ตร. ติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้ตำรวจจราจร ช่วยการทำงานทุกขั้นตอนแม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดการอบรมสัมมนา “ปัญหาการปฏิบัติการและการบันทึกข้อมูลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565” โดยมี พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา/หัวหน้าคณะทำงานด้านภาพลักษณ์งานจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรม พร้อมพบปะผู้เข้ารับการอบรมและมอบนโยบาย เมื่อวันที่ 24 ก.
ย. 2568 สำหรับการอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ “ติดอาวุธทางเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร” ผ่านการถ่ายทอดการใช้โปรแกรมช่วยทำสำนวนพินัย ซึ่งจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และลดความซับซ้อน ตั้งแต่การออกใบสั่ง การติดตามผู้กระทำผิดจราจร เช่น ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ตลอดจนความผิดจราจรอื่นๆ ที่ไม่ชำระค่าปรับ ไปจนถึงการดำเนินการส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งปัจจุบันโทษปรับตามใบสั่งจราจร ถือเป็นโทษปรับทางพินัย มีอัตราโทษปรับสุงสุดไม่เกิน 4,000 บาท หากผู้ขับขี่ไม่ชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะทำรายงานพร้อมพยานหลักฐานเป็นสำนวนคดีพินัย ส่งไปยังพนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาลให้บังคับโทษตามกฎหมายต่อไป โดยปัจจุบันมีการทำสำนวนคดีใบสั่งจราจรส่งไปยังพนักงานอัยการแล้วทั้งสิ้น จำนวนกว่า 3,000 คดี ส่วนเนื้อหาการอบรมยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เจ้าหน้าที่พบเจอในการปฏิบัติหน้าที่จริง เพื่อนำมาพัฒนาระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกแก่ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน พล.ต.ท.นิธิธร ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดและถูกต้องตามหลักกฎหมาย โดยกล่าวว่า เจ้าพนักงานจราจรทุกนายต้องยึดมั่นในความถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน การใช้เทคโนโลยีในการทำงานจะช่วยยกระดับมาตรฐาน เพิ่มความมั่นใจ และทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงมุ่งพัฒนากระบวนการทำงานด้านจราจรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผนวกองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพตำรวจไทย ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน.
