ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ 91.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 90.1 ในเดือนธันวาคม 2567 จากปัจจัยสนับสนุน เช่น การส่งออกขยายตัว อุปสงค์จากประเทศคู่ค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ . อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบ เช่น ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.68 นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภา อุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภา อุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย และประธานสายงาน เศรษฐกิจ และวิชาการ ร่วมเปิดเผยผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่น ภาค อุตสาหกรรม ในเดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ระดับ 91.
6 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จาก 90.1 ในเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกขยายตัวจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเร่งนำเข้าเพื่อสต็อกสินค้า โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศ CLMV ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย อาทิ มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 คาดว่าจะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณ 70,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผู้สูงอายุ โอนเงิน 10,000 บาท เฟส 2 วงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามามากว่า 532,853 คน ในเดือนมกราคม 2568 และภาครัฐลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน อาทิ มาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไม่เกิน 33 บาท/ลิตร การปรับลดค่าไฟฟ้า อยู่ที่ 4.15 บาท/หน่วย จากเดิม 4.18 บาท อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม ยังมีปัจจัยลบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ และกฎระเบียบและมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและการส่งออกสินค้าของไทย รวมไปถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 กระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคการท่องเที่ยวและสุขภาพประชาชน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง กระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวช้า อีกทั้ง ยอดขายรถยนต์ยังฟื้นตัวได้ช้า จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และการแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้า จากจีน โดยจากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,347 ราย ครอบคลุม 47 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในเดือนมกราคม 2568 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ เศรษฐกิจโลก 50.4% เศรษฐกิจในประเทศ 48.5% อัตราแลกเปลี่ยน 35.3% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 25.0% ส่วนปัจจัยที่มีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ 43.2% และราคาน้ำมัน 39.1% ขณะที่ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 96.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 95.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่คาดว่าจะมาจากมาตรการแก้หนี้ในโครงการคุณสู้เราช่วย ช่วยลดภาระหนี้และค่าใช้จ่ายทางการเงินให้กับลูกหนี้รายย่อยและ SMEs สินค้าไทยอาจส่งออกได้มากขึ้นในบางอุตสาหกรรม อาทิ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จากการทดแทนสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และจีนที่มีราคาสูงขึ้นจากการตอบโต้ทางภาษีระหว่างกัน ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วง High season อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบยังคงห่วงกังวลในเรื่องที่สหรัฐฯ ประกาศนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน อาจทำให้สินค้าจีนประสบปัญหาสินค้ามีมากกว่าความต้องการ ทำให้สินค้าเหลือ คงค้าง และเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในไทยและอาเซียนมากขึ้น รวมถึงการใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีที่เพิ่มมากขึ้น อาจสร้างแรงกดดันที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลก สำหรับข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ 1.เสนอให้ภาครัฐชะลอการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตเกินความต้องการ ในบางอุตสาหกรรม และเน้นส่งเสริมการลงทุนที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนนอกเหนือจากมาตรการทางภาษี 2.เสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคสินค้าที่ผลิตในประเทศทั้งการเพิ่มการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ส่งเสริมการขยายตลาดในภาคเอกชน รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกกับสินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT 3.เสนอให้ภาครัฐเร่งเปิดเสรีในกิจการไฟฟ้า และจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเปิดเสรี โดยมีปรับปรุงกฎหมายเพื่อเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่ 3 เป็นการทั่วไป โดยเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดที่ได้ดำเนินการแล้ว 4.เสนอให้ภาครัฐใช้มาตรการทางการค้าอื่นๆ นอกเหนือจากมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด เพื่อให้การปกป้องผู้ประกอบการในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ อาทิ มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น มาตรการตอบโต้การอุดหนุน รวมทั้งปรับระยะเวลาการพิจารณาใช้มาตรการทางการค้าให้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์มากขึ้น และพัฒนาระบบติดตามแจ้งเตือน ปริมาณสินค้านำเข้าที่เพิ่มสูงผิดปกติ ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมและข้อมูลตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ย้อนหลัง 3 ปี จัดทำเป็น Dashboard เผยแพร่ในเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม Industry Data Space ของ ส.อ.ท. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ โดยสามารถเข้าไปใช้บริการข้อมูลดังกล่าวได้ที่
อุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่น ส่งออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาครัฐ ต้นทุนการผลิต
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
บลจ.กสิกรไทย คาดการณ์หุ้นไทยปี 68 เติบโต 2.4% ผลตอบแทน 5% จากปันผลนายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า คาดการณ์หุ้นไทยปี 2568 (68) เติบโต 2.4% ภายใต้เงินเฟ้อ 1.3% โดยคาดการณ์ผลตอบแทนหุ้นไทยระยะยาว 5-10 ปี อยู่ที่ 5% ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผล
Read more »
SPALI เผยรายได้ 4Q67F ลดลงทั้ง YoY และ QoQรายได้จากการขายที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4 ปี 2567 ของบริษัท สปาลิ (SPALI) คาดว่าจะลดลงทั้ง Year-on-Year (YoY) และ Quarter-on-Quarter (QoQ) อยู่ที่ 8.25 พันล้านบาท เนื่องจากยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมที่มี margin สูงลดลงแรง บริษัทตั้งเป้ารายได้ ปี 2568 ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท
Read more »
อัตราเงินเฟ้อ เดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ 100.57 เพิ่มขึ้น 1.32%กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ 10.57 เพิ่มขึ้น 1.32% ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูง ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น 288 รายการ คาดไตรมาสแรก เงินเฟ้อสูงเกิน 1% คาดทั้งปี 0.8%
Read more »
ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ คาดการณ์ตลาดปี 2568 1.7 ล้านคันพงศธร ประธานกรรมการบริหาร ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ คาดการณ์ตลาดรวมปี 2568 อยู่ที่ 1.7 ล้านคัน ยามาฮ่าตั้งเป้าที่ 247,000 คัน เพิ่มจากเดิม 7% มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 14.5% เน้นการตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างแบรนด์แคมเปญใหม่ ภายใต้ชื่อ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล” ปีนี้ จะมีผลิตภัณฑ์ 5 รุ่นใหม่ โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวคือ ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ ใหม่
Read more »
เงินเฟ้อไทยเดือนมกราคม 2568 พุ่งสูงขึ้น 1.32%ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ 100.57, สูงขึ้น 1.32% จากเดือนเดียวกันของปี 2567. รายงานค่าใช้จ่ายครัวเรือนพบว่า ค่าใช้จ่ายสูงสุดคือ ค่าเช่าบ้าน ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
Read more »
ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ธ.ค. 2567 มูลค่า 997.21 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 79.14%ผลการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ในเดือนธันวาคม 2567 มูลค่า 997.21 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 79.14% กลับมาเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หากรวมทองคำ มูลค่า 1,442.62 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 48.38% ส่วนมูลค่าการส่งออกทั้งปี 2567 อยู่ที่ 9,609.10 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.99% GITคาดการณ์ว่า ในปี 2568 วงการอัญมณีและเครื่องประดับ ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
Read more »
