ตลท.เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในตลาดหุ้นไทย ปี 65 พบ 4 กลุ่มนลท.มีมูลค่าใกล้เคียงกัน : อินโฟเควสท์

United States News News

ตลท.เปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นในตลาดหุ้นไทย ปี 65 พบ 4 กลุ่มนลท.มีมูลค่าใกล้เคียงกัน : อินโฟเควสท์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 117 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 50%
  • Publisher: 68%

ตลท.เปิดโครงสร้าง ผู้ถือหุ้น ใน ตลาดหุ้นไทย ปี 65 พบ 4 กลุ่มนลท.มีมูลค่าใกล้เคียงกัน หุ้นไทย อินโฟเควสท์

ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า จากการศึกษาโครงสร้างผู้ถือหุ้นในตลาดหุ้นไทย ปี 2565 จาก 1) ข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้น 2) ข้อมูล Corporate Actions 3) ข้อมูลการระดมทุนผ่านตลาดรอง ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 783 บริษัท โดยใช้ข้อมูลล่าสุดถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2565 ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 19.

04 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 99.40% ของมูลค่าหลักทรัพย์รวมทั้งตลาด พบว่า ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนแต่ละประเภท ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 1 ใน 4 ของตลาด ในการศึกษานี้ จำแนกมูลค่าการถือครองหุ้นในตลาดแห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ mai ตามประเภทนักลงทุน 4 ประเภท ที่ซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ได้แก่ 1) นักลงทุนต่างประเทศ 2) นักลงทุนสถาบันในประเทศ 3) บริษัทหลักทรัพย์ และ 4) นักลงทุนภายในประเทศ ซึ่งในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์เป็นตัวกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ มีการถือครองหุ้นน้อย เฉพาะพอร์ตการถือครองหุ้นของบริษัทเท่านั้น ขณะที่ “นักลงทุนภายในประเทศ” สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักลงทุนรายย่อย และกลุ่มนักลงทุนที่เป็นนิติบุคคลอื่นๆ เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าการถือครองตามตามประเภทนักลงทุน พบว่า มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนแต่ละประเภท มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 1 ใน 4 ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดโดยรวม โดยนักลงทุนรายย่อยมีสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นสูงสุดที่ 29.66% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ตามด้วยนักลงทุนต่างประเทศที่ 26.84% นักลงทุนสถาบันในประเทศที่ 23.54% และนิติบุคคลอื่นๆ ที่ 19.69% มูลค่าการถือครองหุ้นประมาณ 3 ใน 4 ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเป็นการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนไทย ขณะที่อีก 1 ใน 4 เป็นการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ที่มูลค่าการถือครองหุ้นรวม 3 ใน 4 ของทั้งตลาดเป็น local shares จากที่กล่าวมาข้างต้น พบว่า นักลงทุนไทยมีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม ประมาณ 73.16% ของมูลค่ารวมหลักทรัพย์ตามราคาตลาด และนักลงทุนต่างประเทศมีมูลค่าการถือครองหุ้นรวม ประมาณ 26.84% ของมูลค่ารวมหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เมื่อพิจารณาตามประเภทหลักทรัพย์ตามสิทธิประโยชน์ กล่าวคือ ประมาณ 3 ใน 4 ของทั้งตลาด หรือ 73.03% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เป็น local shares และที่เหลือประมาณ 1 ใน 4 ของทั้งตลาด หรือ 21.37% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เป็น foreign shares และ NVDR สอดคล้องกับสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หมายถึง นักลงทุนถือครองหลักทรัพย์ตรงตามสิทธิประโยชน์ ส่งผลให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน ทั้งสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และสิทธิประโยชน์ทางการเงิน โดยสรุปจากการศึกษาโครงสร้างผู้ถือหุ้นในตลาดหุ้นไทย ปี 2565 พบว่า ในตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนแต่ละประเภทในสัดส่วนใกล้เคียงกัน และนักลงทุนยังให้ความสำคัญกับการรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเอง โดยเลือกถือครองหุ้นตรงตามสิทธิ ทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นครบถ้วน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

TACC มั่นใจทั้งปีเข้าเป้าแม้ H1/65 โตแค่ 6.51% คาด H2/65 นทท.ฟื้น-โควิดคลี่คลายหนุน : อินโฟเควสท์TACC มั่นใจทั้งปีเข้าเป้าแม้ H1/65 โตแค่ 6.51% คาด H2/65 นทท.ฟื้น-โควิดคลี่คลายหนุน : อินโฟเควสท์นางจิรพรรณ คชฤทธิ์ชูแสง รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจรายได้ทั้งปีจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 10% แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมารายได้จะเติขโตได้เพียง 6.51% หรือ มีรายได้รวม 728.46 ล้านบาท โดยคาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้กิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ภาครัฐบาลยังคงผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และ เปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นปัจจัยหนุนให้การท่องเที่ยวและกำลังซื้อปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทได้ออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกพันธมิตร ซึ่งผลตอบรับออกมาดีตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าผลประกอบการในปี 66 จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่โควิด-19 ถูกประกาศเป็นโรคประจำถิ่น ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนฟื้นตัวกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสัดส่วนสินค้าที่จำหน่ายในรูปแบบ B2B มีสัดส่วนรายได้มากถึง 93% ที่มีการเติบโตตามร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้าใช้บริการกลับมาใกล้เคียงกับช่วงระยะเวลาก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว นอกจากนี้ยังเน้นการขยายตลาดที่นอกเหนือจาก 7-Eleven คือ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย Bon Cafe และ โลตัส รวมไปถึงสินค้าแบรนด์ของบริษัทยังมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
Read more »

KTB คาดตลาดที่อยู่อาศัยกทม.-ปริมณฑล ปี 65 ฟื้น 3.3% ก่อนเร่งตัวเป็น 4.2% ในปี 66 : อินโฟเควสท์KTB คาดตลาดที่อยู่อาศัยกทม.-ปริมณฑล ปี 65 ฟื้น 3.3% ก่อนเร่งตัวเป็น 4.2% ในปี 66 : อินโฟเควสท์ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย (KTB) ประเมินมูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 65 มีมูลค่า 6.04 แสนล้านบาท ฟื้นตัว 3.3%YoY ก่อนเร่งตัวขึ้นอีก 4.2%YoY ในปี 66 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การกลับมาของกำลังซื้อต่างชาติ ประกอบกับมีโอกาสที่ภาครัฐจะขยายมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งมาตรการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV และมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนอง ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงปลายเดือน ธ.ค. 65 อย่างไรก็ดี ยังคงต้องจับตาปัจจัยด้านดอกเบี้ยขาขึ้น และต้นทุนการพัฒนาโครงการที่อยู่ในระดับสูงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้ง 2 ปัจจัยจะส่งผลโดยตรงต่อการซื้อของผู้บริโภค และความสามารถในการทำกำไรของผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะ 1-2 ปีนี้ สำหรับมูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยในปี 65 คาดว่า มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะฟื้นตัว 3.3%YoY คิดเป็นมูลค่า 6.04 แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1. การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และ 2. มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ทั้งการผ่อนปรนมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัย …
Read more »

SIS คาดยอดขาย Q3/65 ชะลอตามกำลังซื้อหด แต่กำไรสุทธิใกล้เคียง Q2/65 : อินโฟเควสท์SIS คาดยอดขาย Q3/65 ชะลอตามกำลังซื้อหด แต่กำไรสุทธิใกล้เคียง Q2/65 : อินโฟเควสท์นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) หรือ SIS คาดว่า ยอดขายไตรมาส 3/65 น่าจะปรับตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/65 เป็นไปตามกำลังซื้อของลูกค้าที่ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าไอที อย่าง คอมพิวเตอร์ หลังมีการปลดล็อกให้กลับไปทำงาน ไปโรงเรียนได้ ทำให้การซื้อสินค้ากลุ่มดังกล่าวไม่ได้มีความจำเป็นมากนัก เช่นเดียวกันโทรศัพท์มือถือ ที่ยอดขายเริ่มลดลง หลังก่อนหน้านี้ได้แรงหนุนจากรัฐบาล ออกมาตรการคนละครึ่ง ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ส่วนสินค้าไอทีที่ใช้ในบริษัท ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง จากมีการกลับมาทำงานในออฟฟิศกันมากขึ้น หนุนความต้องการใช้สินค้าไอทีของกลุ่มนี้ หลังชะลอการลงทุนไปในช่วงก่อนหน้า ขณะที่กลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value Added) หรือโซลูชั่น คาดยังมียอดขายโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/65 น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/65 จากธุรกิจคลาวด์ยังมีการเติบโตในทุกๆ ไตรมาส ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อกำไร โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปีจากนี้ กำไรที่มาจากธุรกิจคลาวด์จะคิดเป็นครึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิรวม อีกทั้งบริษัทฯ มีการปรับลดการสต็อกสินค้าลง จากเดิม 60 วัน …
Read more »

VIBHA คาดผลงาน Q3/65 ใกล้เคียง Q2/65 เล็งดัน 2 รพ.ในเครือเข้าตลาดหุ้น 1-2 ปีนี้ : อินโฟเควสท์VIBHA คาดผลงาน Q3/65 ใกล้เคียง Q2/65 เล็งดัน 2 รพ.ในเครือเข้าตลาดหุ้น 1-2 ปีนี้ : อินโฟเควสท์นายพิจิตต์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/65 จะทำได้ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/65 เนื่องจากคนไข้โควิด-19 ลดลง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะรพ.วิภาราม จะน้อยลง แต่ยังได้ปัจจัยหนุนจากคนไข้ปกติเพิ่มขึ้น เห็นได้จากยอดผู้ป่วยใน (IPD) เข้ามารักษาค่อนข้างมาก อีกทั้งมีผู้ป่วยเด็ก เข้ามารักษามากขึ้น หลังเกิดโรคระบาดในเด็ก หรือ RSV ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้บริษัทฯ จะมีการบุ๊คกำไรจากวัคซีนโมเดอร์นา หลัก 10 ล้านบาท ในครึ่งปีหลังนี้ รวมถึงจะมีกำไรจากการขายหุ้นสามัญของ บมจ.ศิครินทร์ (SKR) ออกไปบางส่วนด้วย ซึ่งจะไปรวมอยู่ในส่วนของกำไรสะสมของบริษัท โดยบริษัทจะนำกำไรในส่วนนี้ มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น และชำระคืนเงินกู้ต่อไป ขณะที่จำนวนผู้ป่วยต่างชาติ ปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 3% ของยอดผู้ป่วยรวม ซึ่งในส่วนนี้จะมาจากรพ.เชียงใหม่ ราม เป็นหลัก โดยเมื่อเจอผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติลดลง ทำให้รายได้ลดลงตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามคาดว่า หากการท่องเที่ยวดีขึ้น นักท่องเที่ยวกลับมา …
Read more »



Render Time: 2026-04-02 14:02:38