ตลาดหุ้นไทยยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด นักวิเคราะห์ชี้ความเสี่ยงยังคงอยู่
ตลาดหุ้นไทยยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด มุมมองจาก คุณณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า ที่ให้สัมภาษณ์ในเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ โดยยังคงมองว่า ตลาดยังเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน และมีโอกาสที่ดัชนี SET จะปรับตัวลงต่อตลาดยังมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องวางแผนอย่างรอบคอบ แม้ว่าจะมีหุ้นบางกลุ่มที่อาจช่วยพยุงตลาดได้ แต่ตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและกระแสเงินทุนที่ยังไม่ไหลกลับเข้ามา นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นความปลอดภัย และเลือกจังหวะเข้าซื้อหุ้นอย่างเหมาะสมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดในระยะต่อไปคุณณรงค์เดชระบุว่า หนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคือกำไรต่อหุ้น ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับความเสี่ยงด้านสงครามการค้าที่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย แม้ว่าจะมีสัญญาณการผ่อนคลายจากฝั่งสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังต้องจับตาดูการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีที่จะส่งผลโดยตรงต่อตลาดหุ้นไทย อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ที่ยังคงไหลออกอย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณของการไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย ทำให้ตลาดขาดแรงหนุนที่เพียงพอในการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งแม้ตลาดหุ้นไทยจะพยายามรีบาวด์หลังจากที่ดัชนี SET ปรับตัวลงมาต่ำกว่า 1,200 จุด แต่แรงซื้อกลับยังคงเบาบาง ปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารที่เป็นเสาหลักในการพยุงตลาดก็เริ่มมีข้อจำกัดในการเติบโต เนื่องจากราคาหุ้นขึ้นมาอยู่ในระดับสูงแล้ว ทำให้โอกาสในการขยับตัวขึ้นต่อค่อนข้างจำกัด ในขณะที่กลุ่มพลังงานยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน และยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ยากอย่างไรก็ตาม กลุ่มหุ้นที่อาจเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ในระยะสั้นคือกลุ่ม ICT โดยเฉพาะหุ้นของ ADVANC และ TRUE ที่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวจากปัจจัยบวกด้านการประมูลคลื่นความถี่ 3,000 MHz ที่อาจช่วยลดแรงกดดันด้านการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม แต่โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง หากดัชนี SET หลุดระดับ 1,160 จุด มีโอกาสที่ Downside จะเปิดไปถึงระดับ 1,000 จุด นักลงทุนจึงควรพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งอาจทำให้ตลาดเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการไดลูทของราคาหุ้นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย คุณณรงค์เดชแนะนำให้จับตาหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการรอให้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาหลังจาก XD แล้วค่อยเข้าซื้อ เช่น กรณีของหุ้น KBANK ที่มีการจ่ายปันผลสูง หากราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 148-150 บาท อาจเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีของสหรัฐในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งอาจส่งผลต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในวงกว้าง.
ตลาดหุ้นไทยยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด มุมมองจาก คุณณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า ที่ให้สัมภาษณ์ในเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ โดยยังคงมองว่า ตลาดยังเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน และมีโอกาสที่ดัชนี SET จะปรับตัวลงต่อตลาดยังมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องวางแผนอย่างรอบคอบ แม้ว่าจะมีหุ้นบางกลุ่มที่อาจช่วยพยุงตลาดได้ แต่ตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและกระแสเงินทุนที่ยังไม่ไหลกลับเข้ามา นักลงทุนจึงควรใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นความปลอดภัย และเลือกจังหวะเข้าซื้อหุ้นอย่างเหมาะสมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดในระยะต่อไปคุณณรงค์เดชระบุว่า หนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคือกำไรต่อหุ้น ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับความเสี่ยงด้านสงครามการค้าที่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย แม้ว่าจะมีสัญญาณการผ่อนคลายจากฝั่งสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังต้องจับตาดูการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีที่จะส่งผลโดยตรงต่อตลาดหุ้นไทย อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ที่ยังคงไหลออกอย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณของการไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย ทำให้ตลาดขาดแรงหนุนที่เพียงพอในการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งแม้ตลาดหุ้นไทยจะพยายามรีบาวด์หลังจากที่ดัชนี SET ปรับตัวลงมาต่ำกว่า 1,200 จุด แต่แรงซื้อกลับยังคงเบาบาง ปริมาณการซื้อขายยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารที่เป็นเสาหลักในการพยุงตลาดก็เริ่มมีข้อจำกัดในการเติบโต เนื่องจากราคาหุ้นขึ้นมาอยู่ในระดับสูงแล้ว ทำให้โอกาสในการขยับตัวขึ้นต่อค่อนข้างจำกัด ในขณะที่กลุ่มพลังงานยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน และยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ยากอย่างไรก็ตาม กลุ่มหุ้นที่อาจเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ในระยะสั้นคือกลุ่ม ICT โดยเฉพาะหุ้นของ ADVANC และ TRUE ที่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวจากปัจจัยบวกด้านการประมูลคลื่นความถี่ 3,000 MHz ที่อาจช่วยลดแรงกดดันด้านการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม แต่โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง หากดัชนี SET หลุดระดับ 1,160 จุด มีโอกาสที่ Downside จะเปิดไปถึงระดับ 1,000 จุด นักลงทุนจึงควรพิจารณาการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงก่อนการขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งอาจทำให้ตลาดเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการไดลูทของราคาหุ้นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย คุณณรงค์เดชแนะนำให้จับตาหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการรอให้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาหลังจาก XD แล้วค่อยเข้าซื้อ เช่น กรณีของหุ้น KBANK ที่มีการจ่ายปันผลสูง หากราคาหุ้นปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 148-150 บาท อาจเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีของสหรัฐในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งอาจส่งผลต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในวงกว้าง
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ลุ้น กนง. ลดดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้น WEALTH LIVE I 26 กุมภาพันธ์ 2568ลุ้น กนง. ลดดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้น WEALTH LIVE
Read more »
บิทคอยน์ จุดวัดใจ ก่อนไป 70,000 ดอลลาร์ ? I WEALTH LIVE วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568บิทคอยน์ จุดวัดใจ ก่อนไป 70,000 ดอลลาร์ ? I WEALTH LIVE
Read more »
“เพิ่มพลังเงินลงทุน สร้างผลตอบแทนด้วย DW” WEALTH STORY I WEALTH LIVE“เพิ่มพลังเงินลงทุน สร้างผลตอบแทนด้วย DW” WEALTH STORY
Read more »
ปรับกลยุทธ์การลงทุนด้วย Beta WEALTH STORY I WEALTH LIVEปรับกลยุทธ์การลงทุนด้วย Beta WEALTH STORY
Read more »
เจาะลึกจุดซื้อขาย หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ I WEALTH LIVE วันที่ 4 มีนาคม 2568เจาะลึกจุดซื้อขาย หุ้น ทองคำ บิทคอยน์ I WEALTH LIVE
Read more »
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าบริษัทจดทะเบียนไม่ส่งงบการเงิน WEALTH STORY I WEALTH LIVEจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าบริษัทจดทะเบียนไม่ส่งงบการเงิน WEALTH STORY
Read more »
