ทริสเรทติ้งจัดอันดับหุ้นกู้ 2 พันลบ.ของ JMART ที่ 'BBB' แนวโน้ม 'Stable : อินโฟเควสท์

United States News News

ทริสเรทติ้งจัดอันดับหุ้นกู้ 2 พันลบ.ของ JMART ที่ 'BBB' แนวโน้ม 'Stable : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 504 sec. here
  • 10 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 205%
  • Publisher: 68%

ทริสเรทติ้งจัดอันดับหุ้นกู้ 2 พันลบ.ของ JMART ที่ 'BBB' แนวโน้ม 'Stable JMART หุ้นไทย เจมาร์ท อินโฟเควสท์

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ.เจมาร์ท ที่ระดับ “BBB+” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 2 พันล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 3 ปีของบริษัทที่ระดับ “BBB” ด้วย ทั้งนี้ อันดับเครดิตหุ้นกู้ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กรนั้นสะท้อนถึงความด้อยกว่าในเชิงโครงสร้างของภาระหนี้ของเงินกู้ยืมไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทเมื่อเทียบกับสิทธิเรียกร้องในการชำระคืนหนี้ของบริษัทย่อยต่าง ๆ ของบริษัท อันดับเครดิตองค์กรสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีของกลุ่มเจมาร์ท โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่แข็งแกร่งของบริษัทลูกหลักทั้ง 3 รายซึ่งได้แก่ บมจ.

เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส ซึ่งดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท หรือ J-Asset ซึ่งดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต การลงทุนซื้อกิจการที่รวดเร็วและหลากหลาย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบริษัทได้เร่งการลงทุนซื้อกิจการในธุรกิจต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้ที่เกิดจากการลงทุนใหม่ ๆ นั้นยังคงคิดเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก ในปี 2565 บริษัทใช้เงินลงทุนไปในการซื้อกิจการของบริษัทต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 3.2 พันล้านบาทและมีส่วนแบ่งกำไรในบริษัทที่ลงทุนจำนวน 344 ล้านบาทหรือคิดเป็น 11% ของกำไรก่อนภาษี ส่วนในปี 2566 นั้นบริษัทตั้งงบประมาณลงทุนทั้งสิ้นที่จำนวนประมาณ 3 พันล้านบาทซึ่งรวมเงินลงทุนจำนวน 648 ล้านบาทที่จะใช้ลงทุนในหุ้นสามัญของ บมจ.พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการด้านทรัพยากรบุคคล โดยคาดว่าการลงทุนจะเสร็จสิ้นเมื่อบริษัทดังกล่าวมีการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ในเดือนมีนาคม 2566 การลงทุนที่สำคัญในปี 2565 คือการซื้อหุ้นจำนวน 30% ใน บริษัท บีเอ็นเอ็น เรสเตอรองท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารในแบรนด์ “สุกี้ตี๋น้อย” โดยใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 1.2 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 37.5% ของเงินลงทุนรวมในปี 2565 การลงทุนอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่ในปี 2565 นั้นประกอบไปด้วยการลงทุนในสัดส่วน 10% ใน บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ และ บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์ ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำตาล นอกจากนี้ ยังมีการร่วมทุนโดยใช้เงินจำนวน 5 พันล้านบาทระหว่าง บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ JMT กับ บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารกสิกรไทย เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในชื่อ บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด อีกด้วย อัตราการก่อหนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทริสเรทติ้งมองว่าในระยะยาวบริษัทจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนที่ได้ทำไป แต่ในระยะสั้นนั้นอัตราการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากแผนการลงทุนปริมาณมากอาจจะส่งผลในด้านลบต่ออันดับเครดิตของบริษัทได้ โดยในปี 2565 อัตราการก่อหนี้ของบริษัทซึ่งวัดจากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย นั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.5 เท่าจาก 1.2 เท่าในปี 2564 ซึ่งยังเป็นไปตามที่ทริสเรทติ้งคาดหมายไว้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นนั้นมาจากการลงทุนของบริษัทและการขยายธุรกิจของบริษัทลูกต่าง ๆ ในกลุ่ม เมื่อพิจารณาจากแผนการลงทุนในอนาคตทั้งของบริษัทเองและของ JMT รวมทั้งจากการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าอัตราการจัดเก็บเงินของ JMT จะยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับในปี 2565 โดยไม่มีการเพิ่มทุนอีกในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ทริสเรทติ้งประมาณการว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินกว่า 3.5 เท่าในระยะ 3 ปีข้างหน้าซึ่งอาจจะส่งผลในด้านลบต่ออันดับเครดิตของบริษัทได้เช่นกัน JMT ยังคงเป็นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท ทริสเรทติ้งคาดว่าธุรกิจจัดเก็บและบริหารหนี้ด้อยคุณภาพภายใต้การดำเนินงานของ JMT นั้นจะยังคงเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นบริษัทหลักในการสร้างกำไรซึ่งช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มเจมาร์ท ทั้งนี้ ในปี 2565 JMT มีกำไรสุทธิที่ระดับ 1.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือคิดเป็นประมาณ 64% ของกำไรสุทธิรวมของกลุ่มเจมาร์ท นอกจากผลกำไรของ JMT ที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มเจมาร์ทแล้ว การลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจำนวนประมาณ 8 พันล้านบาทต่อปียังบ่งชี้ถึงความสำคัญที่ทำให้ JMT เป็นบริษัทลูกหลัก ของกลุ่มเจมาร์ทในสายตาของทริสเรทติ้งอีกด้วย ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา JMT มีสัดส่วนสินทรัพย์ต่อสินทรัพย์รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าหรือคิดเป็น 61% จาก 32% ในปี 2560 ถึงแม้ว่าปริมาณการลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในปี 2565 จะลดลงเหลือ 4.6 พันล้านบาท แต่ทริสเรทติ้งยังมองว่าการลงทุนในอนาคตของ JMT จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอุปทานของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่น่าจะถูกนำออกจำหน่ายโดยธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นหลังจากการสิ้นสุดโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนจะทำให้สัดส่วนสินทรัพย์ของ JMT น่าจะยังคงเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญต่อสินทรัพย์รวมของกลุ่ม ความพยายามในการเพิ่มความร่วมมือภายในกลุ่มให้มากยิ่งขึ้น ธุรกิจของบริษัทประกอบไปด้วยธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจการเงิน เป็นหลัก สถานะความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทถูกกดดันจากการพึ่งพารายได้และกระแสเงินสดจากบริษัทในกลุ่มเพียงไม่กี่แห่งถึงแม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลายก็ตาม อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงพยายามเพิ่มเครือข่ายและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ไปพร้อมกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของความร่วมมือกันระหว่างบริษัทลูกและบริษัทร่วมให้มากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ดังกล่าวอาจจะทำให้สถานะความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาวหากความร่วมมือเหล่านั้นทำให้รายได้และกระแสเงินสดปรับตัวดีและมีความหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แผนการผสานความร่วมมือภายในกลุ่มมีดังต่อไปนี้ 1) JMT จะเป็นผู้ให้บริการติดตามหนี้ให้แก่ บริษัท เคบีเจ แคปปิตอล จำกัด และ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย 2) J-Asset จะให้การสนับสนุน JMT ในการปรับปรุงและจำหน่ายสินทรัพย์รอการขาย และ 3) การใช้พื้นที่เช่าร่วมกันในร้านขายปลีกในระหว่างบริษัทลูกต่าง ๆ ปัจจุบัน JMT กับ KB J Capital ได้มีการร่วมมือกันในการให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่กำลังฟื้นตัวกลับมา ภายในกลุ่มเจมาร์ทนั้น บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากแผนการผสานความร่วมมือภายในกลุ่มซึ่งเห็นได้จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น โดยในปี 2565 ยอดขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และสินค้าที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมรายได้จากกิจกรรมส่งเสริมการขายของ J-Mobile เพิ่มขึ้น 16.9% จากปีก่อนหน้าโดยมาอยู่ที่ระดับ 9.6 พันล้านบาท J-Mobile มีกำไรสุทธิจำนวน 354 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 77% จากปีก่อนหน้า ซึ่งการปรับตัวที่ดีขึ้นนั้นมาจากการเน้นการจัดจำหน่ายผ่านทางเครือข่ายของ SINGER รวมทั้งการมีช่องทางออนไลน์และการขยายตัวของร้านค้าร่วมของบริษัทภายในกลุ่มเจมาร์ท ซึ่งในปี 2565 นั้น J-Mobile มีการเปิดสาขาใหม่จำนวน 78 แห่งในขณะที่ SINGER ก็มีการขยายสาขาแฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน การจำหน่ายสินค้าของ J-Mobile โดยผ่านเฉพาะเครือข่ายของ SINGER นั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1 พันล้านบาทในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้น 83.9% จากปี 2564 รวมไปถึงยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่อีกจำนวน 517 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้น 29% จากปีที่แล้วซึ่งเป็นผลมาจากการให้บริการสินเชื่อรายย่อยของ SINGER และ KBJ Capital อีกด้วย ในอนาคตทริสเรทติ้งมองว่าแผนกลยุทธ์ของ J-Mobile ในการเพิ่มประเภทของสินค้าที่จำหน่ายไปยังอุปกรณ์ขนาดเล็ก และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โน้ตบุ๊ค โทรทัศน์ และอื่น ๆ นั้นน่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้มากยิ่งขึ้นและจะเพิ่มผลกำไรทางธุรกิจได้บ้าง กำไรจาก J-Asset ปรับตัวดีขึ้น ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ J-Asset ในปี 2565 ช่วยกระจายแหล่งที่มาของรายได้ของบริษัทได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ การพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยในเชิงบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัทในระยะที่ยาวนานกว่านี้ รายได้ของ J-Asset ปรับตัวดีขึ้นในทุกธุรกิจจากที่เคยมีผลการดำเนินงานอ่อนแอลงในช่วงปี 2563-2564 โดยสืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้ ในปี 2565 รายได้รวมของ J-Asset เพิ่มขึ้น 28.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วมาอยู่ที่ 558 ล้านบาทจากการรับรู้รายได้ค่าเช่าเต็มปีจากศูนย์การค้าชุมชน “JAS Green Village Kubon” และกำไรจากการตีมูลค่าของสินทรัพย์ลงทุนใหม่ โดย J-Asset มีกำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 202 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทริสเรทติ้งเชื่อว่าแผนกลยุทธ์ของ J-Asset ที่จะมุ่งเน้นพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าชุมชนนั้นจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างช้า ๆ ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งเชื่อว่าแผนการขยายศูนย์การค้าชุมชนออกไปยังต่างจังหวัดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านั้นยังมีความ ท้าทายในด้านพฤติกรรมของลูกค้าที่อาจจะแตกต่างออกไปโดยในมุมมองของทริสเรทติ้งเห็นว่าโครงการศูนย์การค้าชุมชนในพื้นที่ต่างจังหวัดของ J-Asset ที่ผ่านมานั้นยังไม่ค่อยได้รับการตอบรับดีนัก ในทางตรงกันข้าม ทริสเรทติ้งยังคงมีความหวังกับโครงการ “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ SENERA” ที่อยู่ใกล้กับ JAS Green Village Kubon ที่น่าจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้แก่บริษัทได้โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2566 แหล่งเงินทุนและสภาพคล่องยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้าทริสเรทติ้งคาดว่าแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัทจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยแหล่งสภาพคล่องส่วนใหญ่ตามงบการเงินรวมจะมาจากเงินทุนจากการดำเนินงานจำนวนประมาณ 5.0-5.5 พันล้านบาทในปี 2566 รวมทั้งเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นปี 2565 อีกจำนวนประมาณ 9.4 พันล้านบาทจากการเพิ่มทุนในปี 2564 ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะสนับสนุนการดำเนินงานและการขยายธุรกิจของบริษัทได้ ในขณะที่บริษัทมีความต้องการในการใช้เงินทุนซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่ประมาณ 1 พันล้านบาท ตลอดจนเงินลงทุนซื้อกิจการใหม่จำนวน 3 พันล้านบาท และเงินลงทุนเพื่อซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารโดย JMT อีกประมาณ 8 พันล้านบาทต่อปี ในการนี้ ทริสเรทติ้งไม่มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องของบริษัทในระยะ 12 เดือนข้างหน้าเนื่องจากบริษัทมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนกันยายน 2566 จำนวน 1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งมีข้อสังเกตว่าบริษัทควรมีการขยายวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่หลากหลายขึ้นเพื่อช่วยสนับสนุนความต้องการด้านสภาพคล่องในยามที่ตลาดทุนมีความโกลาหลผิดปกติซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่สูงขึ้นได้ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ทริสเรทติ้งมีสมมติฐานสำหรับการดำเนินงานของบริษัทเจมาร์ทดังต่อไปนี้– อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจจัดเก็บหนี้จะอยู่ที่ระดับ 70% ส่วนของธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะอยู่ที่ระดับ 10%-15% และของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ที่ระดับ 25%-30% – เงินลงทุนของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาทต่อปีและเงินลงทุนเพื่อซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารจะอยู่ที่ 8 พันล้านบาทต่อปี แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” อยู่บนพื้นฐานการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่า JMT จะสามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพเอาไว้ได้ต่อไป ในขณะที่สถานะในการแข่งขันในธุรกิจจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทจะยังคงเดิมโดยบริษัทจะยังคงรักษาภาระหนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทริสเรทติ้งยังคาดด้วยว่าบริษัทจะมีกระแสเงินสดและแหล่งรายได้ที่กระจายตัวยิ่งขึ้นเนื่องจากผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทลูกรายอื่น ๆ และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินเปลี่ยนแปลง โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตหรือแนวโน้มนั้นอาจเกิดขึ้นได้หากบริษัทเจมาร์ทสามารถยกระดับสถานะความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทลูกต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ยังคงรักษาภาระหนี้สินทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเอาไว้ได้ ในขณะที่ความกดดันทางด้านลบต่ออันดับเครดิตจะเกิดขึ้นจากผลการดำเนินงานที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งในส่วนของบริษัทเองหรือในส่วนของบริษัทลูกต่าง ๆ หรือจากการลงทุนในเชิงรุกซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้จนอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA อยู่สูงเกินกว่าระดับ 3.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ดาวเทียมเผย 6 พิษร้าย ในพิษ ของ PM2.5 รู้แล้วจะเป็นลมดาวเทียมเผย 6 พิษร้าย ในพิษ ของ PM2.5 รู้แล้วจะเป็นลมดาวเทียมเผย 6พิษร้าย ในพิษ ของ PM2.5 รู้แล้วจะเป็นลม ดาวเทียมเผย 6พิษร้าย ในพิษ ของ PM2.5 รู้แล้วจะเป็นลม
Read more »

'โค้ชอั๋น'เตือนท่าเรือบุกลำปางไม่ง่าย ส่วนเจ้าบ้านย้ำลูกทีมมีสมาธิชนะได้'โค้ชอั๋น'เตือนท่าเรือบุกลำปางไม่ง่าย ส่วนเจ้าบ้านย้ำลูกทีมมีสมาธิชนะได้ความเคลื่อนไหวก่อนการแข่งขันฟุตบอล รีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 สัปดาห์ที่ 23 ที่ สนามกีฬากลางจังหวัดลำปาง ลำปาง เอฟซี ทีมอันดับ 16 เปิดบ้านพบกับ การท่าเรือ เอฟซี ทีมอันดับ 6 ในวันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม 2566 เวลา 18.00 น.
Read more »

Google Cloud เปิดตัวนวัตกรรม AI ใหม่สำหรับผู้ค้าปลีกGoogle Cloud เปิดตัวนวัตกรรม AI ใหม่สำหรับผู้ค้าปลีกGoogle Cloud ประกาศความคิดริเริ่มช่วยให้ผู้ค้าปลีกยกระดับธุรกิจให้ทันสมัยและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์ SanookHitech Sanook
Read more »

CEO ของ Circle เตรียมอุดรอยรั่วของเงินในส่วนที่หายไปหลัง USDC จวนจะกลับมา peg ที่ $1CEO ของ Circle เตรียมอุดรอยรั่วของเงินในส่วนที่หายไปหลัง USDC จวนจะกลับมา peg ที่ $1Jeremy Allaire CEO ของ Circle ออกมาพูดเป็นครั้งแรกหลังจากที่มูลค่าตลาด USDC หายฮวบไปกว่า 6,300 ล้านดอลลาร์เป็นผลมาจากการที่เหรียญหลุด peg จาก $1
Read more »

ส่ง 'ป๊อบ ปิโยรส' สู้ศึก 'Miss Business Global 2023'ส่ง 'ป๊อบ ปิโยรส' สู้ศึก 'Miss Business Global 2023'เดินทางกันแต่เช้ากันเลยทีเดียวสำหรับ นางงามสาวมาดเท่ ป๊อบ-ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์ กับการเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปประกวดเวที Miss Business Global 2023 ที่ เมือง Dak Nong ประเทศเวียดนาม โดยครั้งนี้ ถือว่าเป็นการซ้อมใหญ่ ก่อนที่เธอจะไป ชิงชัยบนเวทีระดับโลก อย่าง เวที Mrs international 2023 ที่ สหรัฐอเมริกา ในปลายปีนี้
Read more »

ชาวเน็ตแห่แชร์คำสอนของ Satoshi “อย่าไว้ใจธนาคาร” เพื่อโยงกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันชาวเน็ตแห่แชร์คำสอนของ Satoshi “อย่าไว้ใจธนาคาร” เพื่อโยงกับวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา บัญชี Twitter ของ Bitcoin Magazine ได้นำคำกล่าวของ Satoshi Nakamoto กลับมารีโพสต์อีกครั้ง โดยเมื่อครั้งหนึ่งในปี 2009
Read more »



Render Time: 2026-04-02 12:27:03