อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมผู้บริหาร แถลงแจงการใช้เงินรายได้อุทยานฯ 2,199 ล้านบาท ยืนยันใช้งบฯ คุ้มค่า-ไม่มีรั่วไหล ดีเดย์ 15 ต.ค.นี้ ใช้ระบบ E-Ticket ในพื้นที่ 6 อุทยานฯ ทางทะเล แก้ปัญหาทุจริต วันนี้ (24 เม.ย.
อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมผู้บริหาร แถลงแจงการใช้เงินรายได้อุทยานฯ 2,199 ล้านบาท ยืนยันใช้งบฯ คุ้มค่า-ไม่มีรั่วไหล ดีเดย์ 15 ต.ค.นี้ ใช้ระบบ E-Ticket ในพื้นที่ 6 อุทยานฯ ทางทะเล แก้ปัญหาทุจริต วันนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายชิดชนก สุขมงคล รองอธิบดี กรมอุทยานฯ นายอริยะ เชื้อชม ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ และนายเทอดไทย ขวัญทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 แถลงข่าวกรณีจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การจัดเก็บและใช้เงินรายได้ รวมทั้งการขับเคลื่อนใช้ ระบบ E-Ticket หลังถูกตั้งคำถามปมจัดซื้อเรือ วงเงิน 245 ล้านบาท รวมทั้งนักวิชาการและหลายภาคส่วนเสนอให้นำมาใช้อย่างครอบคลุมมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาทุจริต อธิบดี กรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 1 ต.
ค.2567 - 20 เม.ย.2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 11.74 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.36 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บรายได้ 1,551 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 ขณะที่การใช้จ่ายเงินอุทยานแห่งชาติในปีงบประมาณ 2568 อยู่ในกรอบวงเงิน 2,199 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำร้อยละ 68.93 หรือ 1,400 กว่าล้านบาท และรายจ่ายตามภารกิจร้อยละ 31.07 ปัจจุบันได้อนุมัติใช้จ่ายไปแล้วร้อยละ 99.19 ของงบประมาณทั้งหมด นายอรรถพล ขอความร่วมมือให้ทุกคนซื้อตั๋วผ่านระบบ E-Ticket ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลนักท่องเที่ยว ทั้งสัญชาติ กลุ่มอายุ นำไปใช้ประมวลผลเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ ถ้าเงินรายได้มากขึ้นก็จะเพิ่มสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่ ผลักดันเงินเดือนขึ้น เพราะเขาทำงานหนักมาก เหนื่อยทุกวัน ดูแลนักท่องเที่ยว ยืนยัน 100% จะไม่ยอมปล่อยให้เงินรั่วไหลอย่างเด็ดขาด และจะไม่นิ่งนอนใจถ้าพบว่ามีการทุจริต อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ในการแก้ปัญหาเงินรั่วไหล คือ การทำระบบ E-Ticket แบบ 100% ซึ่งจะดำเนินการภายใน 15 ต.ค.นี้ นำร่อง 6 อุทยาน คือ อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน, อุทยานฯ อ่าวพังงา, อุทยานฯ ธารโบกขรณี, อุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์ โดยจัดลำดับจากอุทยานฯ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาก และมีการจัดเก็บรายได้สูง ส่วนกรณีบริษัททัวร์หากจองตั๋วโดยแจ้งว่าเป็นคนไทย แต่วันเข้าพื้นที่กลับพบว่าเป็นชาวต่างชาติ ก็ต้องชำระเงินเพิ่ม หากไม่แจ้งก็ถือว่าเจตนาหลีกเลี่ยง และถือเป็นกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียด และปรับเงินผู้ประกอบการนำเที่ยวที่กระทำผิด รวมถึงขึ้นแบล็กลิสต์การเข้าพื้นที่ นอกจากนี้ ต้องมีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ว่ารู้เห็นกับผู้ประกอบการในการกระทำความผิดหรือไม่ โดยต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ส่วนกรณีถูกพาดพิงเรื่องเรือยางลาดตระเวน ซึ่งจะมีการจัดซื้อในปีนี้ จำนวน 40 ลำ เพื่อใช้ในพื้นที่อุทยานทางบกและทางทะเล ล่าสุดอยู่ในขั้นตอนร่าง TOR ซึ่งคุณสมบัติต้องเป็นเรือที่มีสรรถนะที่ดี ทำความเร็วได้ และบรรทุกคนได้พอสมควร ใช้ในภารกิจทั้งการตรวจสอบเรือที่ลอยลำอยู่ ตรวจตั๋ว และช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ยืนยันว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์ หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทไทยมารีน โดยเน้นย้ำเพียงให้ได้เรือที่มีประสิทธิภาพที่สุด ด้านนายอริยะ เชื้อชม ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยถึงการพัฒนาระบบจัดเก็บรายได้อุทยานแห่งชาติ ว่า ปัจจุบันการจัดเก็บค่าบริการอุทยานแห่งชาติมี 2 รูปแบบ คือ การจ่ายด้วยเงินสด และระบบ E-Ticket ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2566 ในอุทยานแห่งชาติ 6 แห่ง คือ อุทยานฯ เขาใหญ่ อุทยานฯ ดอยอินทนนท์ อุทยานฯ เอราวัณ อุทยานฯ อ่าวพังงา อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน และอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ทั้งนี้ ระบบ E-Ticket ถูกพัฒนาต่อยอดจาก Application QueQ ที่ใช้สำหรับจองคิวเข้าอุทยานฯ ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ที่มีนักท่องเที่ยวมากถึง 1.9 ล้านคน ในปีงบประมาณ 2567 คิดเป็นร้อยละ 10.3 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และสร้างรายได้มากกว่า 629 ล้านบาท หรือร้อยละ 28.5 ของรายได้อุทยานฯ ทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม ระบบยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรือสัญญาณไม่เสถียร เช่น อ่าวมาหยา ต้องกลับมาใช้วิธีเก็บเงินสด นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังต้องผ่านขั้นตอนการกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน กรมอุทยานฯ อยู่ระหว่างพัฒนาระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปีงบประมาณ 2567 ดำเนินโครงการจัดการระบบบริหารจัดการการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ขยายช่องทางให้ใช้งานได้ทั้ง Mobile application และเว็บไซต์ พร้อมเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลของกรมการปกครองผ่านแอปพลิเคชัน ThaiID เพื่อลดขั้นตอนการกรอกและยืนยันตัวตน นอกจากนี้ ระบบใหม่จะรองรับการชำระเงินผ่านเครื่อง EDC และ QR Code พร้อมจัดหาเครื่อง Scan บัตรค่าบริการทันสมัยให้ครบ 133 อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศสำหรับปีงบประมาณ 2568 ได้รับงบประมาณสนับสนุนเพื่อพัฒนาระบบ E-Service ที่ครอบคลุมการจองและจ่ายค่ากิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ เช่น การดำน้ำลึก จองที่พัก ลานกางเต็นท์ รวมถึงระบบการอนุญาตประกอบกิจการท่องเที่ยว และระบบการขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ กรมอุทยานฯ ยังวางแผนพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับระบบ E-National Park บริเวณทางเข้า ประกอบด้วย เครื่องตรวจเช็คและสแกน QR code ระบบกล้องวงจรปิด ท่าเทียบเรือลอยน้ำ ทุ่นจอดเรือ และทุ่นไข่ปลาเพื่อกันแนวพื้นที่กิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ยกตัวอย่างพื้นที่อ่าวมาหยา หรือเกาะพีพี ปัจจุบันเรือจะจอดเทียบชายหาด แต่ภายหลังพัฒนาระบบนี้แล้วจะมีท่าเทียบเรือยืนออกมา สปีดโบ๊ทจะส่งนักท่องเที่ยวที่ท่าเทียบเรือ ก่อนย้ายไปจอดที่ทุ่นจอดเรือเพื่อไม่ให้ทำลายแนวปะการัง ขณะที่นักท่องเที่ยวต้องเดินตามท่าเทียบเรือ ไปยังจุดเช็คพ้อยท์ สแกน QR code รวมทั้งมีตู้ซื้อตั๋วในกรณีไม่ได้ซื้อล่วงหน้าด้วย ทั้งนี้ อุทยานฯ เตรียมนัดผู้ประกอบการหารือระบบการใช้งาน E-Ticket การลงทะเบียนด้วยใบหน้า รวมถึงการจอดเทียบท่าเข้าพื้นที่อุทยานฯ ขณะที่นายเทอดไทย ขวัญทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานได้เร่งติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง 10 แห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างเข้มข้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงปลายฤดูการท่องเที่ยว ก่อนที่บางแห่งจะต้องปิดให้บริการเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามากับการจองผ่านระบบ E-Ticket ทั้งประเภทไป-กลับ และกิจการดำน้ำลึก เปรียบเทียบกับจำนวนบัตรค่าบริการที่ผู้ประกอบการซื้อล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาในการปฏิบัติงาน เช่น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจนับนักท่องเที่ยวได้ทันเมื่อมีผู้เดินทางมาถึงพร้อมกันจำนวนมากส่วนกรณีการสวมบัตรซื้อตั๋วอุทยานฯ สิมิลัน ในราคาคนไทย อยู่ที่ 100 บาท แต่การเข้าพื้นที่จริงกลับพบว่าเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 500 บาทนั้น นายเทอดไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการจะลงทะเบียนซื้อตั๋วนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ทราบว่าเป็นคนไทย หรือชาวต่างชาติ แต่จะทราบเมื่อนักท่องเที่ยวลงเกาะแล้ว โดยจะตรวจสอบว่าตรงกับตั๋วหรือไม่ หากไม่ตรงก็ต้องผู้ประกอบการก็ต้องจ่ายค่าปรับ อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่สุ่มตรวจในช่วงเดือน เม.ย. ไม่พบปัญหานี้แล้ว แต่กรณีการซื้อตั๋วเกินหรือขาดนั้น พบไม่มาก มีประมาณ 1-2 คน สำหรับการใช้จ่ายเงินอุทยานฯ ปี 2568 จำนวน 73 โครงการ วงเงิน 2,173 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินรายจ่ายประจำ 1497 ล้านบาท เช่น เงินจัดสรรคืนอุทยานฯ, โครงการบริการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและป้องกันรักษาป่า 320 ล้านบาท, ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ 164 ล้านบาท, จัดซื้อครุภัณฑ์และติดตั้งทุน, สวัสดิการช่วยเหลือเจ้าหน้าที้ผู้พิทักษ์ป่า และรายจ่ายตามภารกิจ 675 ล้านบาท
กรมอุทยานฯ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั๋วเข้าอุทยานฯ ข่าววันนี้ ข่าวล่าสุด ข่าวล่าสุดวันนี้
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“สุริยะ” การันตีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เริ่มครบทุกเส้น 8 สายทาง 30 ก.ย.68-ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ ส.ค.นี้'สุริยะ' การันตีนโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” เปิดใช้ครบทุกสี-ทุกเส้นทาง รวม 8 สายทาง ดีเดย์ 30 ก.ย.68 เตรียมเปิดลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ส.ค.
Read more »
“กรุงไทย” พร้อมขายพันธบัตรออมทรัพย์วอลเล็ต สบม.วงเงิน 10,000 ล้านบาท ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ดีเดย์ 8-16 พ.ค.นี้ธนาคารกรุงไทย เดินหน้าตอบโจทย์ผู้ลงทุน สร้างความมั่นคงทางการเงิน เตรียมเสนอขายพันธบัตรออมทรัพย์วอลเล็ต สบม. ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ.
Read more »
นักวิชาการ มธ. เสนอ ‘กรมอุทยานฯ’ ใช้ระบบ ‘E-Ticket’ แก้ทุจริตเรื้อรังนักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้โซเชียลยืนข้าง “ทราย สก๊อต” ส่วนหนึ่งเพราะไม่เชื่อใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐว่าโปร่งใส ชี้แต่ละปีอุทยานฯ ทางทะเลมีรายได้ราว 2,200 ล้าน แต่ไม่รู้ใช้จ่ายอะไร เสนอให้มีการปรับปรุงระบบ E-Ticket ที่ใช้อยู่แต่ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ควบคู่เพิ่มสวัสดิการเจ้าหน้าที่ ช่วยลดทุจริตตั๋วได้ รศ.
Read more »
บีโอไอ ชงบอร์ด พ.ค.นี้ ปรับแผนดึงลงทุน สกัดสินค้าสวมสิทธิ์ส่งออก“บีโอไอ” เสนอบอร์ด เดือน พ.ค. นโยบายปรับปรุงมาตรกาดึงลงทุน สอดคล้องข้อกำหนดในการเจรจาการค้าสหรัฐฯ หลังพิชัยให้นโยปรับการลงทุน ใช้ Local Content มากขึ้น
Read more »
นักวิชาการชี้ โซเชียลหนุน “ทราย สก๊อต” เพราะไม่เชื่อมั่นรัฐ แนะ “กรมอุทยานฯ” ใช้ E-Ticket แก้ทุจริตนักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้โซเชียลมีเดียยืนข้าง “ทราย สก๊อต” ส่วนหนึ่ง เพราะไม่เชื่อใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐว่าโปร่งใส ชี้แต่ละปีอุทยานฯ ทางทะเล มีรายได้ราว 2,200 ล้าน แต่ไม่รู้ใช้จ่ายอะไร เสนอให้มีการปรับปรุงระบบ E-Ticket ที่ใช้อยู่ แต่ไม่ครอบคลุม วันนี้ (27 เม.ย.2568) ดร.
Read more »
ปัตตานีเดือด! โจรใต้ถล่มยิง อส. หน้าบ้าน ดับ 1 เจ็บ 1ร.ต.ท.กฤษกร พู่พงษ์ไทย รอง สว. สอบสวน สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันภายในซอยทางเข้าบ้านเลขที่ 2/15 ต.เขาตูม อ.ยะรัง
Read more »
