ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งพิเศษด้านคริปโตเคอร์เรนซีและ AI พร้อมตั้งกลุ่มทำงานเพื่อให้คำแนะนำหน่วยงานรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัล และมุ่งสู่การพัฒนา “คลังสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ” โดยมีเดวิด แซคส์ White House AI & Crypto Czar คอยให้คำปรึกษา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามใน คำสั่งพิเศษ ด้าน คริปโตเคอร์เรนซี และ AI โดยมี เดวิด แซคส์ หรือ White House AI & Crypto Czar คอยยืนให้คำปรึกษาอยู่เคียงข้าง เตรียมตั้งกลุ่มทำงานให้คำแนะนำหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับนโยบาย สินทรัพย์ดิจิทัล ในคำสั่งระบุว่า “อุตสาหกรรม สินทรัพย์ดิจิทัล มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเป็นผู้นำระดับนานาชาติของประเทศ” ปูทางส่งเสริมการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในสหรัฐฯ และมุ่งสู่การพัฒนา “คลัง สินทรัพย์ดิจิทัล แห่งชาติ” ซึ่งอาจเกิดจากการยึดครองสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยรัฐบาลกลางผ่านการบังคับใช้กฎหมาย คำสั่งพิเศษ นี้จะก่อให้เกิดการสร้างกลุ่มทำงานเพื่อให้คำแนะนำต่อทำเนียบขาวเกี่ยวกับนโยบาย สินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะมีการมีส่วนร่วมของหน่วยงานรัฐบาลกลางสำคัญ อย่างเช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และคณะกรรมาธิการการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า โดย เดวิด แซคส์ ผู้ซึ่งทรัมป์ได้แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านคริปโตและปัญญาประดิษฐ์ ได้เข้าร่วมกับทรัมป์ในทำเนียบขาวในการลงนามคำสั่งผู้บริหารดังกล่าว พร้อมทั้งได้กล่าวในงานว่า “สงครามกับคริปโตได้จบลงแล้ว นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการที่อเมริกาจะกลับมาครองตำแหน่งผู้นำในการสร้างนวัตกรรมของโลก”ประกาศแต่งตั้งให้ “ เดวิด แซคส์ ” เป็น “White House AI & Crypto Czar” หรือ ซาร์แห่ง AI และคริปโตฯ แห่งทำเนียบขาว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ 2 อุตสาหกรรมหลักอย่าง AI และคริปโตฯ ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะทรัมป์ยังได้กล่าวถึงบทบาทของแซคส์ว่า เขาจะมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้บริษัทคริปโตฯ สามารถเติบโตได้ในสหรัฐฯ และในด้านของ AI แซคส์จะเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสนับสนุน เทคโนโลยี แห่งอนาคตนี้ พร้อมทั้งออกแบบนโยบายการกำกับดูแลที่เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงท่าทีนี้สะท้อนถึงการรับรู้ของทรัมป์ถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตฯ ที่เติบโตขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเคยวิพากษ์วิจารณ์คริปโตฯ ในช่วงการดำรงตำแหน่งครั้งแรก แต่ตอนนี้เขาได้หันมาให้การสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะจากการได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากอุตสาหกรรมคริปโตหลังจาก 4 ปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในส่วนของการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมคริปโตฯ นักลงทุน บริษัท และผู้บริหารในอุตสาหกรรมนี้ได้บริจาคเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยให้ทรัมป์สามารถชนะการเลือกตั้งในปี 2024 และทรัมป์ยังได้ให้คำมั่นที่จะปกป้องสิทธิของผู้ที่เลือกที่จะเก็บรักษา สินทรัพย์ดิจิทัล ของตนเอง โดยไม่พึ่งพาหน่วยงานที่มีการจัดเก็บสินทรัพย์แบบรวมศูนย์ เช่น Coinbase ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ตั้งแต่การชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์ได้มุ่งมั่นในการแต่งตั้งผู้นำรัฐบาลที่สนับสนุนภาคสกุลเงินดิจิทัล อย่าง พอล แอทกินส์ ที่ได้รับเสนอชื่อให้เป็นประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพราะมีแนวคิดสนับสนุนการกำหนดนโยบายที่เป็นมิตรกับตลาดและคัดค้านการควบคุมที่มากเกินไป และหากได้รับการยืนยัน เขาจะเข้ามาแทนที่ แกรี เกนสเลอร์ ซึ่งมีแนวทางการบังคับใช้กฎระเบียบคริปโตฯ ที่เข้มงวดจนกลายเป็นที่ถกเถียงในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ SEC ยังได้ประกาศการจัดตั้ง “ทีมงานคริปโต” ซึ่งจะนำโดยคณะกรรมการ เฮสเตอร์ เพียร์ซ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Crypto Mom” และ สกอตต์ เบสเซนต์ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่สนับสนุนคริปโต ให้เป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง เพื่อย้ำแผนของการบริหารจัดการให้สหรัฐฯ กลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรม สินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การลงนามในคำสั่งผู้บริหารครั้งนี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเขาในการขับเคลื่อนสหรัฐฯ ให้เป็นผู้นำด้าน เทคโนโลยี ดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะการสร้างแนวทางที่ชัดเจนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตฯ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเสริมความมั่นคงให้กับสิทธิของผู้ใช้งานและพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่เป็นมิตรกับนวัตกรรม ท่ามกลางการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีอิทธิพล การเคลื่อนไหวนี้จึงอาจเป็นก้าวสำคัญที่นำสหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้นำในตลาด สินทรัพย์ดิจิทัล และนวัตกรรมในระดับโลกในอนาคต.
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษ ด้านคริปโตเคอร์เรนซีและ AI โดยมี เดวิด แซคส์ หรือ White House AI & Crypto Czar คอยยืนให้คำปรึกษาอยู่เคียงข้าง เตรียมตั้งกลุ่มทำงานให้คำแนะนำหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลกลางเกี่ยวกับนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัล ในคำสั่งระบุว่า “อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนวัตกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเป็นผู้นำระดับนานาชาติของประเทศ” ปูทางส่งเสริมการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในสหรัฐฯ และมุ่งสู่การพัฒนา “คลังสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ” ซึ่งอาจเกิดจากการยึดครองสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยรัฐบาลกลางผ่านการบังคับใช้กฎหมาย คำสั่งพิเศษนี้จะก่อให้เกิดการสร้างกลุ่มทำงานเพื่อให้คำแนะนำต่อทำเนียบขาวเกี่ยวกับนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะมีการมีส่วนร่วมของหน่วยงานรัฐบาลกลางสำคัญ อย่างเช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และคณะกรรมาธิการการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า โดยเดวิด แซคส์ ผู้ซึ่งทรัมป์ได้แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านคริปโตและปัญญาประดิษฐ์ ได้เข้าร่วมกับทรัมป์ในทำเนียบขาวในการลงนามคำสั่งผู้บริหารดังกล่าว พร้อมทั้งได้กล่าวในงานว่า “สงครามกับคริปโตได้จบลงแล้ว นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการที่อเมริกาจะกลับมาครองตำแหน่งผู้นำในการสร้างนวัตกรรมของโลก”ประกาศแต่งตั้งให้ “เดวิด แซคส์” เป็น “White House AI & Crypto Czar” หรือ ซาร์แห่ง AI และคริปโตฯ แห่งทำเนียบขาว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ 2 อุตสาหกรรมหลักอย่าง AI และคริปโตฯ ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะทรัมป์ยังได้กล่าวถึงบทบาทของแซคส์ว่า เขาจะมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้บริษัทคริปโตฯ สามารถเติบโตได้ในสหรัฐฯ และในด้านของ AI แซคส์จะเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีแห่งอนาคตนี้ พร้อมทั้งออกแบบนโยบายการกำกับดูแลที่เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงท่าทีนี้สะท้อนถึงการรับรู้ของทรัมป์ถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตฯ ที่เติบโตขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะเคยวิพากษ์วิจารณ์คริปโตฯ ในช่วงการดำรงตำแหน่งครั้งแรก แต่ตอนนี้เขาได้หันมาให้การสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะจากการได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากอุตสาหกรรมคริปโตหลังจาก 4 ปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในส่วนของการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมคริปโตฯ นักลงทุน บริษัท และผู้บริหารในอุตสาหกรรมนี้ได้บริจาคเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยให้ทรัมป์สามารถชนะการเลือกตั้งในปี 2024 และทรัมป์ยังได้ให้คำมั่นที่จะปกป้องสิทธิของผู้ที่เลือกที่จะเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเอง โดยไม่พึ่งพาหน่วยงานที่มีการจัดเก็บสินทรัพย์แบบรวมศูนย์ เช่น Coinbase ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ตั้งแต่การชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์ได้มุ่งมั่นในการแต่งตั้งผู้นำรัฐบาลที่สนับสนุนภาคสกุลเงินดิจิทัล อย่าง พอล แอทกินส์ ที่ได้รับเสนอชื่อให้เป็นประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพราะมีแนวคิดสนับสนุนการกำหนดนโยบายที่เป็นมิตรกับตลาดและคัดค้านการควบคุมที่มากเกินไป และหากได้รับการยืนยัน เขาจะเข้ามาแทนที่ แกรี เกนสเลอร์ ซึ่งมีแนวทางการบังคับใช้กฎระเบียบคริปโตฯ ที่เข้มงวดจนกลายเป็นที่ถกเถียงในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ SEC ยังได้ประกาศการจัดตั้ง “ทีมงานคริปโต” ซึ่งจะนำโดยคณะกรรมการ เฮสเตอร์ เพียร์ซ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Crypto Mom” และ สกอตต์ เบสเซนต์ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่สนับสนุนคริปโต ให้เป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง เพื่อย้ำแผนของการบริหารจัดการให้สหรัฐฯ กลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การลงนามในคำสั่งผู้บริหารครั้งนี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเขาในการขับเคลื่อนสหรัฐฯ ให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะการสร้างแนวทางที่ชัดเจนในการสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตฯ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเสริมความมั่นคงให้กับสิทธิของผู้ใช้งานและพัฒนากรอบการกำกับดูแลที่เป็นมิตรกับนวัตกรรม ท่ามกลางการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีอิทธิพล การเคลื่อนไหวนี้จึงอาจเป็นก้าวสำคัญที่นำสหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้นำในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและนวัตกรรมในระดับโลกในอนาคต
คริปโตเคอร์เรนซี AI สินทรัพย์ดิจิทัล คำสั่งพิเศษ เดวิด แซคส์ White House AI & Crypto Czar คลังสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ไบเดน:สหรัฐฯยังเป็นผู้นำโลกประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งมอบประเทศที่แข็งแกร่งให้แก่โดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งว่าจีนไม่มีวันแซงหน้าสหรัฐฯด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำ AI และพลังงานสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลถัดไปต้องสานต่อ
Read more »
ทรัมป์ลงทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในสหรัฐประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศความร่วมมือกับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ลงทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 16 ล้านล้านบาท) ในโครงสร้างพื้นฐาน AI SoftBank, OpenAI และ Oracle ร่วมลงทุน highlight: SoftBank ลงทุนทันที 1 แสนล้านดอลลาร์ Oracle สร้างศูนย์ข้อมูล AI 10 แห่ง
Read more »
ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดบวก หลัง Trump ประกาศ ลงทุน AIดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดบวกในวันนี้ (22 ม.ค.) โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นนำตลาด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งจะลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสหรัฐฯ
Read more »
ทรัมป์启动 'Stargate Project' ลงทุน 500,000 ล้านดอลลาร์ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI สหรัฐฯประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามสั่งการ 'Stargate Project' โครงสร้างพื้นฐาน AI ของสหรัฐฯ มูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 4 ปี พร้อมพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ
Read more »
ทรัมป์เล่นใหญ่! เปิดตัว ‘Stargate’ อัดฉีด $5 แสนล้าน ลุยสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทั่วอเมริกาเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ “Stargate” การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
Read more »
ทรัมป์เปิดโครงการ 'Stargate' เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้าน AIประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับ Sam Altman, Masayoshi Son และ Larry Ellison เปิดตัวโครงการ 'Stargate' เพื่อพัฒนา AI ในสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI อันได้แก่ OpenAI, Oracle และ SoftBank จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบริษัทร่วมทุนที่มีชื่อว่า'Stargate' พร้อมการลงทุน 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Read more »
