กระทรวงพลังงาน เร่งผลักดันแผนพลังงานชาติ รับเป้าหมายลดคาร์บอนของประเทศ 222 ล้านตัน ภายในปี 2573 จ่อปรับพีดีพีใหม่ เพิ่มสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ เบื้องต้นประเมินเม็ดลงทุนภายใต้แผน NEP กว่า 2.9 ล้านล้านบาท ลด CO2 ได้กว่า 106 ล้านตัน ภายในปี 2580
กล่าวว่า แผนพลังานชาติ จะสอดคล้องกับแผนลด ก๊าซเรือนกระจก ของประเทศ ที่จะลด ก๊าซเรือนกระจก ลง 30-40% ภายในปี 2573 ซึ่งอาจจะต้องทบทวนแต่ขณะนี้ กระทรวงพลังงาน กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มเป้าหมายเป็น 40% จากการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ซึ่งจะมีช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ของประเทศในระยะยาว และยังช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพการ ลงทุน ของผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การ ลงทุน ในประเทศที่มีคาร์บอนต่ำตามทิศทางโลกทั้งนี้ จากการรวบรวมของ“ฐานเศรษฐกิจ” ภายใต้ร่าง แผนพลังงานชาติ ซึ่งประกอบด้วยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2024 นั้น มีเป้าหมายจะสร้างความมั่นคงกับระบบไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการ โดยในปี 2580 คาดว่าประเทศจะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุดที่ 54,546 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตทั้งสิ้น 112,391 เมกะวัตต์ ในส่วนนี้เป็นกำลังผลิตจาก พลังงานสะอาด ถึง 51% โดยมีการส่งเสริมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด รูปแบบใหม่ และยังเริ่มนำไฮโดรเจนผสมในก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า 5% ตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไปด้วย จากการประเมินตาม แผนพีดีพี ดังกล่าว คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้าลงเหลือ 61.
8 ล้านตัน จาก 86 ล้านตัน หรือลดได้ราว 24.2 ล้านตัน ประโยชน์ที่ได้รับ จะก่อให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ๆ เช่นระบบกักเก็บพลังงาน พลังงานไฮโดรเจน พลังงานนิวเคลียร์โมดูลขนาดเล็ก และระบบสมาร์ทกริด และยังช่วยพัฒนากลไกให้เอกชน นักลงทุนเข้าถึงพลังงานสีเขียวในอนาคต เช่น Green Tariff, Direct PPA เป็นต้นขณะที่ร่างแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก AEDP 2024 มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 36 % ภายในปี 2580 โดยมีแผนส่งเสริมพลังงานทดแทนในภาคต่างๆ เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แก่ การผลิตไฟฟ้า 73,286 เมกะวัตต์ และภาคความร้อน 17,061 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคขนส่ง 1,621 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบประโยชน์ที่จะได้รับ จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ 20,000 พันตันเทียบเท่าน้ำมัน หรือเทียบเท่ามูลค่าการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่น้อยกว่า 400,000 ล้านบาท สร้างรายได้ทางการเกษตรจากการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพไม่น้อยกว่า 41,000 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ในภาคพลังงานได้ไม่น้อยกว่า 75 ล้านตันในปี 2580 เทียบกับปี 2565มีเป้าหมายลดความเข้มข้นการใช้พลังงานลง 36 % เป็นสัดส่วนของไฟฟ้า 25 % และความร้อน 75 % โดยจะมีมาตรการสำคัญต่างๆ อาทิ ในภาคอุตสาหกรรม จะดำเนินการ บังคับใช้ Building Energy Code และ Factory Energy Code ส่งเสริมการติดตามการใช้พลังงานในอาคารและโรงงาน ส่วนภาคขนส่ง มีเป้าหมายลดการใช้พลังงานลง 48 % โดยจะมีมาตรการทางภาษีจากกรมสรรพสามิตและการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินงานตามร่างแผนดังกล่าวจะช่วยเกิดผลประหยัดพลังงานขั้นสุดท้ายลงได้ 35,497 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ คิดเป็นมูลค่าประหยัดได้ราว 532,455 ล้านบาท สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 106 ล้านตันมีเป้าหมาย การจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยคาดว่าปี 2580 จะมีความต้องการใช้อยู่ที่ 4,747 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยจะเร่งสำรวจและผลิตก๊าซจากแหล่งที่มีศักยภาพในอ่าวไทยและเมียนมา การเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ การนำเข้า LNG เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศ และส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ เป็นต้นมีเป้าหมายการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคง และสร้างความเสถียรภาพทางด้านราคา พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและขนส่งให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การส่งเสริมธุรกิจใหม่ในอนาคต อาทิ ธุรกิจปิโตรเคมีและไบโอพลาสติก ปิโตรเคมีขั้นปลายและพลาสติกชีวภาพ สนับสนุนการลงทุนผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน เพื่อใช้ในประเทศและส่งออก สนับสนุนการลงทุนผลิตน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ เป็นต้น คาดว่าจะช่วยการปล่อยคาร์บอน ไดออกไซด์ได้ราว 7.1 ล้านตันต่อปีทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกระทรวงพลังงาน ภายใต้แผนพลังงานชาติ จะส่งผลให้เกิดเม็ดเงินลงทุนเมื่อสิ้นสุดปี 2580 ราว 2.9 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย การลงทุนด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกสู่เป้าหมายที่สัดส่วน 36 % จะก่อให้เกิดการลงทุนราว 1.52 ล้านล้านบาท จากการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน อาทิ โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าชีวภาพ และพืชพลังงาน โรงไฟฟ้าขยะชุมชน,ขยะอุสากรรม โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมกำลังผลิตราว 44,100 เมกะวัตต์ เร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนรูปแบบกาเดินทาง ในภาคขนส่ง เกิดการลงทุนกว่า 1.15 แสนล้านบาท เป็นการลงทุน อาทิ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าราว 86,800 ล้านบาท การผลิตชิ้นส่วนสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าประมาณ 23,820 ล้านบาท และกิจการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าราว 4,200 ล้านบาท การลงทุนด้านธุรกิจใหม่ในอนาคต เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เกิดการลงทุนราว 1.14 แสนล้านบาท อาทิ การลงทุนในปิโตรเคมีและพลาสติกชีวภาพราว 56,726 ล้านบาท การลงทุนโรงงานผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน และดีเซลสังเคราะห์ ประมาณ 56,775 ล้านบาท และน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพราว 400 ล้านบาท การลงทุนด้านสมาร์ท กริด เพื่อรองรับการผลิตและการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เกิดการลงทุนราว 4.15 แสนล้านบาท โดยเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการลงทุน 4.13 แสนล้านบาท และงบดำเนินงาน 2,359 ล้านบาท รวมถึงการยกระดับด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเชื้อเพลิงฟอสซิล ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสจากการใช้ประโยชน์จากแหล่งผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล ก่อให้เกิดการลงทุนประมาณ 3.1 แสนล้านบาท อาทิ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เงินลงทุน 2.500 ล้านบาท ก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 2.4 แสนล้านบาท ลงทุนโครงการกักเก็บคาร์บอนแหล่งอาทิตย์ ที่ 1 ล้านตัน เงินลงทุน 14,400 ล้านบาท และการก่อสร้างสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ เงินลงทุน 55,000 ล้านบาท การลงทุนด้านเทคโนโลยีสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยคาร์บอน ก่อให้เกิดการลงทุนราว 4.25 แสนล้านบาท อาทิ ลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS ขนาด 10,485 เมกะวัตต์ เงินลงทุนราว 2.22 แสนล้านบาท ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ กำลังผลิต 2,472 เมกะวัตต์ เงินลงทุนราว 95,000 ล้านบาท และลงทุนในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ เงินลงทุนราว 1.10 แสนล้านบาท เป็นต้น
แผนพีดีพี ลงทุน พลังงานแสงอาทิตย์ ก๊าซเรือนกระจก สนพ. พลังงานสีเขียว พลังงานสะอาด ฟอสซิล แผนพลังงานชาติ ลดคาร์บอน ลด CO2
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'พิชัย' ตลาดหุ้นไทยฟื้น ดัชนีขึ้น 200 จุด ดันมาร์เก็ตแคปพุ่ง 2.5 ล้านล้าน'พิชัย ชุณหวชิร' ชี้ตลาดหุ้นไทยกลับมามีเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้นตัว คำนวณดัชนีขึ้น 100 จุด ดันมูลค่ามาร์เก็ตแคปเพิ่ม 1.2-1.3 ล้านล้าน และหากถึงขึ้น 200 จุด มาร์เก็ตแคปทะลุ 2.5 ล้านล้าน แย้มเสนอขายกองทุนวายุภักษ์ได้ในช่วงปลายเดือนก.ย.นี้
Read more »
2 เดือนสุดท้ายปิดหีบปีงบ 67 ‘คลัง’ มั่นใจจัดเก็บรายได้เข้าเป้า 2.23 ล้านล้าน“คลัง” เผยจัดเก็บรายได้ 10 เดือนแรกปีงบ 67 อยู่ที่ 2.21 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน มั่นใจอีก 2 เดือนสุดท้าย ปิดหีบได้ตามเป้าหมาย 2.23 ล้านล้าน
Read more »
“พิมพ์ภัทรา” สั่ง 'สอน.' ดูแลปริมาณน้ำตาลให้เพียงพอบริโภคในประเทศ“พิมพ์ภัทรา” สั่ง 'สอน.' ดูแลปริมาณน้ำตาลให้เพียงพอบริโภคในประเทศ เผยฤดูการผลิตปี 2566/67 มีปริมาณอ้อยเข้าหีบ 82.17 ล้านตัน มีผลผลิตน้ำตาลทราย 8.80 ล้านตัน ครึ่งปีแรกไทยใช้น้ำตาลเพื่อบริโภค 1.27 ล้านตัน
Read more »
สรรพากรมั่นใจปีงบ 67 รีดภาษีเข้าเป้า 2.28 ล้านล้านบาทสรรพากรโชว์ 11 เดือนรีดภาษีทะลุ 1.96 ล้านล้านบาท มั่นใจปีงบ 67 เก็บรายได้ตามเป้า 2.28 ล้านล้าน ใช้กลยุทธ์ “SMILE RD”
Read more »
คลังชี้ปีงบ 68 แผนก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน หนี้สาธารณะพุ่ง 66%คลังเผยปีงบ 68 มีกรอบบริหารหนี้ 2.58 ล้านล้าน พร้อมก่อหนี้ใหม่ 1.05 ล้านล้าน ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 66% ประเมินหนี้สาธารณะเริ่มปรับตัวลงปี 70
Read more »
ชงตั้ง‘องค์กรอิสระ’ ดัน'อุตฯเวลเนส' สะพัด1.2ล้านล้าน“เวลเนส”ไทยมีมูลค่า 1.2 ล้านล้าน บอร์ดเมดิคัลฮับ เตรียมประชุมต.ค.นี้ เร่งเครื่องนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ เป้าไทยเป็น “ฮับสุขภาพโลก” ชงยุทธศาสตร์ฯ 10 ปีเข้าครม. สธ.
Read more »
