ดีเจดังเปิดใจครั้งแรก หลังเผชิญมรสุมชีวิต

บันเทิง News

ดีเจดังเปิดใจครั้งแรก หลังเผชิญมรสุมชีวิต
ดีเจชีวิตส่วนตัวเปิดใจ
  • 📰 thaipost
  • ⏱ Reading Time:
  • 272 sec. here
  • 11 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 129%
  • Publisher: 51%

ดีเจชื่อดังออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกถึงเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา หลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ยอม เปิดใจ เป็นครั้งแรกสำหรับ “ ดีเจ .แมน พัฒนพล” หลังภรรยา “ใบเตย อาร์สยาม” ให้สัมภาษณ์ยุติความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา เหลือเพียงสถานะพ่อแม่ของลูกสาว “น้องเวทมนต์” เท่านั้น พร้อมเคลียร์ปัญหาชีวิตคู่ ยอมรับบกพร่องหน้าที่สามี เครียดหนักกับกระแสข่าว ผ่านรายการคุยแซ่บshow “ที่ใบเตยให้สัมภาษณ์ว่าได้หย่าและเลิกรากับแมนแล้ว จริงครับ แต่เริ่มต้นมานานแล้ว ผมเล่าเป็นรายการแรกเลยแล้วกัน เหตุผลที่หย่าตอนนั้น ตั้งแต่เราโดนแจ้งข้อกล่าวหา มันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้ว ตอนนั้นเราไม่เคยรู้เรื่องคดี ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ไปเป็นในฐานะพยาน ครอบครัวก็เริ่มมีความเครียด เริ่มมีคนเข้ามาทั้งดีและไม่ดี มีทั้งคนมาตบทรัพย์เรา มันเยอะแยะไปหมด เราเลยรู้สึกว่าเครียด และเราทะเลาะกัน สิ่งหนึ่งที่พ่อของลูกหรือสุภาพบุรุษอะไรก็ไม่รู้ตอนนั้นที่ควรทำได้ ตอนที่เราทะเลาะกันมากๆ ตอนนั้นผมก็คิดในใจเสมอว่าอะไรเกิดขึ้นเพราะผมรู้จักคนนั้นก่อนใบเตย โดยเราไม่รู้ว่า 7 ปีที่แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด จนมาวันนึงที่เขาเป็นคนผิด สิ่งที่ผมคิดได้อย่างเดียวคือจะต้องไม่มีอะไรถึงลูกเมียผม นี่คือความคิดของคนธรรมดา ผมเลยบอกแม่เลิกร้องไห้เลิกคิดได้แล้ว เราทะเลาะกันด้วย เราไปหย่ากัน ผมคิดได้แค่นั้นตอนนั้น”“ตามกฎหมายจบไปนานแล้ว เราก็ไม่รู้อีก วันนั้นยกฟ้อง มันก็มีหลายความคิด เราจะได้กลับมามั้ย แต่คิดในใจตลอดว่าเรามีความถูกต้อง ศาลต้องให้ความยุติธรรม และท่านก็ให้ความยุติธรรมจริงๆ เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข้อกล่าวหาทั้งหมด ก็น่าเห็นใจใบเตย ที่ได้ประกันออกมาก่อนและอยู่คนเดียว เหมือนอยู่เฉยๆ ได้ผมกลับมาอีกครั้งนึงทำยังไงดี เราไม่ได้เจอกันปี 7 เดือน เขาก็น่ารักมากๆ นะครับ ผมก็ไม่รู้ใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงคิดอะไรบ้าง แต่ผมออกมาแล้ว เขาก็มีความสุขตรงที่ลูกได้เจอพ่อ ผมคิดเองนะว่าลองอีกสักครั้ง ไหนๆ ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว วันคริสต์มาสผมได้กลับมาเจอลูก ก็เหมือนจะเป็นครอบครัวกันอีกครั้งนึง”“จะบอกเป็นอุทาหรณ์เลยนะ บางทีความที่เราลืมไป ผู้ชายเหมือนควายเผือก บางทีเราไม่รู้ว่าเราลืมให้ความสำคัญในจุดที่ละเอียดอ่อน เช่น ใบเตยเป็นคนที่ทำงานเก่ง เขาต้องออกไปเล่นคอนเสิร์ตทุกวัน ต้องออกไปทำงาน เราลืมกอดเขา ลืมบอกรักเขา ลืมขับรถไปส่งเขาด้วยตัวเอง อันนี้รู้เพราะคนรอบข้างบอกว่าทำไมไม่ไปส่งใบเตยบ้าง เขาอยากให้ไปส่งนะ อยากให้ไปเป็นเพื่อนบ้าง อยากให้กอดบ้าง สมมติมีวันไปเขาใหญ่กับลูกมั้ย ผมก็จะบอกว่าที่รักพาลูกพาคุณพ่อไปเถอะเราไปเที่ยวกันบ่อยแล้ว ที่รักพาพ่อตาไปเที่ยวเถอะ เดี๋ยวผมอยู่บ้านดูแลบ้าน เฝ้าบ้าน ทำสวนทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ของผม ลืมไปว่าเขาอยากมีเราอยู่ข้างๆ ตลอด เรื่องราวนี้มันหลายปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนแต่งงาน พอมีลูกผมก็โฟกัสที่ลูกอย่างเดียว เพราะผมไม่คิดว่าชีวิตผมจะมีลูกสาวตัวเล็กๆ น่ารักๆ ผมเลยทุ่มเวลาทั้งหมดให้ลูกผม”“ปรับครับ แต่พอเราปรับแล้วเรายังอยู่ด้วยกัน มันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งมาพูดในวันที่เขาสะสมเป็นปีๆ รวมกับแผลที่แตกสลาย ที่เราไปเจอเรื่องโหดร้ายทางด้านจิตใจข้างใน ซึ่งแต่ละคนก็รู้สึกว่ามันหนักจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง”“อันนี้เราคุยกันด้วย วันที่เราเข้าไปในนรกเต็มๆ สิ่งที่เราลืมคิดไปเลยคนที่มาเยี่ยมพวกเราทุกวันคือคุณพ่อคุณแม่ พ่อแม่ผม 75 ขับรถเก่าๆ มาเยี่ยมผมทุกวันไม่เคยขาดยกเว้นวันหยุด เราลืมไปหรือเปล่า ตอนนี้เราแบ่งเวลาไม่ได้หรอก เราอยู่กับลูกทั้งวัน ตอนนี้พ่อก็เดินไม่ได้แล้ว ก่อนเข้าไปไปผ่าตัดเบ้าสะโพก พ่อเหมือนใจสลาย ไม่ไปคอนตินิวเกี่ยวกับการบำบัดกายภาพ แกกลายเป็นคนเดินไม่ได้ไปข้างนึง แกรักเรามาก แม่ป๋องก็ 75-76 แล้ว เป็นเบาหวานบ้างเป็นอะไรบ้าง รู้สึกว่าบ้านที่เราเติบโตมา พอได้กลับไป บ้านที่ไม่มีเราอยู่มันเสื่อมโทรมมากเลยนะ สกปรก พ่อกินวิตามินหมดอายุ ครัวถล่มปลวกกิน เราเข้าไปก็สะเทือนใจมาก เราต้องกลับไปทำให้บ้านหลังนี้ดีด้วย เพราะชีวิตที่เหลืออยู่ของสองท่านนี้มันน้อยกว่าเราแล้ว ไม่อยากเสียดายเวลา คนที่เขาดีกับเราที่สุดในชีวิต คนที่เขารักเรามากๆ ต้องไปเติมเต็มหัวใจเขาเหมือนกัน เวทมนต์ยังมีแม่ มีแม่ยาย มีพี่เลี้ยงดูแล เราสามารถไปๆ มาๆ ได้ มันก็รู้สึกว่าจริงเหมือนที่ใบเตยบอก เราควรไปดูแลพ่อแม่เราให้ดีที่สุด วันไหนที่เราคิดอะไรได้ เราไปนับหนึ่งใหม่ ถ้าเรากลับมาจิตใจดีขึ้น ไม่ได้ชวนทะเลาะ นั่งทะเลาะกันเรื่องเก่าๆ ภาพเดิมๆ กลับมา อะไรก็อาจดีขึ้น เราอาจกลับมาก็เป็นไปได้ หรือไม่กลับมาเราก็คิดว่าควรให้คนที่รักเขามีความสุขที่สุด ขอให้เขาเจอคนที่ดี เขาก็พูดกับเราแบบนี้เหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องอนาคต”“ตกใจอยู่เหมือนกันครับ ความรู้สึกมันแย่ ผมรู้สึกว่า เฮ้ย อะไรวะ คิดอย่างนี้จริงๆ นะ แต่ก็เข้าใจว่านักข่าวคงเห็นว่าไม่ได้ลงรูปวันเกิดผม ไม่มีรูปผมเลย เขาคงถาม เป็นเรื่องที่ใบเตยอาจพูดออกไปเพราะต้องพูดหรือเปล่า แต่ทำให้ผมรู้สึกเศร้านะ ทำไมต้องบอกให้ทุกคนรู้ เพราะทุกคนก็ต้องมาถามอีก”“เราไม่ได้พูดหรอก ว่าอย่าพูดออกสื่อ แต่มันคือการดีฟทอล์กกันในครอบครัว รู้กันสองคน เราโฟกัสเรื่องเวทมนต์มาก เวทมนต์ต้องเป็นเด็กที่ตอบหลายเรื่องอยู่เหมือนกันแล้วลูกเรายังเด็ก แต่เขาดันพูดไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าเครียด และยิ่งทำให้แผลในใจเปิดเข้าไปอีก แทนที่จะอยู่ด้วยกันโดยผมไม่คิดมาก กลายเป็นว่ากำลังคิดบวกอยู่ เพื่อนคนนี้โทรมาเป็นห่วง เพื่อนคนนี้โทรมาเฮ้ย จริงเปล่าวะ มันก็ยิ่งตอกย้ำให้เรากลับมาเครียดอยู่ได้เรื่อยๆ ถ้ามันเป็นเรื่องที่เงียบก็ไม่มีใครถามอะไร ค่อยๆ ผ่านไป ถ้าเรื่องมันดีก็กลับมาดี ถ้าไม่ดีก็คงเป็นข่าวในอนาคต”“ดูทรงเราพูดจริงหรือพูดเล่น ตั้งแต่ไม่ออกมาเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตภรรยาบ้าง แต่ตั้งแต่เราออกมา เทอมแรกน้องสาวเราที่อยู่อเมริกาช่วยกับน้องลุกซ์ ช่วยกันหาเงิน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่เราทั้งหมด มีสเตทเมนต์โรงเรียนเราเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด ช่วงแรกที่อาจแย่หน่อย เพราะใบเตยออกมา ค่าใช้จ่ายน่าจะเยอะ แต่ตอนนั้นผมอยู่ข้างใน ผมยังไม่รู้ แต่ตั้งแต่เทอมแรก ครอบครัวผมกับครอบครัวใบเตยช่วยกันแน่นอน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่ของผมหมด”“เรื่องที่เราคุยกันวันไกล่เกลี่ย เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าพูดอะไรกัน และมันควรจะจบตั้งแต่ตรงนั้น เพราะศาลไกล่เกลี่ยบอกว่าให้จบตรงนี้ ก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าออกมาพูดเพื่ออะไร ไม่พูดจะดีกว่า ให้มันจบไป หรือคุณอยากมาช่วยเหลือน้องที่คุณรักก็ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดออกสื่อ มันดูไม่ดีหรอก อีกอย่างเดี๋ยวสื่อเขาจะไปโยงนั่นนี่ อย่าล้ำเส้น โดยเฉพาะเรื่องลูกสาวผม ผมเตือนไว้แค่นี้ อย่าล้ำเส้น”.

ยอมเปิดใจเป็นครั้งแรกสำหรับ “ดีเจ.แมน พัฒนพล” หลังภรรยา “ใบเตย อาร์สยาม” ให้สัมภาษณ์ยุติความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา เหลือเพียงสถานะพ่อแม่ของลูกสาว “น้องเวทมนต์” เท่านั้น พร้อมเคลียร์ปัญหาชีวิตคู่ ยอมรับบกพร่องหน้าที่สามี เครียดหนักกับกระแสข่าว ผ่านรายการคุยแซ่บshow “ที่ใบเตยให้สัมภาษณ์ว่าได้หย่าและเลิกรากับแมนแล้ว จริงครับ แต่เริ่มต้นมานานแล้ว ผมเล่าเป็นรายการแรกเลยแล้วกัน เหตุผลที่หย่าตอนนั้น ตั้งแต่เราโดนแจ้งข้อกล่าวหา มันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้ว ตอนนั้นเราไม่เคยรู้เรื่องคดี ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ไปเป็นในฐานะพยาน ครอบครัวก็เริ่มมีความเครียด เริ่มมีคนเข้ามาทั้งดีและไม่ดี มีทั้งคนมาตบทรัพย์เรา มันเยอะแยะไปหมด เราเลยรู้สึกว่าเครียด และเราทะเลาะกัน สิ่งหนึ่งที่พ่อของลูกหรือสุภาพบุรุษอะไรก็ไม่รู้ตอนนั้นที่ควรทำได้ ตอนที่เราทะเลาะกันมากๆ ตอนนั้นผมก็คิดในใจเสมอว่าอะไรเกิดขึ้นเพราะผมรู้จักคนนั้นก่อนใบเตย โดยเราไม่รู้ว่า 7 ปีที่แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด จนมาวันนึงที่เขาเป็นคนผิด สิ่งที่ผมคิดได้อย่างเดียวคือจะต้องไม่มีอะไรถึงลูกเมียผม นี่คือความคิดของคนธรรมดา ผมเลยบอกแม่เลิกร้องไห้เลิกคิดได้แล้ว เราทะเลาะกันด้วย เราไปหย่ากัน ผมคิดได้แค่นั้นตอนนั้น”“ตามกฎหมายจบไปนานแล้ว เราก็ไม่รู้อีก วันนั้นยกฟ้อง มันก็มีหลายความคิด เราจะได้กลับมามั้ย แต่คิดในใจตลอดว่าเรามีความถูกต้อง ศาลต้องให้ความยุติธรรม และท่านก็ให้ความยุติธรรมจริงๆ เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข้อกล่าวหาทั้งหมด ก็น่าเห็นใจใบเตย ที่ได้ประกันออกมาก่อนและอยู่คนเดียว เหมือนอยู่เฉยๆ ได้ผมกลับมาอีกครั้งนึงทำยังไงดี เราไม่ได้เจอกันปี 7 เดือน เขาก็น่ารักมากๆ นะครับ ผมก็ไม่รู้ใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงคิดอะไรบ้าง แต่ผมออกมาแล้ว เขาก็มีความสุขตรงที่ลูกได้เจอพ่อ ผมคิดเองนะว่าลองอีกสักครั้ง ไหนๆ ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว วันคริสต์มาสผมได้กลับมาเจอลูก ก็เหมือนจะเป็นครอบครัวกันอีกครั้งนึง”“จะบอกเป็นอุทาหรณ์เลยนะ บางทีความที่เราลืมไป ผู้ชายเหมือนควายเผือก บางทีเราไม่รู้ว่าเราลืมให้ความสำคัญในจุดที่ละเอียดอ่อน เช่น ใบเตยเป็นคนที่ทำงานเก่ง เขาต้องออกไปเล่นคอนเสิร์ตทุกวัน ต้องออกไปทำงาน เราลืมกอดเขา ลืมบอกรักเขา ลืมขับรถไปส่งเขาด้วยตัวเอง อันนี้รู้เพราะคนรอบข้างบอกว่าทำไมไม่ไปส่งใบเตยบ้าง เขาอยากให้ไปส่งนะ อยากให้ไปเป็นเพื่อนบ้าง อยากให้กอดบ้าง สมมติมีวันไปเขาใหญ่กับลูกมั้ย ผมก็จะบอกว่าที่รักพาลูกพาคุณพ่อไปเถอะเราไปเที่ยวกันบ่อยแล้ว ที่รักพาพ่อตาไปเที่ยวเถอะ เดี๋ยวผมอยู่บ้านดูแลบ้าน เฝ้าบ้าน ทำสวนทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ของผม ลืมไปว่าเขาอยากมีเราอยู่ข้างๆ ตลอด เรื่องราวนี้มันหลายปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนแต่งงาน พอมีลูกผมก็โฟกัสที่ลูกอย่างเดียว เพราะผมไม่คิดว่าชีวิตผมจะมีลูกสาวตัวเล็กๆ น่ารักๆ ผมเลยทุ่มเวลาทั้งหมดให้ลูกผม”“ปรับครับ แต่พอเราปรับแล้วเรายังอยู่ด้วยกัน มันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งมาพูดในวันที่เขาสะสมเป็นปีๆ รวมกับแผลที่แตกสลาย ที่เราไปเจอเรื่องโหดร้ายทางด้านจิตใจข้างใน ซึ่งแต่ละคนก็รู้สึกว่ามันหนักจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง”“อันนี้เราคุยกันด้วย วันที่เราเข้าไปในนรกเต็มๆ สิ่งที่เราลืมคิดไปเลยคนที่มาเยี่ยมพวกเราทุกวันคือคุณพ่อคุณแม่ พ่อแม่ผม 75 ขับรถเก่าๆ มาเยี่ยมผมทุกวันไม่เคยขาดยกเว้นวันหยุด เราลืมไปหรือเปล่า ตอนนี้เราแบ่งเวลาไม่ได้หรอก เราอยู่กับลูกทั้งวัน ตอนนี้พ่อก็เดินไม่ได้แล้ว ก่อนเข้าไปไปผ่าตัดเบ้าสะโพก พ่อเหมือนใจสลาย ไม่ไปคอนตินิวเกี่ยวกับการบำบัดกายภาพ แกกลายเป็นคนเดินไม่ได้ไปข้างนึง แกรักเรามาก แม่ป๋องก็ 75-76 แล้ว เป็นเบาหวานบ้างเป็นอะไรบ้าง รู้สึกว่าบ้านที่เราเติบโตมา พอได้กลับไป บ้านที่ไม่มีเราอยู่มันเสื่อมโทรมมากเลยนะ สกปรก พ่อกินวิตามินหมดอายุ ครัวถล่มปลวกกิน เราเข้าไปก็สะเทือนใจมาก เราต้องกลับไปทำให้บ้านหลังนี้ดีด้วย เพราะชีวิตที่เหลืออยู่ของสองท่านนี้มันน้อยกว่าเราแล้ว ไม่อยากเสียดายเวลา คนที่เขาดีกับเราที่สุดในชีวิต คนที่เขารักเรามากๆ ต้องไปเติมเต็มหัวใจเขาเหมือนกัน เวทมนต์ยังมีแม่ มีแม่ยาย มีพี่เลี้ยงดูแล เราสามารถไปๆ มาๆ ได้ มันก็รู้สึกว่าจริงเหมือนที่ใบเตยบอก เราควรไปดูแลพ่อแม่เราให้ดีที่สุด วันไหนที่เราคิดอะไรได้ เราไปนับหนึ่งใหม่ ถ้าเรากลับมาจิตใจดีขึ้น ไม่ได้ชวนทะเลาะ นั่งทะเลาะกันเรื่องเก่าๆ ภาพเดิมๆ กลับมา อะไรก็อาจดีขึ้น เราอาจกลับมาก็เป็นไปได้ หรือไม่กลับมาเราก็คิดว่าควรให้คนที่รักเขามีความสุขที่สุด ขอให้เขาเจอคนที่ดี เขาก็พูดกับเราแบบนี้เหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องอนาคต”“ตกใจอยู่เหมือนกันครับ ความรู้สึกมันแย่ ผมรู้สึกว่า เฮ้ย อะไรวะ คิดอย่างนี้จริงๆ นะ แต่ก็เข้าใจว่านักข่าวคงเห็นว่าไม่ได้ลงรูปวันเกิดผม ไม่มีรูปผมเลย เขาคงถาม เป็นเรื่องที่ใบเตยอาจพูดออกไปเพราะต้องพูดหรือเปล่า แต่ทำให้ผมรู้สึกเศร้านะ ทำไมต้องบอกให้ทุกคนรู้ เพราะทุกคนก็ต้องมาถามอีก”“เราไม่ได้พูดหรอก ว่าอย่าพูดออกสื่อ แต่มันคือการดีฟทอล์กกันในครอบครัว รู้กันสองคน เราโฟกัสเรื่องเวทมนต์มาก เวทมนต์ต้องเป็นเด็กที่ตอบหลายเรื่องอยู่เหมือนกันแล้วลูกเรายังเด็ก แต่เขาดันพูดไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าเครียด และยิ่งทำให้แผลในใจเปิดเข้าไปอีก แทนที่จะอยู่ด้วยกันโดยผมไม่คิดมาก กลายเป็นว่ากำลังคิดบวกอยู่ เพื่อนคนนี้โทรมาเป็นห่วง เพื่อนคนนี้โทรมาเฮ้ย จริงเปล่าวะ มันก็ยิ่งตอกย้ำให้เรากลับมาเครียดอยู่ได้เรื่อยๆ ถ้ามันเป็นเรื่องที่เงียบก็ไม่มีใครถามอะไร ค่อยๆ ผ่านไป ถ้าเรื่องมันดีก็กลับมาดี ถ้าไม่ดีก็คงเป็นข่าวในอนาคต”“ดูทรงเราพูดจริงหรือพูดเล่น ตั้งแต่ไม่ออกมาเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตภรรยาบ้าง แต่ตั้งแต่เราออกมา เทอมแรกน้องสาวเราที่อยู่อเมริกาช่วยกับน้องลุกซ์ ช่วยกันหาเงิน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่เราทั้งหมด มีสเตทเมนต์โรงเรียนเราเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด ช่วงแรกที่อาจแย่หน่อย เพราะใบเตยออกมา ค่าใช้จ่ายน่าจะเยอะ แต่ตอนนั้นผมอยู่ข้างใน ผมยังไม่รู้ แต่ตั้งแต่เทอมแรก ครอบครัวผมกับครอบครัวใบเตยช่วยกันแน่นอน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่ของผมหมด”“เรื่องที่เราคุยกันวันไกล่เกลี่ย เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าพูดอะไรกัน และมันควรจะจบตั้งแต่ตรงนั้น เพราะศาลไกล่เกลี่ยบอกว่าให้จบตรงนี้ ก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าออกมาพูดเพื่ออะไร ไม่พูดจะดีกว่า ให้มันจบไป หรือคุณอยากมาช่วยเหลือน้องที่คุณรักก็ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดออกสื่อ มันดูไม่ดีหรอก อีกอย่างเดี๋ยวสื่อเขาจะไปโยงนั่นนี่ อย่าล้ำเส้น โดยเฉพาะเรื่องลูกสาวผม ผมเตือนไว้แค่นี้ อย่าล้ำเส้น”

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

ดีเจ ชีวิตส่วนตัว เปิดใจ ข่าวบันเทิง วงการบันเทิง

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 00:22:44