Thairath Money สัมภาษณ์พิเศษ ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ถึงการเข้ามาของ Generative AI ที่เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจและเพิ่มความเหลื่อมล้ำกับใครก็ตามที่ปรับตัวไม่ทันในความเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกันเรื่องงานก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับผลกระทบจาก AI โดยในปีที่ผ่านมา ดร.สันติธาร ระบุว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่า งานประเภทที่ต้องทำซ้ำๆ หรืองานรูทีน รวมไปถึงงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะสูงมากจะถูกดิสรัปต์โดย AI ไม่เว้นแม้แต่งานสายเทคอย่างโปรแกรมเมอร์ หรือแม้แต่สายเศรษฐศาสตร์ การเงิน หรือฝั่งครีเอทีฟ ที่ถูกมองว่าจะปลอดภัยจากการถูกดิสรัปต์ก็เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนอีกต่อไปนอกจากนี้ยังมีเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่ยังเป็นที่น่าจับตากันอยู่ว่าอำนาจในการมีอิทธิพลในยุค AI จะเป็นของใคร หรือจะไปกระจุกตัวอยู่ในบางอุตสาหกรรม และในกรณีที่เกิดปัญหาจากการใช้ AI ขึ้นมาใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือบริษัทที่ครองอำนาจในด้าน AI จะให้ความช่วยเหลือหรือเปล่าทั้งนี้ Thairath Money ก็ได้พูดคุยต่อไปในประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำจาก AI ซึ่ง ดร.
สันติธาร เผยว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกว้างทั้งในวงเศรษฐศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันยังเป็นภาพที่ซับซ้อนแต่ ดร.สันติธาร มองว่าความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศ หรือองค์กรที่พร้อมรับ AI กับประเทศที่ยังไม่พร้อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าถามว่า AI จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำเดิมเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ทาง ดร.สันติธาร ระบุว่าความเหลื่อมล้ำจะเกิดขึ้นแตกต่างกันไป อย่างในมุมของตัวแสดงที่เป็นประเทศจะเห็นความได้เปรียบที่ค่อนข้างชัดพบว่าในระยะ 10 ปี GenAI จะช่วยเพิ่ม GDP ในโลกได้ถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งยังเพิ่ม Productivity ได้อีกมหาศาล ซึ่งประเทศที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือกลุ่ม ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’ เพราะมีความพร้อม ตรงข้ามกับประเทศกำลังพัฒนาที่งานหลายอย่างไม่สามารถทำให้เป็นอัตโนมัติได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เก็บ Data ไว้อย่างเป็นระบบและเมื่อเทียบกันแล้ว กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะใช้ประโยชน์จาก AI ได้น้อยกว่า ขณะที่การแข่งขันระหว่างองค์กรจะแบ่งออกเป็นสองมุม ด้านหนึ่งองค์กรใหญ่จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะสามารถเข้าถึง Data และมีงบประมาณสำหรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยี แต่หากมองอีกด้าน องค์กรเล็กจะยังมีความได้เปรียบหากมีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีเพราะสามารถปรับตัวได้เร็ว และใช้ประโยชน์จาก AI ได้หลายด้านไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ หรือมาร์เก็ตติ้ง และในมุมของคนต้องอย่าลืมว่า AI นั้นเป็นอะไรที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม ก่อนหน้านี้หลายคนอาจไม่ได้ใช้ AI แต่ปัจจุบันมีคนใช้งานมากขึ้นเพราะความง่าย ซึ่ง ดร.สันติธาร สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า “สุดท้ายแล้ว ภาพความเหลื่อมล้ำมันคงเพิ่มขึ้นแต่มันอาจจะไม่ใช่ภาพเดิม ไม่ได้เป็นเรื่องแน่นอนว่าคนตัวเล็กที่สุด หรือบริษัทที่เล็กที่สุดในเศรษฐกิจจะเสียเปรียบ อาจจะมีโอกาสเหมือนกันที่กลุ่มนี้จะขึ้นมาเป็นคลื่นลูกใหม่แทนคลื่นลูกเก่า สิ่งที่จะเป็นตัวแบ่งแน่ๆ คือ คนที่พร้อมกับคนที่ไม่พร้อมสำหรับ AI”และเมื่อถามถึงข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทยถ้าอยากเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ดร.สันติธาร เสนอแนวทางที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่- Data ถือเป็นอาหารของ AI ดังนั้นแล้วจึงควรให้ความสำคัญกับการเก็บ Data ให้ดี เพราะมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมหาศาล- ไทยอาจไม่จำเป็นต้องทำวิจัยและพัฒนาในสเกลที่สู้กับบริษัทใหญ่อย่าง OpenAI แต่อาจเป็นการนำโมเดล AI มาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทในประเทศ ตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ ที่มีกลยุทธ์ AI ในระดับชาติที่หนึ่งในเป้าหมายคือการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาโมเดล AI ที่ใช้ได้กับภาษาในอาเซียนโดยเฉพาะ และหากไทยจะมีเป้าหมายใหญ่อย่างสิงคโปร์ สิ่งสำคัญคืองบสำหรับ R&D - อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือการสร้าง Talent ในประเทศรวมถึงดึงคนจากต่างประเทศเข้ามา ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในด้าน AI หรือ AI Literacy ให้กับคนทั่วไปให้ใช้ AI ให้เป็น “อย่าตกราง อย่าตกขบวน” และใช้ด้วยความระมัดระวัง การ Reskill ก็เป็นสิ่งจำเป็นกับคนจำนวนมาก- รัฐบาลควรมีกฎกติกาเพื่อควบคุมการใช้ AI ในทางที่ผิด เพื่อป้องกันความเสียหายจากการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด แต่ในทางเดียวกันก็ต้องสร้างบาลานซ์ด้วยการไม่ควบคุมมากเกินไปจนกลายเป็นการขัดขวางนวัตกรรมในช่วงสุดท้ายของการพูดคุย ดร.สันติธาร ได้ฝากให้เราในฐานะมนุษย์ได้ปรับมุมมองจากความกลัว AI ไปสู่การตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราเก่งกว่ามันอย่างไร และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสุดแสนฉลาดเพื่อยกระดับศักยภาพและเห็นถึงความสามารถที่อยู่ในตัว “จริงๆ AI มันมาเพื่อเตือนว่าอะไรที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ อะไรที่ทำให้เราพิเศษ แตกต่าง แทนที่จะมองว่าเราสร้าง AI ให้เหมือนมนุษย์ เราควรจะมองกลับกันว่าการที่เรายิ่งพัฒนา AI มันจะทำให้เรารู้จักมนุษย์ หรือตัวเราเองมากขึ้นอย่างไร”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ปลอมภาพด้วย AI...ดูอย่างไรให้รู้ทัน ? | Thai PBS รายการไทยพีบีเอสพัฒนาการของ AI สามารถสร้างภาพได้เหมือนจริง และยากที่จะดูออกว่าเป็นภาพปลอม คุณพรวดี ลาทนาดี คุยกับ ดร.สมเกีย...
Read more »
OPPO ตั้งศูนย์ AI Center พัฒนาฟีเจอร์ AI ให้กับสมาร์ทโฟน Reno SeriesOPPO เปิดตัวศูนย์ AI Center มุ่งพัฒนาฟีเจอร์ AI เตรียมเปิดฟีเจอร์ Generative AI ล้ำสมัยสำหรับสมาร์ทโฟน Reno Series ในไตรมาสที่ 2 ปี 2024
Read more »
'มกธ.- สาธิตกรุงเทพธนบุรี - บ้านแม่ส้ม” จับมือพัฒนาศักยภาพค่ายเพื่อการศึกษาที่อาคารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.)เมื่อวันที่ 9 มี.ค.67 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี และบ้านแม่ส้ม ค่ายเพื่อการศึกษา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ว่าด้วยการพัฒนาศักยภาพค่ายเพื่อการศึกษา โดยมี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดร.
Read more »
เจ็บจี๊ด! “ดร.นิว” แซะ “ธนาธร” เอาตัวรอดแบบสบายๆ พร้อมเทียบสไตล์ “สามนิ้วชนชั้นสูงVSสามนิ้วชนชั้นล่าง”เจ็บจี๊ด! “ดร.นิว” แซะ “ธนาธร” เอาตัวรอดแบบสบายๆ พร้อมเทียบสไตล์ “สามนิ้วชนชั้นสูงVSสามนิ้วชนชั้นล่าง” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.
Read more »
ตลท.เร่งเครื่องโรดโชว์ต่างประเทศฟื้นเชื่อมั่น หวังดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับ'ดร.ภากร ปีตธวัชชัย' เดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศฟื้นเชื่อมั่น เล็งเจาะฐานนักลงทุนตะวันออกกลาง-สิงคโปร์-อังกฤษ-ฮ่องกง-สหรัฐฯดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับ ฟาก 'ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร'ชี้เฟดลดดอกเบี้ยเงินไหลเข้าตลาด EM ทันที
Read more »
ดร.ชายแฮ็คส์ สุดปลื้ม!!! FC เล้ง ณัฐพล เซอร์ไพร้สวันเกิด!!!เพราะมีวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ดร.วโรดม ศิริสุข หรือ ดร.
Read more »
