ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก จากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอย นักลงทุนจับตาท่าทีธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ตลาดหุ้น เอเชีย เปิดสัปดาห์ด้วยความผันผวนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง ที่ทวีความรุนแรงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ราคาน้ำมัน พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะ เงินเฟ้อ ที่สูงขึ้นและความเสี่ยงของภาวะ เศรษฐกิจถดถอย ทั่วโลก นักลงทุนต่างจับตาดูท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดการเงินทั่วโลก\สถานการณ์ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน ในขณะเดียวกัน ปากีสถานได้ประกาศเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่าเตหะรานจะกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมการโจมตีทางบกก็ตาม นอกจากนี้ กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ชี้ว่า อิหร่านยังคงมีอำนาจต่อรองสูงจากการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญของโลก รวมถึงขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรน ทำให้มีแรงจูงใจน้อยที่จะยอมถอย และเพิ่มแรงกดดันให้สหรัฐฯ ต้องพิจารณายกระดับสถานการณ์ โดยคาดว่าสงครามอาจยืดเยื้ออย่างน้อยถึงเดือนมิถุนายน และมีความเสี่ยงที่จะยืดเยื้อกว่านั้น การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ผลักดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภทพุ่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย พลาสติก อะลูมิเนียม รวมถึงเชื้อเพลิงสำหรับการบินและการขนส่ง ส่งผลให้ราคาสินค้าอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย\ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นร่วงลงอย่างหนัก และดัชนีตลาดหุ้นในเกาหลีใต้ปรับตัวลดลง เช่นเดียวกับดัชนี MSCI เอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ตลาดล่วงหน้าของสหรัฐฯ และยุโรปก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน และราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดต่อเนื่อง จะทำให้ปริมาณสำรองพลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว และอาจดันราคาน้ำมันขึ้นไปแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมสร้างข้อจำกัดรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรม แรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนปรับมุมมองต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ในขณะที่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและแนวโน้มการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ทั่วโลก ในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อ
ตลาดหุ้น เอเชีย ตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ เศรษฐกิจถดถอย
