ต่อเวลา! สินเชื่อธุรกิจชายแดนใต้-เพิ่ม 4 อ.ในสงขลา ชายแดนภาคใต้ ธนาคารออมสิน ประชุมครม ผู้ประกอบการ มติคณะรัฐมนตรี สินเชื่อ เงินกู้ อินโฟเควสท์
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 25,000 ล้านบาท ภายใต้มาตรการด้านการเงินสำหรับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 2 ปี 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 ม.
ค. 2566 – 30 มิ.ย. 2568 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงิน พร้อมกันนี้ ครม. เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการ อาทิ ขยายพื้นที่เป้าหมายครอบคลุม 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เพื่อให้ครอบคลุมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น และอนุมัติงบประมาณวงเงิน 1,250 ล้านบาท สำหรับชดเชยต้นทุนเงินให้กับธนาคารออมสินในการดำเนินโครงการด้วย น.ส.รัชดา กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจ เกิดความมั่นใจในการประกอบกิจการ และมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารออมสินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการในอัตรา 0.01% ต่อปี และสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการในอัตรา 1.5% ต่อปี และธนาคารออมสินให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการโดยตรง ในอัตรา 1.5% ต่อปี โครงการนี้ดำเนินการมาแล้ว 5 ปี ตั้งแต่ปี 1 ม.ค.2561 – 31 ธ.ค.2565 อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว จำนวน 4,890 ราย รวมวงเงิน 20,872 ล้านบาท จากวงเงินโครงการทั้งหมด 25,000 ล้านบาท มีวงเงินคงเหลือจำนวน 4,128 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการให้สินเชื่อต่อไป1) ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีสถานประกอบการอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอเทพา อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย จากเดิมที่ให้ความช่วยเหลือเฉพาะผู้ประกอบการในจังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี 2) ผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสินเชื่อตามโครงการ หรือเคยได้รับสินเชื่อตามโครงการมาแล้วไม่เกิน 5 ปี เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทั่วถึงมากยิ่งขึ้น 2. กำหนดวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น จากเดิมที่ไม่ได้กำหนดวงเงินกู้ต่อราย 3. รัฐบาลชดเชยต้นทุนเงินให้กับธนาคารออมสิน ในอัตรา 2% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,250 ล้านบาท โดยให้ธนาคารออมสินเบิกจ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ส.อ.ท.อวดตัวเลขยอดผลิตพ.ย.สูงสุดรอบ 44 เดือน แม้ส่งออกวูบ : อินโฟเควสท์นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานฯ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ย.จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้มีทั้งสิ้น 190,155 คัน เพิ่มขึ้น 15% จากพ.ย.64 สูงสุดในรอบ 44 เดือน ทำให้ในช่วง 11 เดือนปีนี้ (ม.ค.-พ.ย.) มียอดผลิตรวม 1,724,909 คัน จากที่ตั้งเป้าไว้ 1.75 ล้านคัน ทำให้มีโอกาสที่ยอดผลิตจะกลับมาอยู่ที่เป้าเดิมที่ 1.8 ล้านคัน ขณะที่ในเดือนพ.ย. ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปหดตัว 10.98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาที่ 87,228 คัน มูลค่าการส่งออก อยู่ที่ 78,415.24 ล้านบาท โดยยอดส่งออกในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.) อยู่ที่ 888,651 คัน เพิ่มขึ้น 3.59% “ยอดส่งออกเดือน พ.ย.น่าจะขยายตัวได้ดีกว่านี้ เพราะสามารถผลิตรถได้มากขึ้น แต่มีปัญหาขาดพื้นที่บรรทุกบนเรือที่จะขนส่งไป เพราะแต่ละประเทศสามารถผลิตได้เพิ่มขึ้นก็มาแย่งพื้นที่บรรทุกกัน” นายสุรพงษ์ …
Read more »
หุ้นไทยปิดเช้าร่วง 12.35 จุด หนักกว่าภูมิภาครับแรงขายหุ้นใหญ่ บ่ายอาจลงต่อทดสอบ 1,590 : อินโฟเควสท์SET ปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,605.85 จุด ลดลง 12.35 จุด (-0.76%) มูลค่าการซื้อขายราว 31,733.28 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลงแรงกว่าภูมิภาคจากไร้ปัจจัยใหม่หนุน โดยหลุดแนวรับสำคัญ 1,610 จุดทำให้มีแรงขายออกมา ประกอบกับนักลงทุนยังรอตัวเลข PCE สหรัฐศุกร์นี้เป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อ แนวโน้มช่วงบ่ายดัชนีมีโอกาสลงทดสอบแนวรับใหม่ 1,590 จุด และให้แนวต้านที่ 1,610 จุด ตลาดหลักทรัพย์ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,605.85 จุด ลดลง 12.35 จุด (-0.76%) มูลค่าการซื้อขายราว 31,733.28 ล้านบาท การซื้อขายในช่วงเช้านี้ ดัชนีปรับตัวลงแรงกว่าภูมิภาค โดยทำระดับสูงสุด 1,621.54 จุด และต่ำสุด 1,601.45 จุด นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลงแรงกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน ดัชนีหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,610 จุดทำให้มีแรงขายหุ้นใหญ่ออกมามาก ขณะที่นักลงทุนยังรอติดตามตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล …
Read more »
อินโดฯคาดยอดเกินดุลการค้าพุ่งทุบสถิติปีนี้ แต่อาจหดตัวปีหน้า : อินโฟเควสท์นายกาซาน หัวหน้าฝ่ายนโยบายการค้าของกระทรวงการค้าอินโดนีเซียเปิดเผยในวันนี้ (20 ธ.ค.) ว่า ยอดเกินดุลการค้าของอินโดนีเซียในปี 2565 คาดว่าจะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยอดเกินดุลการค้าในปีหน้าคาดว่าจะลดลงสู่ราว 3.83-3.85 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นายกาซานไม่ได้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ยอดเกินดุลการค้าของปีนี้ แต่ระบุว่ามีแนวโน้มจะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นายกาซานกล่าวกับผู้สื่อข่าวในงานสัมมนาด้านการค้าว่า “คาดว่าปีหน้าเราจะยังได้เห็นการเกินดุลการค้า แต่การขยายตัวนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งรวมถึงประเทศต่าง ๆ ที่จุดหมายปลายทางการส่งออกของเรา” สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินโดนีเซียมีการส่งออกที่เฟื่องฟูในปีนี้ เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกพุ่งสูง ทำให้มียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 5.06 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนม.ค.ถึงพ.ย. ซึ่งสูงกว่าสถิติครั้งก่อนในปี 2549 “เราต้องมุ่งเน้นกลยุทธ์ของเราไปที่ตลาดที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิมในปีหน้า เพื่อชดเชยกับความอ่อนแอหรือวิกฤตการณ์ในตลาดแบบดั้งเดิม” นายกาซานกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า การส่งออกจะแตะสถิติสูงสุดใหม่ในปีนี้ซึ่งอาจสูงถึง 2.90 แสนล้านดอลลาร์ โดยในเดือนม.ค.ถึงพ.ย.นั้น การส่งออกมีมูลค่า 2.682 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า การส่งออกของอินโดนีเซียมีแนวโน้มหดตัวลงในปีหน้า เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ธ.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »
โกลเบล็ก คัด 12 หุ้น 'ช้อปดีมีคืน'-5 หุ้น รับอานิสงส์โควิดเร่งตัวอีกรอบ : อินโฟเควสท์บล. โกลเบล็ก (GBS) แนะกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการช้อปดีมีคืนปี 66 ได้แก่ BJC-CPALL-MAKRO-CRC-COM7-SPVI-CPW-JMART-HMPRO-ZEN-M-AU หลังจากวันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการ “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งสามารถนำรายจ่ายซื้อสินค้าและบริการตามที่กำหนดไปลดหักหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ของปี 66 ได้ไม่เกินคนละ 40,000 บาท รองลงมาหุ้นที่อานิสงส์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเร่งตัวขึ้น ได้แก่ BCH, CHG, EKH, THG และ WPH นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนยังวิตกกังวลเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังจาก เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยตัวเลข PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 44.6 ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน จาก 46.4 ในเดือนพ.ย. โดยดัชนี PMI ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว และหดตัวเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน …
Read more »
ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าร่วง กังวล BOJ คุมเข้มนโยบายการเงินตามแบงก์ชาติทั่วโลก : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศขยายกรอบอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นการส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 3,087.33 จุด ลดลง 19.79 จุด หรือ -0.64% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 19,089.96 จุด ร่วงลง 262.85 จุด หรือ -1.36% ส่วนดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าที่ 27,257.35 จุด เพิ่มขึ้น 19.71 จุด หรือ +0.07% แต่หลังจาก BOJ แถลงมตินโยบายการเงินได้ไม่นาน ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 568.04 จุด หรือ -2.09% แตะที่ระดับ 26,669.60 จุด ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียดิ่งลงถ้วนหน้า หลังจาก BOJ ประกาศขยายกรอบอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลญี่ปุ่นให้เคลื่อนไหวในช่วง -0.5% ถึง +0.5% จากเดิมที่อยู่ในกรอบ -0.25% ถึง +0.25% ซึ่งถือเป็นมาตรการที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด หลังจากที่ …
Read more »
