ตลาดตราสารหนี้โครงสร้างพื้นฐานไทยมีแนวโน้มขยายตัวในระยะกลาง

เศรษฐกิจ News

ตลาดตราสารหนี้โครงสร้างพื้นฐานไทยมีแนวโน้มขยายตัวในระยะกลาง
ตราสารหนี้โครงสร้างพื้นฐานฟิทช์ เรทติ้งส์
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 124 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 70%
  • Publisher: 63%

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ชี้ตลาดตราสารหนี้เพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวในระยะกลาง จากหลายปัจจัยสนับสนุน ทั้งการบริหารเงินทุนของธนาคาร, แรงกดดันหนี้สาธารณะ และความต้องการของนักลงทุน

ตลาด ตราสารหนี้ เพื่อ การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน ในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวในระยะกลาง จากปัจจัยหลายประการ เช่น การบริหารเงินทุนของธนาคารที่เข้มงวดมากขึ้น แรงกดดันต่อการใช้เงินลงทุนภาครัฐจากระดับหนี้สาธารณะที่สูง รวมถึงความต้องการจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว” ข้อมูลจากงาน Thailand and Asia-Pacific Infrastructure Outlook 2026 โดย ฟิทช์ เรทติ้งส์ ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการจัดตั้งสำนักงาน ฟิทช์ เรทติ้งส์ ในประเทศไทย เมื่อเดือนก.

พ.2544 ที่นักวิเคราะห์อาวุโสของฟิทช์ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการเงิน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาการของการกู้ยืมนอกตลาด ในประเทศไทยและภูมิภาค โดยวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ และยิ่งยง นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยและอดีตประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ Sajal Kishore กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและการเงินโครงการ ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก ของฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า สัดส่วนผู้ออกตราสารหนี้ด้านโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยฟิทช์ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ สะท้อนถึงปัจจัยด้านอุปทานและอุปสงค์ ทั้งนี้ ผู้กู้ในภาคโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนภายในประเทศโดยมีต้นทุนที่ต่ำ จากธนาคารและผู้ให้กู้ที่ไม่ใช่ธนาคาร จึงลดความจำเป็นในการออกตราสารหนี้ต่างประเทศ และจำกัดจำนวนธุรกรรมที่เข้าสู่การจัดอันดับเครดิต “ฟิทช์เลือกใช้หลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตแบบ Project Finance แทนแบบ Corporate สำหรับตราสารหนี้โครงสร้างพื้นฐาน โดยพิจารณาจากลักษณะของสินทรัพย์ และที่สำคัญคือโครงสร้างหนี้และโครงสร้างธุรกรรม โดยการจัดอันดับเครดิตแบบ Project Finance มักจะใช้สำหรับสินทรัพย์ที่มีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจหรือมีลักษณะกึ่งผูกขาด รองรับด้วยสัญญาระยะยาว และโครงสร้างที่คุ้มครองเจ้าหนี้ ซึ่งมักมีการแยกความเสี่ยงจากการล้มละลาย” ขณะที่ผู้ออกตราสารแบบ Corporate มักเผชิญการแข่งขันมากกว่า และโดยทั่วไปมีเงื่อนไขหนี้ที่คุ้มครองเจ้าหนี้น้อยกว่า การวิเคราะห์แบบ Project Finance พิจารณาอัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ หรืออัตราส่วนความครอบคลุมตลอดอายุโครงการ เพื่อประเมินความสามารถของกระแสเงินสดในการรองรับหนี้ที่ทยอยครบกำหนดชำระคืน ส่วนการวิเคราะห์แบบ Corporate จะมุ่งเน้นไปที่อัตราส่วนหนี้สิน เช่น หนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย “พัฒนาการของโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และการกู้ยืมนอกตลาด” โอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีขนาดใหญ่ในหลายด้าน เช่น ระบบขนส่งมวลชน ระบบราง ถนน และท่าเรือ ซึ่งมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศและการเชื่อมโยงการค้าระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การออกตราสารหนี้เพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังมีจำนวนจำกัด เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการส่วนใหญ่ได้รับเงินทุนจากธนาคารและภาครัฐ ทำให้นักลงทุนสถาบัน เช่น บริษัทจัดการกองทุน บริษัทประกัน และกองทุนเพื่อการบำนาญ มีโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศไม่มากนัก ฟิทช์คาดว่า

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

ตราสารหนี้ โครงสร้างพื้นฐาน ฟิทช์ เรทติ้งส์ การลงทุน ตลาด

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 14:09:11