ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลง หลังตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นเมื่อวานนี้จากการสิ้นสุดชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ชั่วคราว แต่ความขัดแย้งทางการเมืองยังคงอยู่และอาจนำไปสู่การชัตดาวน์อีกครั้ง
ดัชนี ดาวโจนส์ ฟิวเจอร์ ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วงลงกว่า 100 จุด ส่งสัญญาณการปรับตัวลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หลังพุ่งขึ้นวานนี้ ดัชนี ดาวโจนส์ ปิดตลาดวานนี้พุ่งขึ้นกว่า 500 จุดแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับความหวังสหรัฐใกล้ยุติภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์ ภาวะ ชัตดาวน์ ซึ่งกินเวลา 43 วัน ทำสถิติยาวนานที่สุดของสหรัฐได้สิ้นสุดลงในวันนี้ หลังจากที่สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามเป็นกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ดี
แม้จะมีข่าวดีดังกล่าว แต่การต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันที่ยังคงรุนแรง ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า การชัตดาวน์จะเกิดขึ้นอีกภายในเวลาเพียงสองเดือน นักวิเคราะห์มองว่างบประมาณฉบับนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาทางการเมืองเฉพาะหน้าเท่านั้น โดยมีการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ในระดับเดิมจนถึงเพียงวันที่ 30 มกราคม 2569 และครอบคลุมเพียง 3 ใน 12 ร่างกฎหมายงบประมาณที่สภาคองเกรสต้องให้การอนุมัติในแต่ละปี หากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในอีก 9 ร่างกฎหมายที่เหลือ รัฐบาลสหรัฐอาจต้องเผชิญกับภาวะชัตดาวน์อีกครั้งในอีกเพียงสองเดือนข้างหน้า\ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า พรรคเดโมแครตทำให้ประเทศนี้ต้องสูญเสียเงินไป 1.5 ล้านล้านดอลลาร์จากพฤติกรรมที่โหดร้ายในการปิดประเทศของพวกเขา และพวกเขาควรต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวในพิธีลงนามร่างกฎหมายดังกล่าวว่า ผลกระทบทั้งหมดจะต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ หรืออาจเป็นเดือน กว่าที่จะสามารถประเมินได้อย่างแม่นยำ รวมถึงความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ประชาชน และภาคครัวเรือน ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวหาพรรคเดโมแครตเช่นกันว่า ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ต้องตัดสินใจอย่างมืดบอดในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจเกี่ยวกับเงินเฟ้อและตลาดแรงงานประจำเดือนตุลาคมอาจไม่สามารถเผยแพร่ได้เลย อันเนื่องจากผลกระทบของการชัตดาวน์ สมาชิกพรรคเดโมแครตบางรายก็แสดงความไม่พอใจต่อร่างงบประมาณฉบับนี้ โดยเฉพาะในประเด็นผลประโยชน์ด้านการประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่พรรคให้ความสำคัญสูงสุด โดยนายจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากจากพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา ให้คำมั่นกับพรรคเดโมแครตเพียงแค่จะมีการลงมติในเรื่องนี้ แต่ไม่รับประกันว่าจะมีการอนุมัติจริง นายเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกอิสระจากรัฐเวอร์มอนต์ที่ทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครต เรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็นหายนะ โดยกล่าวว่า พรรคเดโมแครตแทบไม่ได้อะไรกลับมา นอกจากสัญลักษณ์ของชัยชนะเพียงเล็กน้อย ขณะที่นายเจบี พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ ระบุว่า นี่ไม่ใช่ข้อตกลง แต่เป็นเพียงคำสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ\นักวิเคราะห์ชี้ว่า ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างใช้ประเด็นความขัดแย้งนี้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ท่ามกลางการต่อสู้ในเกมอำนาจ ซึ่งเป็นลักษณะซ้ำซากทางการเมืองของสหรัฐ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามเอาใจฐานเสียงของตนเองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในปีหน้า ท่ามกลางสังคมที่แตกแยกมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นภัยต่อเสถียรภาพและสวัสดิการสังคมโดยรวม ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ระบุว่า 50% ของชาวอเมริกันกล่าวโทษพรรครีพับลิกันว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการชัตดาวน์ ขณะที่ 47% กล่าวโทษพรรคเดโมแครต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่มีฝ่ายใดสามารถชี้อีกฝ่ายว่าเป็น ผู้ร้าย ได้อย่างแท้จริง การยุติชัตดาวน์เพียงชั่วคราวสะท้อนถึงปัญหาพื้นฐานที่ยังคงอยู่ของระบบการเมืองอเมริกัน ความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง และการขาดฉันทามติในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน แม้ว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณชั่วคราว แต่ปัญหาพื้นฐานยังคงอยู่ และอาจนำไปสู่การชัตดาวน์รอบใหม่ในอนาคตอันใกล
ดาวโจนส์ ฟิวเจอร์ ชัตดาวน์ สหรัฐอเมริกา การเมือง
