรับช่วงต่อหลังจาก พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเกิดปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก จนต้องลอยตัวค่าเงินบาท กองทัพไม่ได้ต่อต้านการคืนสู่ตำแหน่งของเขา ชวน ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือ จนได้รับความเชื่อถือและเห็นชอบจากสถาบันการเงินนานาชาติและสหรัฐอเมริกา มุ่งไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลผสมก็เอาชนะความพยายามของฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้รับการสนับสนุนและไว้วางใจ เพราะถูกมองว่าซื่อสัตย์ มุ่งปฏิรูประบอบประชาธิปไตย และขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในสมัยที่สอง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย เนื่องจากรัฐบาลจัดตั้งขึ้น โดยกลุ่มของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเดิมสนับสนุนให้พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ดำรงตำแหน่งแทน โดยการสนับสนุนของพรรคความหวังใหม่ พรรคชาติพัฒนา พรรคประชากรไทย และพรรคมวลชน รวม 197 เสียง ส่วนฝ่ายค้านเดิมนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับพรรคชาติไทย พรรคเอกภาพ พรรคพลังธรรม พรรคไท และพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้แก่ พรรคกิจสังคม และพรรคเสรีธรรม สนับสนุนชวน หลีกภัย ด้วยเสียงทั้งสิ้นรวม 196 เสียง ซึ่งน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาล 1 เสียงพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ จนถูกพรรคประชากรไทยขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และส่งผลให้สิ้นสุดสถานภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมาย กลุ่มงูเห่าทั้ง 12 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่ไม่ชอบ ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 12 คน ยังคงสถานภาพ และหาพรรคใหม่สังกัด นอกจากกรณีกลุ่มงูเห่าแล้ว ยังมีกรณีรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลที่ได้รับการตัดสินว่ามีความผิดทางการเมืองอีก 2 ท่าน ได้แก่ นายรักเกียรติ สุขธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยนายรักเกียรติ สุขธนะ ได้รับคำพิพากษาตัดสินจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้จำคุกเป็นเวลา 5 ปี ฐานเรียกรับสินบน บริษัทยา ทีเอ็น พี เฮลท์ แคร์ จำกัด ซึ่งนับว่าเป็นรัฐบาลชุดแรกที่รัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ได้รับโทษถึงที่สุดให้จำคุกจากการทุจริตในระหว่างการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้รับคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากการรายงานบัญชีทรัพย์สินตกหล่นในปี พ.ศ. 2551 ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็น"พรรคฝ่ายค้านพรรคเดียว" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้าน ได้ประกาศจัดตั้ง คณะรัฐมนตรีเงา ขึ้นตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและนำเสนอแนวทางการบริหารประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารงานของรัฐบาล ตามรูปแบบรัฐบาลเงาในระบบเวสต์มินสเตอร์ของประเทศอังกฤษ ขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลัง พรรคพลังประชาชน ถูกพิพากษายุบพรรคจาก คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551 ทำให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ไ ด้เป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของประเทศไทย จาก การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 เป็นการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน และเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ของคณะกรรมการบริหารพรรค คนละ 5 ปีประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาลงมติ เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ระหว่างเวลา 09.30-11.30 น. ณ ห้องประชุมรัฐสภา อาคารรัฐสภา 1 โดยมี ส.ส.ลงนามเข้าร่วมการประชุม จำนวน 437 คน จากจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่ 438 คน ซึ่งผู้ได้รับเลือกในกรณีดังกล่าว ต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ คือ 219 เสียง จึงจะสามารถนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งในขั้นตอนต่อไปทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม เพื่อให้สมาชิกลงมติเลือก จำนวน 2 คน โดย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 8 รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อกลุ่มจังหวัดที่ 6 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 5 หัวหน้าพรรคประชาราช เสนอชื่อ พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 3 ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ภายหลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีว่าส่วนพลตำรวจเอกประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินได้รับความเห็นชอบ 198 คะแนน และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรงดออกเสียง 3 คะแนน จึงถือได้ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาแล้ว อย่างไรก็ตามในครั้งนั้น ฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกเสนอชื่อวางตัวมาแล้ว มีการประชุมกันอย่างดีในค่ายทหาร รวมไปถึงกลุ่มเพื่อนเนวินและสมาชิกพรรคอื่นๆ บางคน พากันยกคะแนนเสียงเทให้จนชนะขาด เหมือนเป็นการวางแผนจงใจมาอย่างดี โดยข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามได้งัดออกมาแฉถึงขั้นตอนการทาบทามจูงใจและยื่นข้อเสนอให้ลงคะแนน เลือก"นายอภิสิทธิ์" จึงถูกขนานนามกันว่า เป็นกลุ่มงูเง่า 2 ต่อจาก ยุคชวน หลีกภัย เมื่อหลายปีก่อนอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีในห้วงวิกฤตการณ์การเงินโลก และความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะดำรงตำแหน่ง เขาเสนอ"วาระประชาชน" ซึ่งมุ่งสนใจนโยบายซึ่งมีผลต่อสภาพความเป็นอยู่ของพลเมืองชนบทและผู้ใช้แรงงานของไทยเป็นหลัก เขาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสองประการสำคัญ คือ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสามปีมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และโครงการให้เงินอุดหนุนและแจกเงินมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ยุคอภิสิทธิ์ มีการปิดเว็บไซต์และสถานีวิทยุเป็นจำนวนมาก ตลอดจนจับกุมและปิดปากบุคลากรสื่อ จากรายงาน พ.ศ. 2553 ฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกยุคอภิสิทธิ์ว่าและฟรีดอมเฮาส์ ลดระดับอันดับเสรีภาพสื่อของไทยลงเหลือ"ไม่เสรี" อภิสิทธิ์ยังสนับสนุนมาตรการต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่รัฐมนตรีหลายคนกลับมีเรื่องอื้อฉาวทางการเมือง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายส่วนถูกวิจารณ์ว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง รัฐบาลอภิสิทธิ์เผชิญการประท้วงใหญ่ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 และเดือนเมษายนและพฤษภาคม พ.ศ. 2553 กลุ่มคนเสื้อแดงได้ออกมาชุมนุมประท้วงใหญ่ และมีการปะทะกันจนทำให้ทหารและกลุ่มผู้ชุมนุม รวมไปถึงสื่อมวลชนสำนักข่าวต่างประเทศ ถูกลูกหลงเสียชีวิตระหว่างการเข้ามาทำข่าวในเมืองไทย เหตุนี้เอง เขาถูกตั้งข้อกล่าวหาฆ่าคนจากการสลายการชุมนุมเมื่อ พ.ศ. 2553 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 90 คน นอกจากนี้ เหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศตามชายแดน พบว่ากองทัพไทยปะทะกับกัมพูชาหลายครั้งระหว่าง พ.ศ. 2552-2553 ซึ่งเป็นการสู้รบนองเลือดที่สุดในรอบกว่าสองทศวรรษ รวมไปถึงเหตุความไม่สงบในชายแดนภาคใต้บานปลายขึ้นระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์ และรายงานการทรมานและการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้นหลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศยุบสภาในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เพื่อให้จัดตั้งการเลือกตั้งทั่วไป และหลังจากที่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แพ้การเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2554 ผู้ชนะคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น้องสาวแท้ๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ต่อมา นายอภิสิทธิ์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 และเป็นเหตุให้คณะเลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค ที่ปฏิบัติหน้าที่นั้น ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด หลังจากนั้นได้มีการลงคะแนนเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ และผลออกมาในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554 หลังนายอภิสิทธิ์ พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้รับเลือกให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง พ.ศ. 2556 การทุจริตเกิดขึ้นในรัฐบาลภายใต้การนำของอภิสิทธิ์หลายกรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วิฑูรย์ นามบุตร ลาออก หลังจากจัดหาปลากระป๋องเน่าให้กับผู้ประสบอุทกภัย ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข วิทยา แก้วภราดัย มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตในการจัดซื้ออุปการณ์ทางการแพทย์เกินราคาในโครงการ ไทยเข้มแข็ง จึงได้ประกาศลาออก อภิสิทธิ์ ยังเผชิญกับความตึงเครียด ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากประเทศกัมพูชา ในหลายประเด็น รวมทั้งการแต่งตั้งแกนนำ พธม. กษิต ภิรมย์ อันเป็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การปะทะตามแนวชายแดนด้านเขาพระวิหาร และการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลกัมพูชา ภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2552-2553 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 หลังจากผลการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์แพ้ พรรคเพื่อไทย ตามที่ได้กล่าวไปในหัวข้อข้างต้น.
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'อภิสิทธิ์' ยันยุบ 'ไทยรักษาชาติ' ไม่มีผลให้คะแนน 'ประชาธิปัตย์' เพิ่มอภิสิทธิ์ ชี้ ยุบพรรคไทยรักษาชาติไม่มีผลกับพรรคประชาธิปัตย์ และไม่ได้ทำให้คะแนนเสียงเพิ่ม ขณะที่ไม่ห่วงบรรยากาศทางการเมือง ขอพรรคการเมืองอย่าขัดแย้งกับกองทัพ เพื่อประชาธิปไตยเดินหน้า...
Read more »
เลือกตั้ง62 : “ประชาธิปัตย์” ตอบชัด นโยบายแก้จน หาเงินจากไหน?ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ที่จะถึงนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาเศรษกิจและสังคม เพื่อขจัดความยากจน ซึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก อาทินโบาย “เกิดปั๊บ รับสิทธิ์เงินแสน” ส่วนเงินที่นำมาใช้นั้นจะมีผลกระทบต่อวินัยการคลังหรือไม่ นายกรณ์ จาติกวณิช จะมาเผยถึงที่มาของเงินที่นำมาใช้ในนโยบาย
Read more »
'สุเทพ' กลับถิ่นสุราษฏร์ อัด 'ประชาธิปัตย์ - ทักษิณ' เรียกคะแนน'สุเทพ' กลับถิ่นสุราษฏร์ธานี ขึ้นปราศรัยช่วย 'หลานรัก' อัด 'ประชาธิปัตย์ - ทักษิณ' ทำบ้านเมืองวุ่นวาย ดีแต่ขี้คุย ทำอะไรไม่เป็น โปรยยาหอมขอมาช่วยชาวเกษตรกร ทำราคายาง ปาล์ม ให้มีราคาสูง
Read more »
นักรัฐศาสตร์อ่านเกม อภิสิทธิ์-ประชาธิปัตย์นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์มอง เป็นยุทธศาสตร์พรรคอันดับ 2 ในการสร้างขั้วการเมืองขั้วที่ 3
Read more »
เปิดยุทธศาสตร์ 'ประชาธิปัตย์' สกัด 'บิ๊กตู่' ชิงตั้งรัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์ 'ประชาธิปัตย์' สกัด 'บิ๊กตู่' ชิงตั้งรัฐบาล
Read more »
เลือกตั้ง62 : “มอ.โพล” กล้าฟันธง “อนาคตใหม่” ล้ม “ประชาธิปัตย์”ผลสำรวจโพล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คนใต้เตรียมเทคะแนนให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่อย่างท่วมท้น ทิ้งห่างเจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยชาวบ้าน ร้อยละ 84.80 ระบุ จะไม่เลือกพรรคเดิมอีกแล้ว
Read more »
เลือกตั้ง 62 : หญิงหน่อยถามแรง “ประชาธิปัตย์” จะร่วมกับใครตั้งรัฐบาลเลือกตั้ง 62 : หญิงหน่อยถามแรง “ประชาธิปัตย์” จะร่วมกับใครตั้งรัฐบาล ข่าวจริง สปริงนิวส์ SpringNews เลือกตั้ง62 BeginAgainThailand
Read more »
อธิบดี สค. ประชุม CSW สมัย 63อธิบดี สค. ร่วมการหารือระดับสูง และกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย ในการประชุม CSW สมัย 63
Read more »
เลือกตั้ง 62 : เจาะลึกปฏิบัติการยึด “ประชาธิปัตย์”หลังจากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ปราศรัยอย่างดุเดือดเพื่อเล่าเบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลและผลักดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี
Read more »
