ถกรายงานนิรโทษอารมณ์ค้าง! 'พิเชษฐ์' ชิงปิดหนี หลัง 'ปชน.' เดินเกมพยายามขอให้ กมธ.ฯ แจงไปเรื่อยๆ อ้างให้เข้าใจตรงกัน

United States News News

ถกรายงานนิรโทษอารมณ์ค้าง! 'พิเชษฐ์' ชิงปิดหนี หลัง 'ปชน.' เดินเกมพยายามขอให้ กมธ.ฯ แจงไปเรื่อยๆ อ้างให้เข้าใจตรงกัน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 490 sec. here
  • 10 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 199%
  • Publisher: 63%

วันที่ 17 ต.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกมธ.

วันที่ 17 ต.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกมธ.

ฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ต่อมา.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รายงานฉบับนี้เป็นเพียงแค่การเสนอแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมไม่ใช่ การเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แต่แนวทางดังกล่าวที่เป็นข้อเสนอนั้นจะเป็นหัวเชื้อ ในการที่จะนำไปสู่การตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมต่อไป ตนได้งานรายงานโดยละเอียดหลายรอบ และมีความเห็นเช่นเดียวกับที่สส.ที่มีมติไม่เห็นชอบและไม่เห็นชอบให้ส่งรายงานฉบับนี้ไปยังรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า การนิรโทษกรรมทำได้ ในอดีตก็เคยทำแต่สิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนและไม่เคยมี คือนิรโทษกรรมการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 และ 112 ซึ่งมาตรา 112 มีไว้คุ้มครองประมุข เช่นกับอารยะทั่วโลกที่มีกัน ที่มีบทคุ้มครององค์ประมุข ของประเทศด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะประเทศไทยสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักสำคัญในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่เขียนไว้ชัดเจนว่าองค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ตรงนี้จึงเป็นที่มาว่าทำไมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยจึงไม่เคยมีการนิรโทษกรรมความผิดในมาตรา 110 และ 112 “การนิรโทษกรรมถ้าจะมีในอนาคตควรจะได้ยืนอยู่บนหลักการ 5 ข้อ 1. ต้องเป็นการนิรโทษกรรมที่นำไปสู่การสร้างความปรองดอง แต่ไม่ใช่สร้างความขัดแย้งแตกแยก และ การนิรโทษกรรมต้องเป็นความเห็นพ้องกันของสังคมเพื่อไม่ให้แตกแยกขัดแย้งครั้งใหญ่ในอนาคต 2. ต้องไม่เป็นการนิรโทษกรรมเพื่อตัวเอง สุดท้ายจะไปไม่รอดจะเกิดแรงต้านครั้งใหญ่และนำไปสู่การแตกแยกครั้งใหม่เกิดขึ้นอีก ดังเช่นที่เคยได้รับบทเรียนมาแล้วในอดีตที่พยายามผลักดันนิรโทษกรรมสุดซอย 3. ต้องไม่สร้างแรงจูงใจหรือหัวเชื้อให้เกิดการกระทำซ้ำอีกในอนาคตเพราะคนจะไม่เกรงกลัวต่อการกระทำความผิด ทำผิดแล้วก็จะได้รับการล้างผิดในที่สุด 4.ต้องไม่สูญเสียต่อการกระทำผิดต่อกฎหมายหรือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญกฎหมาย หรือแม้แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร ซึ่งรวมตั้งแต่รัฐสภา รัฐบาล และ องค์กรอื่นๆ และ5. ต้องไม่รวมความผิด 3 ฐานสำคัญ คือ ความผิดฐานทุจริตคอรัปชั่น ความผิดคดีอาญาร้ายแรง และความผิดตามมาตรา 110 และ 112 ภายใต้หลักการ 5 ข้อถ้าจะมีการนิรโทษกรรมควรนิรโทษกรรมเฉพาะ ความผิดอันเกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองทั่วไป และพ่วงหลักหลักการคือต้องเป็นความเห็นพ้องต้องกันของสังคมเพื่อไม่ให้เกิดแรงเสียดทาน ที่จะนำไปสู่ความแตกแยกขัดแย้งในอนาคต ”นายจุรินทร์ กล่าว นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญที่พรรคและตนไม่เห็นชอบกับรายงานของกรรมาธิการฉบับนี้และไม่เห็นควรส่งให้รัฐบาลคือ 1. เพราะรายงานของกรรมการฉบับนี้ได้รวมแนวทางนิรโทษกรรมมาตรา 110 และ 112 เอาไว้ด้วย โดยในรายงานได้ระบุไว้ชัดว่าให้พิจารณาเป็น 3 แนวทางในการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมมาตรา 110 และ112 คือ ไม่นิรโทษกรรม นิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข นิรโทษกรรมสุดซอยแบบไม่มีเงื่อนไขเพื่ออะไร เพื่อเป็นทางเลือก ตนและพรรคจึงเห็นว่าที่ล่อแหลม คือการให้นิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข และนิรโทษกรรมแบบไม่มีเงื่อนไข และ 2.ข้อความและความเห็นของกรรมาธิการระบุไว้ในข้อสังเกต ซึ่งระบุไว้ชัดว่าคณะรัฐมนตรีคือรัฐบาล ควรพิจารณารายงาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อนำไปเป็นแนวทางการต่อพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมโดยเร็ว ซึ่งก็รวม 3 แนวทาง ในกรณีนิรโทษกรรมมาตรา 110และ 112 ไปด้วย และยังต่อท้ายด้วยว่าการดำเนินการต้องรายงานให้สภาทราบว่าได้ทำหรือไม่ทำ หรือทำอย่างไรเพื่อให้สภาได้ติดตามความคืบหน้าได้ต่อไป ซึ่งผลจากรายงานและข้อสังเกตของกรรมาธิการจะทำให้รัฐบาลหรือกลไกอื่นอาจนำรายงานฉบับนี้ ไปเป็นสารตั้งต้นในการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ความผิดในมาตรา 110และ 112 ต่อไปได้ “และหากสภาเห็นชอบกับรายงานฉบับนี้สุดท้าย สภาฯอาจกลายเป็นตราประทับความชอบธรรมในการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมการกระทำความผิดมาตรา 110 และ 112 ต่อไปในอนาคตได้ผมและพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่เห็นชอบกับรายงานฉบับนี้และไม่เห็นควรส่งให้รัฐบาลไปพิจารณา”นายจุรินทร์ กล่าว ต่อมาเวลา 15.40 น. นายนิกร จำนง เลขานุการ กมธ.ฯ ชี้แจงว่า สำหรับมาตรา 110 และมาตรา 112 ไม่ได้เป็นคดีหลักและคดีรอง แต่เป็นคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง โดยในรายงานก็ยืนยันไว้เช่นกัน นอกจากนี้ กมธ.ฯไม่ได้มีข้อสรุปว่าจะนิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมสำหรับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 110 และมาตรา 112 เพียงแค่ศึกษาว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร เนื่องจากยังมีความเห็นต่างอย่างมีนัยยะสำคัญเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 110 และมาตรา 112 กมธ.ฯ จึงไม่พึงประสงค์ที่จะมีการลงมติว่ากมธ.ฯ ส่วนใหญ่มีความเห็นอย่างไร เพราะจะถือว่าไม่สามารถสะท้อนความคิดเห็นและความเชื่อของกมธ.ฯได้ แต่ได้เปิดโอกาสให้กมธ.ฯแต่ละคนแสดงความคิดเห็นไว้นายนิกร กล่าวต่อว่า ดังนั้นแนวทางที่เสนอมาจึงแบ่งเป็น 3 แนวทาง คือ เห็นด้วยว่าควรรวมการนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 110 และมาตรา 112, ไม่เห็นด้วยว่าควรรวมการนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 110 และมาตรา 112, เห็นด้วยว่าควรรวมการนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 110 และมาตรา 112 แต่ให้มีเงื่อนไข ซึ่งส่วนตัวตนก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 110 และมาตรา 112 นอกจากนี้ ยังมีความเห็นที่ระบุว่าขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายออาญามาตรา 112 เป็นบทบัญญัติในความผิด ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่ามีความผูกพันทุกองค์กร และมีบางฝ่ายมองว่าอาจจะเกิดความขัดแย้ง“ผมเชื่อว่าหากมีการเสนอร่างกฎหมายเข้ามาแล้วรวมความผิดมาตรา 112 ด้วยนั้น จะไม่ผ่านและถูกร้องว่าขัดรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ในฐานะกมธ.จากพรรคชาติไทยพัฒนา เรามีความเห็นเป็นมติว่าไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมมาตรา 112 เช่นเดียวกับหลายพรรคที่ได้ให้ความเห็นไว้ในกมธ. ย้ำว่าในข้อสังเกตก็ระบุไว้ชัดว่ามาตรา 110 และมาตรา 112 เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว และรายงานนี้เป็นเพียงแค่การสรุปความเห็นของสมาชิกเท่านั้น” นายนิกร กล่าว จากนั้นในเวลา15.50น. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ชี้แจง ว่า กมธ.ชุดนี้ไม่ใช่พิจารณาแก้ไข หรือ ยกเลิก มาตรา 112 เพียงศึกษาแนวทางนิรโทษกรรม และมันจะเป็นสารตั้งต้น เป็นหัวเชื้อ หรือไม่ มันขึ้นอยู่กับรัฐบาล มีบางท่านหยิบยกกรณีนิรโทษกรรมสุดซอย ซึ่งสมัยนั้น ตนยังไม่ได้เป็นสส.แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับฉบับสุดซอย เพราะไปรวมบรรดาเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการสั่งฆ่าประชาชนด้วย อยากให้สมาชิกผ่านรายงานฉบับนี้ เพื่อเป็นสารตั้งต้นของการหาทางออกบ้านเมือง นอกจากนี้ ถ้าท่านบอกว่า ต้องการแสดงถึงเจตจำนงการปกป้องสถาบันฯ พูดกันไปถึงขนาดว่า เป็นเลือดสีน้ำเงินต่างๆ ทำไมเราไม่เปิดประตูบานนี้ เพื่อหาทางออกทางการเมือง ท่านอาจไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขมาตรา 112 ไม่เป็นไร แต่เราไม่ควรนำคนเห็นต่างทางการเมือง ไปคุมขัง จำคุก และอย่างน้อยมันคือการคลี่คลาย มันคือการเปิดฝาหม้อให้น้ำที่เดือดรอวันระเบิด ได้ปล่อยลมออกมา อยากให้ช่วยกันผ่านรายงาน แม้ว่าจะไม่มีข้อสรุปเรื่องนิรโทษกรรม มาตรา112 ต่อมาในเวลา16.06น. นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ.ฯ ชี้แจงกรณีที่มีสมาชิกบางคนอภิปรายว่าประเทศไทยไม่เคยมีการนิรโทษกรรมคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และกังวลว่าหากมีการนิรโทษกรรมแล้ว จะไปขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 รวมถึงอาจไปขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม2519 หรือพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.19 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ เมื่อเดือน ก.ย. 21 และพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ เป็นการนิรโทษกรรมให้กับการกระทำในและนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเท่านั้น โดยเจาะจงนิรโทษกรรมให้กับคดีความ 2 คดี ได้แก่ คดีที่ศาลทหารกรุงเทพฯ 1 คดี และคดีที่ศาลอาญาอีก 1 คดี ซึ่งทั้ง 2 คดีนี้ เป็นคดีที่จำเลยถูกฟ้องดำเนินคดีหลายคดี รวมถึงคดีมาตรา 112 ด้วย หมายความว่าระบบกฎหมายไทยเคยนิรโทษกรรมมาตรา 112 มาแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 ใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่อออกมาแล้ว ก็ไม่เห็นมีการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างการปกครองใดๆ ทั้งสิ้น นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับตนโดยตรง หรือคือคดีของอดีตพรรคก้าวไกล ซึ่งท่านสมาชิกให้ข้อมูลว่า หากไปออกกฏหมายนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 จะขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตนยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมหรือไม่นิรโทษกรรมคดี 112 ซึ่งตนยินดีรับฟังความคิดเห็น จะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง ไม่มีปัญหา แต่ในแง่ข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกัน เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนี้ เกี่ยวข้องกับการกระทำเพียง 2 เรื่อง ที่ศาลห้ามการกระทำ คือ 1ศาลห้ามมิให้แสดงความคิดเห็น หรือรณรงค์ให้ยกเลิกมาตรา 112 และ 2.ศาลห้ามมิให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยกระบวนการนิติบัญญัติที่ไม่ใช่กระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบ ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรม มาตรา 112 ใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ภายหลังจากการอภิปรายมาสักระยะ นายพิเชษฐ์ ในฐานะประธานการประชุม ชี้แจงว่า เรื่องนี้มีผู้เห็นต่างจำนวนมาก รวมถึงผู้ชี้แจง ก็ชี้แจงเต็มที่แล้วจนเป็นที่เข้าใจทุกฝ่าย หากจะมีการชี้แจงไปก็เหมือนเดิม ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน แย้งว่า หากเรื่องใดที่เห็นต่างกันจำนวนมาก ต้องให้มีการลงมติ พรรคประชาชนเห็นพ้องให้เสนอรายงานฯฉบับนี้ส่งไปยังรัฐบาล และพร้อมอยู่ลงมติ ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีล่มองค์ประชุมแน่นอน เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไร พวกเราพร้อมยอมรับ แต่ควรเปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะกมธ.ฯได้ชี้แจงให้เข้าใจตรงกัน และเรายังมีญัตติด่วนเรื่องธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนที่สังคมจับตาอยู่ กำลังรอการพิจารณาด้วย ก็ขอให้ดำเนินการไปตามระเบียบวาระ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะลงมติชี้ขาด โดยเฉพาะนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อประธานเห็นว่าอภิปรายมามากแล้ว กลัวจะซ้ำซ้อน กมธ.ฯก็ชี้แจงแล้ว หากชี้แจงอีก ก็จะสงสัยกันไปอีกแต่จริงๆไม่ต้องชี้แจง เพราะกมธ.ทำมากั๊กทั้งหมด ตนคิดว่าควรลงมติได้เลย ทำให้นายปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นยืนยันที่จะให้มีการเปิดโอกาสให้กมธ.ฯ ชี้แจงถึงข้อสงสัยต่างๆอย่างกว้างขวาง ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ลุกขึ้นโต้แย้งว่า หากประธานฯจะมีการปิดการอภิปรายแล้วก็จะต้องลงมติต่อทันที หากปล่อยให้อภิปรายไป โดยเฉพาะกมธ.บางคน เช่น นายรังสิมันต์ อภิปรายเกินเวลาไปมากกว่าสมาชิก3เท่า หากทำแบบนี้สภาฯจะเดินต่อไม่ได้ หากสมาชิกจะลงชื่ออภิปราย ประธานฯต้องเปิดให้ลงชื่อได้ เพราะมีสมาชิกมาบ่นกับตนว่าจะไปลงชื่ออภิปราย แต่ปิดรับอภิปรายไปแล้ว เช่นเดียวกับที่ประธานวิปฝ่ายค้านระบุว่าเป็นเวทีรับฟังความคิดเห็น ก็ต้องลงอย่างเสรี ไม่ใช่มาจำกัด ไม่อย่างนั้นจะต้องมาตั้งหลักเกณฑ์อภิปรายใหม่ ทั้งนี้ฝ่ายกมธ.ฯพยายามที่จะขอชี้แจง แต่นายพิเชษฐ์ พยายามไกล่เกลี่ย เพื่อที่จะขอไม่ให้กมธ.ฯชี้แจง เพราะยังมีกมธ.อีกหลายคน มิเช่นนั้นจะไม่จบ อย่างไรก็ตาม กมธ.ยังไม่ทันจะได้แสดงท่าที นายพิเชษฐ์ ก็ได้สั่งปิดการประชุมทันที ในเวลา 16.58 น. แม้จะมีสมาชิกตะโกนทักท้วง แต่นายพิเชษฐ์ ไม่สนใจ ทำให้ญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาฯศึกษาปัญหาและการแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันธุรกิจอันเข้าลักษณะการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ ที่ต่อคิวอยู่ ต้องเลื่อนออกไปพิจารณาในสัปดาห์หน้าด้วย

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

“พริษฐ์” ติงฝ่ายปฏิรูปอย่าใช้ยุทธศาสตร์ขวางการเปลี่ยนแปลงประเทศ หยุดตีตราเป็นพวกสุดโต่ง“พริษฐ์” ติงฝ่ายปฏิรูปอย่าใช้ยุทธศาสตร์ขวางการเปลี่ยนแปลงประเทศ หยุดตีตราเป็นพวกสุดโต่ง“พริษฐ์” ลั่นจุดยืน ปชน.ไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงการปกครอง รับประเทศมีปัญหาต้องรื้อครั้งใหญ่ วอนฝ่ายปฏิรูปอย่าใช้ยุทธศาสตร์ขวางการเปลี่ยนแปลงประเทศ ตีตราเป็นพวกสุดโต่ง วันที่ 18 ก.ย.2567 เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาชน(ปชน.)แพ้การเลือกตั้งซ่อมสส.
Read more »

พรรคประชาชน ลุยเสนอร่างแก้รธน.รายมาตรา 6 แพคเกจ ชะลอปมจริยธรรมไว้ก่อนพรรคประชาชน ลุยเสนอร่างแก้รธน.รายมาตรา 6 แพคเกจ ชะลอปมจริยธรรมไว้ก่อนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงจุดยืนของพรรคในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คู่ขนานกับยื่นร่างแก้ไขเป็นรายมาตราว่า พรรค ปชน.ยืนยันมาตลอดว่ารัฐธรรมนูญปี 2560
Read more »

สส.ปชน.กระทุ้งทวงปรับค่าแรง - รมว.แรงงาน แจงฝ่ายนายจ้างคัดค้านสส.ปชน.กระทุ้งทวงปรับค่าแรง - รมว.แรงงาน แจงฝ่ายนายจ้างคัดค้านสส.ปชน.กระทุ้งทวงปรับค่าแรง - รมว.แรงงาน แจงฝ่ายนายจ้างคัดค้าน-ย้ำต้องคำนึงสถานะการเงิน-ภาระ SMEs ป้องกันแรงงานตกงานด้วย – แย้มปลายปีนี้รอลุ้นเกณฑ์ขั้นต่ำแรงงาน SMEs
Read more »

'ปชน.-ก้าวหน้า' ร่วมรำลึก 48 ปี 6 ตุลาฯ 19 ขอรัฐบาลเร่งถกรายงาน 'กมธ.นิรโทษฯ''ปชน.-ก้าวหน้า' ร่วมรำลึก 48 ปี 6 ตุลาฯ 19 ขอรัฐบาลเร่งถกรายงาน 'กมธ.นิรโทษฯ'วันที่ 6 ต.ค.2567 ที่สวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พรรคประชาชน นำโดย ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย สส.
Read more »

'ปกรณ์วุฒิ' ยังหวังทำประชามติทันต้นปี 68 เล็งชงเปิดวิสามัญฯเร่งเครื่องทันลต.นายกอบจ.'ปกรณ์วุฒิ' ยังหวังทำประชามติทันต้นปี 68 เล็งชงเปิดวิสามัญฯเร่งเครื่องทันลต.นายกอบจ.วันที่ 8 ต.ค.2567 เวลา 09.50 น.ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมวิปฝ่ายค้านถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9-10 ต.ค.นี้ว่า วันที่ 9 ต.ค.ลาคมจะมีรายงานที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.
Read more »

'ณัฐพงษ์' ลั่นไม่มีเหตุจำเป็นควํ่าร่างนิรโทษฯ ชี้รบ.กลัวเกินเหตุ ยันผลักดันต่อหากถูกปัดตก'ณัฐพงษ์' ลั่นไม่มีเหตุจำเป็นควํ่าร่างนิรโทษฯ ชี้รบ.กลัวเกินเหตุ ยันผลักดันต่อหากถูกปัดตกวันที่ 16 ต.ค.2567 เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความไม่ชัดเจนของการรายงานผลการศึกษาคณะกรรมมาธิการ (กมธ.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 23:44:49