“ทรีนีตี้” มองหุ้นไตรมาส 3 “Sideways” โดย Upside ของดัชนียังถูกจำกัดจากแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอ ให้กรอบดัชนีแนวรับที่ 1,270 และ 1,240 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,340 จุด และ 1,370 จุด ชี้แรงขายนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มทยอยลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมคัด 10...
“ทรีนีตี้” มองหุ้นไตรมาส 3 “Sideways” โดย Upside ของดัชนียังถูกจำกัดจากแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอ ให้กรอบดัชนีแนวรับที่ 1,270 และ 1,240 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,340 จุด และ 1,370 จุด ชี้แรงขาย นักลงทุน ต่างชาติมีแนวโน้มทยอยลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมคัด 10 หุ้นน่าสนใจ นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทย ในช่วงไตรมาส 3/2567 ประเมินภาพ SET Index มีโอกาสแกว่งตัว Sideways และดัชนีน่าจะทำจุดต่ำสุดในไตรมาสนี้ โดยกำหนดแนวรับแรกที่ระดับดัชนี 1,270 จุด ซึ่งตรงกับกรณีเลวร้ายสุดเดิมโดยอิงกับสมมติฐานว่า ธปท.
จะปรับลดดอกเบี้ยได้ 0.25% ในปี 2567 นี้ และกำหนดแนวรับสำคัญที่บริเวณดัชนี 1,240 จุด ซึ่งเป็นระดับเลวร้ายสุดใหม่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ ธปท. อาจไม่ปรับลดดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้แล้ว แนะนำนักลงทุนใช้กลยุทธ์ตั้งรับตามกรอบแนวรับที่ให้ไว้ทั้ง 2 แนวตลอดทั้งไตรมาส 3 นี้ ในทางกลับกัน ประเมินแนวต้านแรกที่ดัชนี 1,340 จุด และแนวต้านสำคัญที่ 1,370 จุด ทั้งนี้ การปรับลดดอกเบี้ยของ ธปท.มีผลต่อโมเดล P/E หากลดดอกเบี้ยปีนี้ 0.25% เหลือ 2.25% ณ สิ้นปี Forward PE ที่เหมาะสมของตลาดหุ้นไทยในกรณีดีสุด / ฐาน / แย่สุด จะอยู่ที่ 14.2 เท่า 13.2 เท่า และ 12.3 เท่า ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่าระดับ SET ที่เหมาะสมในแต่ละกรณีเดิม หากอิงกับคาดการณ์ EPS ปีหน้า ที่ 107 บาทจะอยู่ที่ 1,480 จุด 1,370 จุด และ 1,270 จุด ตามลำดับ ในทางกลับหาก ธปท. อาจไม่ปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งที่เหลือของปีนี้เลย Forward PE ของ SET ในแต่ละกรณีก็จะต้องถูกลดทอนด้วยเช่นกัน โดยจะลงมาอยู่ที่ระดับ 13.8 เท่า 12.8 เท่า และ 11.9 เท่า ตามลำดับ และดัชนีที่เหมาะสมในแต่ละกรณีได้ที่ 1,430 จุด 1,340 จุด และ 1,240 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ ตลาดหุ้นในช่วงไตรมาส 3/2567 ยังอยู่ท่ามกลาง สภาวะอึมครึมจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ที่กว่าจะเห็นความชัดเจนคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ขณะที่ในช่วงปลายเดือนกันยายนอาจต้องระวังปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ โดยในส่วนของในประเทศ จะเป็นช่วงเวลาที่เม็ดเงินลงทุนเพื่อเกษียณอายุราชการจะสามารถครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งจะก่อให้เกิดแรงขายสุทธิของนักลงทุนสถาบันในประเทศโดยอัตโนมัติ ส่วนปัจจัยต่างประเทศนั้น หากธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายตามที่ตลาดคาดหวังไว้จะทำให้ Bond yield และเงิน USD ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง จนเป็น Sentiment เชิงลบต่อตลาดได้ สำหรับประเด็นมาตรการ Uptick rule ของทางตลาดหลักทรัพย์ที่จะเริ่มบังคับใช้ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้นั้น มองว่าเป็นปัจจัยที่พอจะช่วยค้ำยัน Downside ของดัชนีไว้ได้บ้าง โดยเฉพาะในวันที่ดัชนีมีการไหลลงแรงระหว่างวัน จะเป็นตัวช่วยลดทอนแรงขายแบบโมเมนตัมได้ แต่ไม่คิดว่ามาตรการนี้จะเป็นตัวผลักดัน Upside ของดัชนีได้ ขณะที่ Earnings จะยังเป็นปัจจัยชี้นำที่สำคัญที่สุดต่อตลาดหุ้นในไตรมาสนี้ ในช่วงเวลาที่ปัจจัยอื่นๆยังไม่น่าจะมีอิทธิพลมากนัก นายณัฐชาต กล่าวถึงแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในไตรมาส 3/2567 ว่า จะยังมีแรงขายเหลืออยู่ แต่จะไม่รุนแรงเท่ากับช่วง ครึ่งแรกของปี 2567 ที่ได้ขายสุทธิตลาดหุ้นไทยไปแล้ว 1 แสนล้านบาท เนื่องจากประเมินว่าการอ่อนค่าของค่าเงินบาทน่าจะมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 37 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเตรียมเข้าสู่ช่วง High season ของการส่งออก จะช่วยหนุนดุลการค้า รวมถึงการโยกย้ายเงินปันผลกลับของนักลงทุนต่างชาติก็ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว โดยกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะปรับตัวแข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วง 3 เดือนข้างหน้าแบ่งออกเป็น กลุ่มที่อิงกับปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยกลุ่มที่อิงกับปัจจัยภายนอก คือ กลุ่มส่งออกอาหารและเกษตรแปรรูป คาดว่ากำไรของกลุ่มนี้จะยังคงแข็งแกร่ง จากการเข้าสู่ช่วง High season ของฤดูกาลส่งออก และสินค้าหลายชนิดมีปริมาณสินค้าคงคลังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หากดีมานด์ยังคงอยู่ในทิศทางที่ดี น่าจะก่อให้เกิดการใช้กำลังการผลิตในระดับสูงจนทำให้เกิดภาวะ Economies of Scale หนุน Margin ต่อไปได้ ที่สำคัญ สินค้าบางชนิด ยังได้ประโยชน์ทางอ้อมจากมาตรการกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอีกด้วย กลุ่มหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจภายใน นักลงทุนจำเป็นต้องเน้นไปยังกลุ่มที่มี Margin of Safety ในเชิง Valuation และ มีธีมการลงทุนสนับสนุนเฉพาะตัว อย่างเช่น กลุ่มที่อิงกับการลงทุนภาครัฐ กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มธนาคารที่กระจายความเสี่ยงออกจากฐานลูกค้ารีเทล สำหรับธีมการลงทุนเฉพาะด้าน มองไปยังตัวหุ้นที่ได้ประโยชน์จากสภาวะ La Niña ที่จะเข้ามาอิทธิพลมากขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3/2567 และจะถึงจุดพีคสุดในช่วงไตรมาส 4/2567 ในอดีตปรากฏการณ์นี้มักนำมาสู่การปรับขึ้นของราคาสินค้าเกษตรบางชนิด ตามระดับอุปทานในฝั่งทวีปอเมริกาที่ได้รับผลกระทบ ส่วนละแวกเอเชียตะวันออกเฉียงใน้รวมถึงบ้านเรานั้น ด้วยปริมาณน้ำฝนที่ตกชุกมากกว่าปกติ มักจะส่งผลบวกต่อกลุ่มผู้แปรรูปสินค้าเกษตร ตามต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง รวมไปถึงผู้เล่นในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเป็นสำคัญ โดยหุ้นที่น่าสนใจ 10 ตัวที่ทางฝ่ายแนะนำเป็น Top pick ประจำไตรมาสที่ 3/2567 ได้แก่ COCOCO, SAPPE, STGT, SCCC, TASCO, BCH, BBL, KTB, CKP และ TVO เป็นต้น
หุ้น หุ้นไทย นักลงทุน การลงทุน บริษัหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ กลยุทธ์การลงทุน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“FM” พร้อมเดินหน้าขายหุ้นไอพีโอ จ่อระดมทุนเข้า SET ใน Q3/67 ภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร โชว์ผลงาน Q1/67 กำไรพุ่ง 71% กำลังซื้อฟื้น-ส่งออกทะลักสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มิ.ย. 67 10:28 น. บมจ.ฟู้ดโมเม้นท์ (FM) ผู้ผลิตและจำหน่ายไก่แปรรูปปรุงสุกที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าเนื้อไก่ โดยซีอีโอ “ณัฐพล ดุษฎีโห...
Read more »
'หลักทรัพย์บัวหลวง' ชี้หุ้นไทยครึ่งหลังปี 67 รองบประมาณ-มาตรการรัฐหนุน แนะกระจายพอร์ตไปในสินทรัพย์หลายประเภทหลักทรัพย์บัวหลวง เผย 5 เดือนแรกปี 67 ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 8.9 หมื่นล้านบาท เพราะการผ่านงบประมาณรัฐปี 67 ล่าช้ากว่าปกติ และการส่งออกโตน้อยกว่าคาด แม้กำไรบจ.ไตรมาสแรกปี 67 จะโต 1.7% ชี้หุ้นไทยครึ่งหลังปี 67 ยังไม่สดใส เหตุนักลงทุนขาดความมั่นใจ หลังเศรษฐกิจไทยอาจตกหลุม โดยไตรมาสแรกปีนี้โตเพียง 1.
Read more »
อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้ 5 ปัจจัยเสี่ยงกดดันตลาดหุ้นครึ่งหลัง คาดดัชนีสิ้นปี 1500 จุดบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยสิ้นปี 67 ที่ 1,500 ปัจจัยหนุนจากศก.ไทยฟื้น Q3/67 คาดทั้งปีเติบโต 2.
Read more »
“ถิรไทย” โตต่อเนื่อง หลังความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าพุ่งไม่หยุด ตั้งเป้ารายได้ปี 67 ที่ 2,783 ล้าน กำไร Q1/67 แตะ 96.28 ล้านบริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้นำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมด้านพลังงานรายใหญ่ของประเทศ มั่นใจรายได้ปีอยู่ที่ 2,783 ล้าน หลังความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศพุ่งไม่หยุด เผยกำไรไตรมาส 1/67 แตะ 96.
Read more »
SCB ยุติ 'Robinhood' ลดขาดทุนปีละ 2 พันล้าน 'ทรีนีตี้' อัพกำไรเพิ่ม 2-3%โบรก ประเมิน SCB แจ้งยุติให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood ปลดภาระขาดทุนปีละ 2 พันล้านบาท ส่งผลดีระยะยาว แม้บริษัทฯ ต้องตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ แต่คาดกระทบผลดำเนินงานน้อย ให้ราคาเป้าหมาย 122-128 บาท/หุ้น บล.ทรีนีตี้ อัพกำไรปี ปี 67- ปี 68 ขึ้นราว 2%-3%
Read more »
'ทรีนีตี้' เปิดกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 3 มอง 'Sideways' คัด 10 หุ้นน่าสนใจ“ทรีนีตี้” มองหุ้นไตรมาส 3 “Sideways” โดย Upside ของดัชนียังถูกจำกัดจากแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอ แต่ Downside น่าจะถูกจำกัดจากปัจจัยด้าน Valuation เช่นกัน ให้กรอบดัชนีแนวรับที่ 1270 และ 1240 จุด ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1340 จุด และ 1370 จุด ชี้แรงขายนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มทยอยลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมคัด 10 หุ้นน่าสนใจ นายณัฐชาต เมฆมาสิน...
Read more »
