ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ตามทิศทางดาวโจนส์ นักลงทุนจับตาข้อมูลศก.จีน : อินโฟเควสท์

United States News News

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ตามทิศทางดาวโจนส์ นักลงทุนจับตาข้อมูลศก.จีน : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 25 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 13%
  • Publisher: 68%

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ตามทิศทางดาวโจนส์ นักลงทุนจับตาข้อมูลศก.จีน ตลาดหุ้น ตลาดหุ้นเอเชีย อินโฟเควสท์

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐที่ดีดตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีนในสัปดาห์นี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ 26,299.

54 จุด เพิ่มขึ้น 64.29 จุด หรือ +0.24% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,048.20 จุด เพิ่มขึ้น 2.33 จุด หรือ +0.076% ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส เช่นเดียวกับตลาดหุ้นออสเตรเลียที่ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวัน Boxing Day นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของจีนในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงกำไรภาคอุตสหกรรมเดือนพ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคการผลิตเดือนธ.ค.จากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคบริการเดือนธ.ค.จากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

โพลล์ยก 'กราดยิงหนองบัวลำภู' เป็นเหตุการณ์ที่สุดแห่งปี 2022 : อินโฟเควสท์โพลล์ยก 'กราดยิงหนองบัวลำภู' เป็นเหตุการณ์ที่สุดแห่งปี 2022 : อินโฟเควสท์กรุงเทพโพลล์ โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ที่สุดแห่งปี 2022” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 71.8% เห็นว่าเหตุกราดยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู เป็นข่าวหรือสถานการณ์ในประเทศ ที่สร้างการจดจำมากที่สุดแห่งปี 2022 อันดับ 2 คือ ข่าวการเสียชีวิตของนักแสดงชื่อดัง “แตงโม นิดา” คิดเป็น 42.3% อันดับ 3 สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย คิดเป็น 34.5% อันดับ 4 ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ 33.4 และอันดับ 5 กัญชา กัญชง พ้นยาเสพติด 31.4% เมื่อถามว่าได้รับข่าวหรือสถานการณ์ในประเทศ ผ่านช่องทางใดมากที่สุดในปี 2022 กลุ่มตัวอย่าง 45.2% ได้รับผ่านโทรทัศน์ รองลงมา 39.1% ได้รับผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook Twitter Tiktok Line และ […]
Read more »

กรอบหุ้นสัปดาห์หน้า 1,590-1,635 จับตา Flow-โควิดจีน-ข้อมูลศก.สหรัฐ : อินโฟเควสท์กรอบหุ้นสัปดาห์หน้า 1,590-1,635 จับตา Flow-โควิดจีน-ข้อมูลศก.สหรัฐ : อินโฟเควสท์บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยสำหรับสัปดาห์ถัดไป (26-30 ธ.ค.) มีแนวรับที่ 1,600 และ 1,590 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,625 และ 1,635 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์โควิดในจีน รวมถึงการทำ Window Dressing ช่วงสิ้นปี ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ของจีน ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ของญี่ปุ่น โดยตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดใกล้เคียงสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ SET Index เผชิญแรงขายในช่วงต้นสัปดาห์ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ เพราะแม้จะมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดกลับมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางหลายประเทศ ยังคงส่งสัญญาณในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน ขณะที่ล่าสุด ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนกรอบการเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีให้กว้างขึ้นด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี หุ้นไทยทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ นำโดยหุ้นแบงก์ […]
Read more »

กรอบบาทสัปดาห์หน้า 34.50-35.00 จับตาส่งออกไทย, ข้อมูลศก.สหรัฐ : อินโฟเควสท์กรอบบาทสัปดาห์หน้า 34.50-35.00 จับตาส่งออกไทย, ข้อมูลศก.สหรัฐ : อินโฟเควสท์ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (26-30 ธ.ค.) ไว้ที่ระดับ 34.50-35.00 บาท/ดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออก และรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนพ.ย. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์โควิดในจีน และการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามสัญญาณและท่าทีต่อทิศทางนโยบายการเงินของผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และข้อมูลกำไรภาคอุตสหกรรมเดือนพ.ย. ของจีนด้วยเช่นกัน ขณะที่ในรอบสัปดาห์นี้ (19-23 ธ.ค.) เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง โดยเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศขยายกรอบการเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์รัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีมาเป็นกรอบ +/- 0.50% (จากเดิม +/- 0.25%) และแม้ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นจะกล่าวว่า การขยายกรอบการเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ดังกล่าว ไม่ใช่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ตลาดก็ตีความว่าเป็นการปรับท่าทีไปในเชิงคุมเข้มของธนาคารกลางญี่ปุ่น ทั้งนี้ เงินบาทลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งทำให้มีความกังวลว่า เฟดจะคงส่งสัญญาณนโยบายการเงินแบบคุมเข้มต่อไป ในวันศุกร์ที่ […]
Read more »

ยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากโควิดรายใหม่ในจีน แม้ยอดติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์ยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากโควิดรายใหม่ในจีน แม้ยอดติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) เปิดเผยในวันนี้ (24 ธ.ค.) ว่า จีนยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 รายใหม่ในวันศุกร์ (23 ธ.ค.) เช่นเดียวกับเมื่อวันพฤหัสบดี (22 ธ.ค.) ขณะที่รายงานระบุว่า มีผู้ติดเชื้อแสดงอาการรายใหม่ 4,128 รายในวันศุกร์ เมื่อเทียบกับ 3,761 รายในวันพฤหัสบดี ทั้งนี้ หากไม่รวมผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศนั้น จีนรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศรวม 4,103 ราย เพิ่มขึ้นจาก 3,696 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น 99 รายทั่วประเทศในวันศุกร์ เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 42 รายในวันพฤหัสบดี ส่วนยอดรวมผู้ติดเชื้อที่มีอาการทั่วประเทศจีน ณ วันที่ 23 ธ.ค.อยู่ที่ 397,195 ราย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลของทางการจีนล่าสุดนั้นขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีการตรวจเชื้อน้อยลงทั่วประเทศหลังจากที่จีนผ่อนคลายนโยบายโควิดเป็นศูนย์เมื่อไม่นานมานี้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ธ.ค. 65) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
Read more »

ชาวมะกันราว 200 ล้านคนเผชิญภัยหนาวจัด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 ราย : อินโฟเควสท์ชาวมะกันราว 200 ล้านคนเผชิญภัยหนาวจัด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 ราย : อินโฟเควสท์ชาวอเมริกันราว 200 ล้านคนเผชิญกับความเย็นยะเยือกจากพายุฤดูหนาวลูกใหญ่ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 รายก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า พายุหิมะทำให้ประชาชนมากกว่า 1.5 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ และเที่ยวบินหลายพันเที่ยวได้ถูกยกเลิกในวันศุกร์ (23 ธ.ค.) โดยในมลรัฐเซาท์ดาโกตานั้น มีรายงานว่าชนพื้นเมืองอเมริกันที่เผชิญกับหิมะตกนั้นต้องทำการเผาเสื้อผ้าเพื่อให้ความอบอุ่น หลังจากที่ใช้เชื้อเพลิงให้ความร้อนจนหมด ในแคนาดานั้น ประชาชนในออนตาริโอและควิเบกก็กำลังเผชิญกับพายุหิมะด้วย ซึ่งทำให้ประชาชนหลายแสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่รัฐบาลแคนาดาประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับพายุฤดูหนาวและอากาศที่เย็นจัดในพื้นที่ส่วนใหญ่ของแคนาดาตั้งแต่บริติชโคลัมเบียไปจนถึงนิวฟันด์แลนด์ นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์บอมบ์ ไซโคลน (bomb cyclone) เมื่อความกดอากาศลดลงอย่างรุนแรงนั้น ทำให้เกิดสภาวะที่เหมือนกับพายุหิมะที่ทะเลสาบเกรตเลกส์บริเวณชายแดนสหรัฐ-แคนาดา โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ธ.ค. 65) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
Read more »

โควิดยังไม่หมด! อย่ารอวัคซีนรุ่นใหม่ ใกล้ที่ไหนฉีดที่นั่น : อินโฟเควสท์โควิดยังไม่หมด! อย่ารอวัคซีนรุ่นใหม่ ใกล้ที่ไหนฉีดที่นั่น : อินโฟเควสท์นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบเริ่มชะลอตัวลง ยังจะพบการระบาดในลักษณะ Small Wave โดยกลุ่มที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 สูงสุดเป็น กลุ่ม 608 (95%) ทั้งหมดเป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย หรือไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือได้รับเข็มกระตุ้นนานเกิน 3 เดือน ซึ่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง คำแนะนำจากคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 8/2565 วันที่ 9 ธันวาคม 2565 ได้มีมติเห็นชอบให้กลุ่มเป้าหมายที่สมควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น เข้ารับวัคซีนตามระยะเวลาที่กำหนด โดยสามารถใช้วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องรอวัคซีนรุ่นใหม่ (mRNA bivalent) ในช่วงสถานการณ์โควิดขาขึ้นเวลานี้ เนื่องจากวัคซีน mRNA monovalent ยังมีประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อของสายพันธุ์ที่ระบาดในปัจจุบัน และลดความรุนแรงของโรคได้ดี นพ.ธเรศ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีการกล่าวอ้างผลวิจัยว่า “วัคซีนเข็มกระตุ้นเกิน 3 เข็ม ไม่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ” นั้น ขัดกับข้อเท็จจริงของผลการศึกษาประสิทธิผลการฉีดวัคซีนในประเทศไทย ที่พบว่าวัคซีนเข็มที่ 4 […]
Read more »



Render Time: 2026-04-02 18:54:57