ทะลวงงบปี 68 ปูพรมระบบรางไฮสปีด-ทางคู่ ลุย 44 โปรเจ็กต์ ลงทุน 2.31 ล้านล้าน

คมนาคม News

ทะลวงงบปี 68 ปูพรมระบบรางไฮสปีด-ทางคู่ ลุย 44 โปรเจ็กต์ ลงทุน 2.31 ล้านล้าน
สนามบินสุวรรณภูมิเมกะโปรเจ็กต์รัฐสนามบินภูมิภาค
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 431 sec. here
  • 17 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 204%
  • Publisher: 63%

“คมนาคม” ผ่างบประมาณปี 68 วงเงิน 2.04 แสนล้าน ดัน 44 บิ๊กโปรเจ็กต์ มูลค่ารวม 2.31ล้านล้านบาท เดินหน้าปลุกไฮสปีด-ทางคู่ เชื่อมระบบราง เข็นมอเตอร์เวย์-ทางด่วน ชงครม.ไฟเขียว ฟากทอท.เทกระจาด ปรับโฉมสนามบินใหม่

การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของไทยถือเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศและนอกประเทศ ทั้งด้านอุตสาหกรรมก่อสร้าง ตลอดจนเกิดการจ้างงาน ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดให้ไทยสามารถก้าวข้ามขีดความสามารถและกับดักรายได้ปานกลางได้ ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีการตั้งวงเงินงบประมาณจำนวน 3,752,700 ล้านบาท หลังที่ประชุมอภิปรายตลอด 3 วันปัจจุบันกระทรวง คมนาคม ภายใต้การดูแลของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ยังคงผลักดันให้ครม.

อนุมัติโครงการลงทุนเร่งด่วนอย่างต่อเนื่องเริ่มที่โครงการเรือธงสำคัญตามนโยบายรัฐบาลนี้อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อรถไฟ,ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และท่าเรือ 2 ฝั่ง ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบโครงการ ปัจจุบันท่าเรือคลองเตย พื้นที่ 2,300 ไร่ นั้น มีแผนพัฒนามุ่งเน้นเป็นท่าเรืออัจฉริยะ เท่านั้น โดยพื้นที่บางส่วนของโครงการฯจะดำเนินการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Mixed Use พบว่ามีกลุ่มเอกชนที่สนใจ เช่น กลุ่มธุรกิจเครือเซ็นทรัล เนื่องจากเอกชนรายนี้เคยทำผลการศึกษาพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ด้านแผนเดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือบก เป็นโครงการที่จะทำให้การขนส่งสินค้าจากทางจีนตอนใต้มาสู่ท่าเรือแหลมฉบังใกล้กว่าเส้นทางของท่าเรือในประเทศดังกล่าวที่ใช้เวลาเดินทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งกทท.ได้นำร่อง 2 จังหวัด โดยโครงการท่าเรือบก จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโนนพยอม ต.ม่วงหวาน อ.นํ้าพอง จ.ขอนแก่น ใช้พื้นที่ 1,500-2,000 ไร่ วงเงินลงทุนประมาณ 7,000 ล้านบาท สาเหตุที่กทท.ได้เลือกพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นมีซับพลายและดีมานด์ที่มีสินค้าเกษตรค่อนข้างมาก อีกทั้งเป็นจังหวัดที่เป็นจุดศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าในภูมิประเทศที่สามารถเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว ขณะที่โครงการท่าเรือบก จังหวัดนครราชสีมา ตำแหน่งที่ตั้งเดิมอยู่ที่ ต.กุดจิก อ. สูงเนิน จ.นครราชสีมา วงเงินลงทุนประมาณ 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กทท.มีความจำเป็นต้องพิจารณาพื้นที่ใหม่ที่มีความเหมาะสมและมีศักยภาพมากกว่าพื้นที่เดิม รวมถึงพื้นที่โดยรอบให้ครอบคลุมกับการขนส่งทางถนนและทางรางทั้งนี้ในส่วนกรมทางหลวง มีโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หลายสายที่เร่งเปิดประมูลภายในปี 2568 จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวม 119,053 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 5 สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน วงเงิน 31,358 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง ระยะทาง 38 กม. วงเงิน 56,035 ล้านบาท โครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ระยะทาง 35 กม. วงเงิน 15,936 ล้านบาท นอกจากนี้ทล. ยังมีโครงการที่เร่งดำเนินการเปิดประมูลเพิ่มอีก 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 24.7 กม. วงเงิน 15,724 ล้านบาท ฟากกรมทางหลวงชนบท โดยมีนายมนตรี เดชาสกุลสม เป็นอธิบดี กล่าวว่า ความคืบหน้าการเบิกจ่ายของทช.ในปีงบประมาณ 2567 พบว่า ปัจจุบันทช.สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้เพียง 70% จากที่ได้รับจัดสรรงบประมาณอยู่ที่ 47,000 ล้านบาท ถือเป็นการเบิกจ่ายที่น้อยมาก “ส่วนสาเหตุที่เบิกจ่ายงบประมาณได้น้อย เนื่องจากในปีงบประมาณดังกล่าวได้รับจัดสรรงบประมาณล่าช้า เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้ทช.ต้องเร่งรัดลงนามสัญญาและเบิกจ่ายได้ครบ 100% ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่งผลให้การเบิกจ่ายเหลื่อมไปในปีงบประมาณ 2568” นายมนตรี กล่าว ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 ทช.ได้รับจัดสรรงบประมาณกว่า 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.งบลงทุน 49,144 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพันปีเดียว 40,448 ล้านบาท งบผูกพันรายการใหม่ 2,628 ล้านบาท และงบผูกพันข้ามปี 6,067 ล้านบาท 2.งบดำเนินงาน 856 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายงบประมาณได้ครบ 100% ภายในเดือน กันยายน2568 สำหรับโครงการขนาดใหญ่ของทช.ที่เร่งรัดดำเนินการภายในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 16 โครงการ วงเงินรวมกว่า 16,641 ล้านบาท เช่น โครงการขยายถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี โครงการถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว - พระธาตุพนม อ.เมือง จ.มุกดาหารและนครพนมด้านการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีโครงการที่เตรียมความพร้อมเสนอต่อครม.เห็นชอบภายในปีนี้ จำนวน 2 โครงการ วงเงินรวม 28,600 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง ระยะทางรวม 3.98 กม. วงเงิน 15,000 ล้านบาท โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 สายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ระยะทางรวม 6.7 กม. วงเงิน 13,600 ล้านบาทจากนโยบายรัฐบาลเร่งผลักดันระบบโครงข่ายรถไฟที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งโลจิสติกส์มากขึ้นเมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนนเพียงช่องทางเดียว ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมเดินหน้าโครงการลงทุนของรฟท. จำนวน 9 โครงการ วงเงิน 661,060 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วง รังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. วงเงิน 6,473 ล้านบาท ปัจจุบันได้เสนอต่อครม.เพื่อขอทบทวนมติครม.และปรับกรอบวงเงิน หลังจากในช่วงที่ผ่านมารฟท. ได้สรุปผลการศึกษาและเสน ครม.ไป แล้ว แต่มีการดึงเรื่องกลับมาปรับแก้ไขใหม่เพื่อความรอบคอบ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทางรวม 20.5 กม. วงเงิน 15,176 ล้านบาท ที่ผ่านมา รฟท.ได้มีการศึกษาควบรวม 2 เส้นทางไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณลดลง 110 ล้านบาท โครงการไฮสปีด ไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 341,351 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่างานโยธา 235,129 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน 10,310 ล้านบาท ค่าลงทุนระบบราง-ระบบรถไฟฟ้า และเครื่องกล 80,165 ล้านบาท ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อไปยังประเทศจีนและภูมิภาค ทำให้ไทยมีความจำเป็นต้องก่อสร้างต่อในระยะที่ 2 หลังจากมีการก่อสร้างโครงการไฮสปีดในระยะที่ 1 แล้ว เพื่อให้เกิดศักยภาพการขนส่งทางระบบราง ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางราง หารือร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่ออนุมัติไฮสปีดไทย-จีน เฟส 2 ได้เร็วขึ้น คาดว่าสศช.จะอนุมัติโครงการไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 2 ภายในสิ้นปีนี้ จากนั้นจะเสนอต่อครม.พิจารณาเห็นชอบต่อไป ซึ่งตามกระบวนการจะเริ่มเปิดประมูลงานโยธาได้ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 หลังจากนั้นจะพิจารณาการเปิดประมูลเดินรถในรูปแบบ PPP ควบคู่การก่อสร้างงานโยธาใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2571 นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,103 ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,900 ล้านบาท ปิดท้ายที่โครงการลงทุนสายอากาศที่อยู่ในความดูแลของบริษัทท่าอากาศไทย จำกัด หรือทอท.ผู้ดูแลและพัฒนาสนามบินหลักในไทยทั้ง 6 แห่ง ปัจจุบันพบว่า สนามบินหลายแห่งนั้นไม่สามารถรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้เกินความจุที่สนามบินจะรองรับได้ จากการการคาดการณ์ของการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ประเมินว่าภายในปี 2574 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นถึง 200 ล้านคน ส่งผลให้กระทรวงคมนาคม โดยทอท.มีแผนขยายสนามบิน จำนวน 8 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 344,040 ล้านบาท สำหรับการลงทุนใหม่ในการขยายสนามบินสุวรรณภูมิในเฟสต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไป ประกอบด้วย โครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก วงเงิน 7,830 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสารได้อีก 81,000 ตารางเมตร คาดจะเปิดประมูลในเดือนธันวาคม 2567 ส่วนโครงการขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตก วงเงิน 9,000 ล้านบาท ซึ่งต้องรอการทบทวนแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเสร็จก่อน จากนั้นจะมีการออกแบบรายละเอียด เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทที่ทบทวนใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาออกแบบประมาณ 8 เดือน ต่อมาโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ที่จะมีขนาดใหญ่กว่าอาคารผู้โดยสารหลัก คาดว่าจะออกแบบก่อสร้างได้ในปี 2568-2569 และจัดหาผู้ก่อสร้างได้ในปี 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปีครึ่ง แล้วเสร็จเปิดให้บริการปลายปี 2574 รองรับผู้โดยสาร 70 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ทอท.ยังเดินหน้าลงทุนขยายสนามบินดอนเมือง วงเงินงบประมาณ 36,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนต่อปี เป็น 40 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการออกแบบ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2568 แล้วเสร็จในปี 2573 ขณะที่การเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 6,210 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี โดยจะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่อีกกว่า 177,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 ด้านการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ มีพื้นที่กว่า 95,000 ตารางเมตร รวมทั้งจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ทำให้มีพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 66,600 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการรองรับผู้โดยสารได้เป็น 20 ล้านคนต่อปี คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 2569 ขณะเดียวกันทอท.ยังระบุอีกว่า การก่อสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่ง หรือ ท่าอากาศยานอันดามัน และท่าอากาศยานล้านนา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ตลอดจนกระบวนการจัดตั้งท่าอากาศยาน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี โดยสนามบินอันดามัน พื้นที่ 7,300 ไร่ วงเงิน 80,000 ล้านบาท รองรับเที่ยวบินได้ 43 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และหลุมจอดอากาศยาน 44 หลุมจอด คาดว่าจะตั้งอยู่ในตำบลโคกกลอย จังหวัดพังงา ส่วนสนามบินล้านนา พื้นที่ 8,050 ไร่ วงเงิน 70,000 ล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพื่อรองรับผู้โดยสาร 24 ล้านคนต่อปี ทางวิ่ง 2 เส้น สามารถรองรับเที่ยวบินได้ 41 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และหลุมจอดอากาศยาน 38 หลุมจอดรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศได้ 32,000 ตัน โดยคาดว่าจะตั้งอยู่ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

สนามบินสุวรรณภูมิ เมกะโปรเจ็กต์รัฐ สนามบินภูมิภาค มอเตอร์เวย์ ไฮสปีด รถไฟทางคู่ บิ๊กโปรเจ็กต์ แลนด์บริดจ์

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

คลังชี้ปีงบ 68 แผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะพุ่ง 66%คลังชี้ปีงบ 68 แผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะพุ่ง 66%คลังเผยปีงบ 68 มีกรอบบริหารหนี้ 2.58 ล้านล้าน พร้อมก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 66% ประเมินหนี้สาธารณะเริ่มปรับตัวลงปี 70
Read more »

คลังเปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66%คลังเปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66%รัฐบาลได้ประกาศแผนก่อหนี้เพิ่มเติม มูลค่า 1.05 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะของไทยในปี 2568 พุ่งขึ้นแตะร้อยละ 66%
Read more »

'คลัง' เปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66%'คลัง' เปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66%'คลัง' เปิดแผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะปี 68 พุ่งแตะ 66% เมื่อวันที่ 18 ก.ย.67 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.
Read more »

ครม.เคาะกรอบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 1.5 ล้านล้าน เบิกจ่าย 2.64 แสนล้าน ปี 68ครม.เคาะกรอบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 1.5 ล้านล้าน เบิกจ่าย 2.64 แสนล้าน ปี 68มติครม.เห็นชอบกรอบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงินดำเนินการรวม 1.5 ล้านล้านบาท เบิกจ่าย 2.64 แสนล้านบาท ตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 95% พร้อมกำชับให้รายงานทุกเดือน
Read more »

NaRaYa ฉลองครบรอบ 35 ปี เดินหน้าลุย Digital MarketingNaRaYa ฉลองครบรอบ 35 ปี เดินหน้าลุย Digital MarketingNaRaYa เดินหน้า ลุย Digital Marketing เต็มตัว เล็ง ขยายตลาดและสินค้าครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัยคาด ดันรายได้เพิ่ม 30% ภายในปี 68
Read more »

บิ๊กเอกชนประสานเสียง ศก.ไทยโค้งท้าย “โตแกร่ง” WHA ตุนหมื่นไร่รับลงทุนปี 68บิ๊กเอกชนประสานเสียง ศก.ไทยโค้งท้าย “โตแกร่ง” WHA ตุนหมื่นไร่รับลงทุนปี 68ลงทุน-ท่องเที่ยว-แจกเงินหมื่น ค้ำเศรษฐกิจไทยฝ่าไฟสงคราม บิ๊กเอกชนลุ้นจีดีพีปี 67 โต 2.7% เลือกตั้งสหรัฐตัวแปรเศรษฐกิจโลกปี 68 WHA มองบวก คลื่น FDI ไหลเข้า ตุนที่หมื่นไร่รับลงทุน ททท.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:17:34