“คมนาคม” ผ่างบประมาณปี 68 วงเงิน 2.04 แสนล้าน ดัน 44 บิ๊กโปรเจ็กต์ มูลค่ารวม 2.31ล้านล้านบาท เดินหน้าปลุกไฮสปีด-ทางคู่ เชื่อมระบบราง เข็นมอเตอร์เวย์-ทางด่วน ชงครม.ไฟเขียว ฟากทอท.เทกระจาด ปรับโฉมสนามบินใหม่
การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของไทยถือเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศและนอกประเทศ ทั้งด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง ตลอดจนเกิดการจ้างงาน ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดให้ไทยสามารถก้าวข้ามขีดความสามารถและกับดักรายได้ปานกลางได้ ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีการตั้งวงเงินงบประมาณจำนวน 3,752,700 ล้านบาท หลังที่ประชุมอภิปรายตลอด 3 วันปัจจุบันกระทรวง คมนาคม ภายใต้การดูแลของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ยังคงผลักดันให้ครม.
อนุมัติโครงการลงทุนเร่งด่วนอย่างต่อเนื่องเริ่มที่โครงการเรือธงสำคัญตามนโยบายรัฐบาลนี้อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อรถไฟ,ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และท่าเรือ 2 ฝั่ง ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบโครงการ ปัจจุบันท่าเรือคลองเตย พื้นที่ 2,300 ไร่ นั้น มีแผนพัฒนามุ่งเน้นเป็นท่าเรืออัจฉริยะ เท่านั้น โดยพื้นที่บางส่วนของโครงการฯจะดำเนินการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Mixed Use พบว่ามีกลุ่มเอกชนที่สนใจ เช่น กลุ่มธุรกิจเครือเซ็นทรัล เนื่องจากเอกชนรายนี้เคยทำผลการศึกษาพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ด้านแผนเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือบก เป็นโครงการที่จะทำให้การขนส่งสินค้าจากทางจีนตอนใต้มาสู่ท่าเรือแหลมฉบังใกล้กว่าเส้นทางของท่าเรือในประเทศดังกล่าวที่ใช้เวลาเดินทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งกทท.ได้นำร่อง 2 จังหวัด โดยโครงการท่าเรือบก จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโนนพยอม ต.ม่วงหวาน อ.นํ้าพอง จ.ขอนแก่น ใช้พื้นที่ 1,500-2,000 ไร่ วงเงินลงทุนประมาณ 7,000 ล้านบาท สาเหตุที่กทท.ได้เลือกพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นมีซับพลายและดีมานด์ที่มีสินค้าเกษตรค่อนข้างมาก อีกทั้งเป็นจังหวัดที่เป็นจุดศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าในภูมิประเทศที่สามารถเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว ขณะที่โครงการท่าเรือบก จังหวัดนครราชสีมา ตำแหน่งที่ตั้งเดิมอยู่ที่ ต.กุดจิก อ. สูงเนิน จ.นครราชสีมา วงเงินลงทุนประมาณ 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กทท.มีความจำเป็นต้องพิจารณาพื้นที่ใหม่ที่มีความเหมาะสมและมีศักยภาพมากกว่าพื้นที่เดิม รวมถึงพื้นที่โดยรอบให้ครอบคลุมกับการขนส่งทางถนนและทางรางทั้งนี้ในส่วนกรมทางหลวง มีโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หลายสายที่เร่งเปิดประมูลภายในปี 2568 จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวม 119,053 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 5 สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน วงเงิน 31,358 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง ระยะทาง 38 กม. วงเงิน 56,035 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ระยะทาง 35 กม. วงเงิน 15,936 ล้านบาท นอกจากนี้ทล. ยังมีโครงการที่เร่งดำเนินการเปิดประมูลเพิ่มอีก 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 24.7 กม. วงเงิน 15,724 ล้านบาท ฟากกรมทางหลวงชนบท โดยมีนายมนตรี เดชาสกุลสม เป็นอธิบดี กล่าวว่า ความคืบหน้าการเบิกจ่ายของทช.ในปีงบประมาณ 2567 พบว่า ปัจจุบันทช.สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้เพียง 70% จากที่ได้รับจัดสรรงบประมาณอยู่ที่ 47,000 ล้านบาท ถือเป็นการเบิกจ่ายที่น้อยมาก “ส่วนสาเหตุที่เบิกจ่ายงบประมาณได้น้อย เนื่องจากในปีงบประมาณดังกล่าวได้รับจัดสรรงบประมาณล่าช้า เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้ทช.ต้องเร่งรัดลงนามสัญญาและเบิกจ่ายได้ครบ 100% ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่งผลให้การเบิกจ่ายเหลื่อมไปในปีงบประมาณ 2568” นายมนตรี กล่าว ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 ทช.ได้รับจัดสรรงบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.งบลงทุน 49,144 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพันปีเดียว 40,448 ล้านบาท งบผูกพันรายการใหม่ 2,628 ล้านบาท และงบผูกพันข้ามปี 6,067 ล้านบาท 2.งบดำเนินงาน 856 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายงบประมาณได้ครบ 100% ภายในเดือน กันยายน2568 สำหรับโครงการขนาดใหญ่ของทช.ที่เร่งรัดดำเนินการภายในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 16 โครงการ วงเงินรวมกว่า 16,641 ล้านบาท เช่น โครงการขยายถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี โครงการถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว - พระธาตุพนม อ.เมือง จ.มุกดาหารและนครพนมด้านการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีโครงการที่เตรียมความพร้อมเสนอต่อครม.เห็นชอบภายในปีนี้ จำนวน 2 โครงการ วงเงินรวม 28,600 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง ระยะทางรวม 3.98 กม. วงเงิน 15,000 ล้านบาท โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 สายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ระยะทางรวม 6.7 กม. วงเงิน 13,600 ล้านบาทจากนโยบายรัฐบาลเร่งผลักดันระบบโครงข่ายรถไฟที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งโลจิสติกส์มากขึ้นเมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนนเพียงช่องทางเดียว ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมเดินหน้าโครงการลงทุนของรฟท. จำนวน 9 โครงการ วงเงิน 661,060 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วง รังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. วงเงิน 6,473 ล้านบาท ปัจจุบันได้เสนอต่อครม.เพื่อขอทบทวนมติครม.และปรับกรอบวงเงิน หลังจากในช่วงที่ผ่านมารฟท. ได้สรุปผลการศึกษาและเสน ครม.ไป แล้ว แต่มีการดึงเรื่องกลับมาปรับแก้ไขใหม่เพื่อความรอบคอบ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทางรวม 20.5 กม. วงเงิน 15,176 ล้านบาท ที่ผ่านมา รฟท.ได้มีการศึกษาควบรวม 2 เส้นทางไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณลดลง 110 ล้านบาท โครงการไฮสปีด ไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 341,351 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่างานโยธา 235,129 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน 10,310 ล้านบาท ค่าลงทุนระบบราง-ระบบรถไฟฟ้า และเครื่องกล 80,165 ล้านบาท ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อไปยังประเทศจีนและภูมิภาค ทำให้ไทยมีความจำเป็นต้องก่อสร้างต่อในระยะที่ 2 หลังจากมีการก่อสร้างโครงการไฮสปีดในระยะที่ 1 แล้ว เพื่อให้เกิดศักยภาพการขนส่งทางระบบราง ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางราง หารือร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่ออนุมัติไฮสปีดไทย-จีน เฟส 2 ได้เร็วขึ้น คาดว่าสศช.จะอนุมัติโครงการไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 2 ภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นจะเสนอต่อครม.พิจารณาเห็นชอบต่อไป ซึ่งตามกระบวนการจะเริ่มเปิดประมูลงานโยธาได้ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 หลังจากนั้นจะพิจารณาการเปิดประมูลเดินรถในรูปแบบ PPP ควบคู่การก่อสร้างงานโยธาใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2571 นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,103 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,900 ล้านบาท ปิดท้ายที่โครงการลงทุนสายอากาศที่อยู่ในความดูแลของบริษัทท่าอากาศไทย จำกัด หรือทอท.ผู้ดูแลและพัฒนาสนามบินหลักในไทยทั้ง 6 แห่ง ปัจจุบันพบว่า สนามบินหลายแห่งนั้นไม่สามารถรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้เกินความจุที่สนามบินจะรองรับได้ จากการการคาดการณ์ของการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ประเมินว่าภายในปี 2574 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นถึง 200 ล้านคน ส่งผลให้กระทรวงคมนาคม โดยทอท.มีแผนขยายสนามบิน จำนวน 8 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 344,040 ล้านบาท สำหรับการลงทุนใหม่ในการขยายสนามบินสุวรรณภูมิในเฟสต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไป ประกอบด้วย โครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก วงเงิน 7,830 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสารได้อีก 81,000 ตารางเมตร คาดจะเปิดประมูลในเดือนธันวาคม 2567 ส่วนโครงการขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตก วงเงิน 9,000 ล้านบาท ซึ่งต้องรอการทบทวนแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเสร็จก่อน จากนั้นจะมีการออกแบบรายละเอียด เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทที่ทบทวนใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาออกแบบประมาณ 8 เดือน ต่อมาโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ที่จะมีขนาดใหญ่กว่าอาคารผู้โดยสารหลัก คาดว่าจะออกแบบก่อสร้างได้ในปี 2568-2569 และจัดหาผู้ก่อสร้างได้ในปี 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปีครึ่ง แล้วเสร็จเปิดให้บริการปลายปี 2574 รองรับผู้โดยสาร 70 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ทอท.ยังเดินหน้าลงทุนขยายสนามบินดอนเมือง วงเงินงบประมาณ 36,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนต่อปี เป็น 40 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2568 แล้วเสร็จในปี 2573 ขณะที่การเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 6,210 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี โดยจะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่อีกกว่า 177,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 ด้านการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ มีพื้นที่กว่า 95,000 ตารางเมตร รวมทั้งจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ทำให้มีพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 66,600 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการรองรับผู้โดยสารได้เป็น 20 ล้านคนต่อปี คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 2569 ขณะเดียวกันทอท.ยังระบุอีกว่า การก่อสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่ง หรือ ท่าอากาศยานอันดามัน และท่าอากาศยานล้านนา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ตลอดจนกระบวนการจัดตั้งท่าอากาศยาน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี โดยสนามบินอันดามัน พื้นที่ 7,300 ไร่ วงเงิน 80,000 ล้านบาท รองรับเที่ยวบินได้ 43 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และหลุมจอดอากาศยาน 44 หลุมจอด คาดว่าจะตั้งอยู่ในตำบลโคกกลอย จังหวัดพังงา ส่วนสนามบินล้านนา พื้นที่ 8,050 ไร่ วงเงิน 70,000 ล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพื่อรองรับผู้โดยสาร 24 ล้านคนต่อปี ทางวิ่ง 2 เส้น สามารถรองรับเที่ยวบินได้ 41 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และหลุมจอดอากาศยาน 38 หลุมจอดรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศได้ 32,000 ตัน โดยคาดว่าจะตั้งอยู่ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
สนามบินสุวรรณภูมิ เมกะโปรเจ็กต์รัฐ สนามบินภูมิภาค มอเตอร์เวย์ ไฮสปีด รถไฟทางคู่ บิ๊กโปรเจ็กต์ แลนด์บริดจ์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
คลังชี้ปีงบ 68 แผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะพุ่ง 66%คลังเผยปีงบ 68 มีกรอบบริหารหนี้ 2.58 ล้านล้าน พร้อมก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 66% ประเมินหนี้สาธารณะเริ่มปรับตัวลงปี 70
Read more »
คลังเปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66%รัฐบาลได้ประกาศแผนก่อหนี้เพิ่มเติม มูลค่า 1.05 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะของไทยในปี 2568 พุ่งขึ้นแตะร้อยละ 66%
Read more »
'คลัง' เปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66%'คลัง' เปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66% เมื่อวันที่ 18 ก.ย.67 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.
Read more »
ครม.เคาะกรอบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 1.5 ล้านล้าน เบิกจ่าย 2.64 แสนล้าน ปี 68มติครม.เห็นชอบกรอบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงินดำเนินการรวม 1.5 ล้านล้านบาท เบิกจ่าย 2.64 แสนล้านบาท ตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 95% พร้อมกำชับให้รายงานทุกเดือน
Read more »
NaRaYa ฉลองครบรอบ 35 ปี เดินหน้าลุย Digital MarketingNaRaYa เดินหน้า ลุย Digital Marketing เต็มตัว เล็ง ขยายตลาดและสินค้าครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัยคาด ดันรายได้เพิ่ม 30% ภายในปี 68
Read more »
บิ๊กเอกชนประสานเสียง ศก.ไทยโค้งท้าย “โตแกร่ง” WHA ตุนหมื่นไร่รับลงทุนปี 68ลงทุน-ท่องเที่ยว-แจกเงินหมื่น ค้ำเศรษฐกิจไทยฝ่าไฟสงคราม บิ๊กเอกชนลุ้นจีดีพีปี 67 โต 2.7% เลือกตั้งสหรัฐตัวแปรเศรษฐกิจโลกปี 68 WHA มองบวก คลื่น FDI ไหลเข้า ตุนที่หมื่นไร่รับลงทุน ททท.
Read more »
