ดร.สันติธาร เสถียรไทย: ‘โลกจะซับซ้อนกว่าที่คิด’ มองผลกระทบ AI ผ่านเลนส์ของนักเศรษฐศาสตร์

United States News News

ดร.สันติธาร เสถียรไทย: ‘โลกจะซับซ้อนกว่าที่คิด’ มองผลกระทบ AI ผ่านเลนส์ของนักเศรษฐศาสตร์
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 160 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 67%
  • Publisher: 63%

Thairath Money สัมภาษณ์พิเศษ ดร.สันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ถึงการเข้ามาของ Generative AI ที่เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจและเพิ่มความเหลื่อมล้ำกับใครก็ตามที่ปรับตัวไม่ทันในความเปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกันเรื่องงานก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับผลกระทบจาก AI โดยในปีที่ผ่านมา ดร.สันติธาร ระบุว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่า งานประเภทที่ต้องทำซ้ำๆ หรืองานรูทีน รวมไปถึงงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะสูงมากจะถูกดิสรัปต์โดย AI ไม่เว้นแม้แต่งานสายเทคอย่างโปรแกรมเมอร์ หรือแม้แต่สายเศรษฐศาสตร์ การเงิน หรือฝั่งครีเอทีฟ ที่ถูกมองว่าจะปลอดภัยจากการถูกดิสรัปต์ก็เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนอีกต่อไปนอกจากนี้ยังมีเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่ยังเป็นที่น่าจับตากันอยู่ว่าอำนาจในการมีอิทธิพลในยุค AI จะเป็นของใคร หรือจะไปกระจุกตัวอยู่ในบางอุตสาหกรรม และในกรณีที่เกิดปัญหาจากการใช้ AI ขึ้นมาใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือบริษัทที่ครองอำนาจในด้าน AI จะให้ความช่วยเหลือหรือเปล่าทั้งนี้ Thairath Money ก็ได้พูดคุยต่อไปในประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำจาก AI ซึ่ง ดร.

สันติธาร เผยว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกว้างทั้งในวงเศรษฐศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันยังเป็นภาพที่ซับซ้อนแต่ ดร.สันติธาร มองว่าความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศ หรือองค์กรที่พร้อมรับ AI กับประเทศที่ยังไม่พร้อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าถามว่า AI จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำเดิมเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ทาง ดร.สันติธาร ระบุว่าความเหลื่อมล้ำจะเกิดขึ้นแตกต่างกันไป อย่างในมุมของตัวแสดงที่เป็นประเทศจะเห็นความได้เปรียบที่ค่อนข้างชัดพบว่าในระยะ 10 ปี GenAI จะช่วยเพิ่ม GDP ในโลกได้ถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งยังเพิ่ม Productivity ได้อีกมหาศาล ซึ่งประเทศที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือกลุ่ม ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’ เพราะมีความพร้อม ตรงข้ามกับประเทศกำลังพัฒนาที่งานหลายอย่างไม่สามารถทำให้เป็นอัตโนมัติได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เก็บ Data ไว้อย่างเป็นระบบและเมื่อเทียบกันแล้ว กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะใช้ประโยชน์จาก AI ได้น้อยกว่า ขณะที่การแข่งขันระหว่างองค์กรจะแบ่งออกเป็นสองมุม ด้านหนึ่งองค์กรใหญ่จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะสามารถเข้าถึง Data และมีงบประมาณสำหรับการพัฒนาด้านเทคโนโลยี แต่หากมองอีกด้าน องค์กรเล็กจะยังมีความได้เปรียบหากมีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีเพราะสามารถปรับตัวได้เร็ว และใช้ประโยชน์จาก AI ได้หลายด้านไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ หรือมาร์เก็ตติ้ง และในมุมของคนต้องอย่าลืมว่า AI นั้นเป็นอะไรที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม ก่อนหน้านี้หลายคนอาจไม่ได้ใช้ AI แต่ปัจจุบันมีคนใช้งานมากขึ้นเพราะความง่าย ซึ่ง ดร.สันติธาร สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า “สุดท้ายแล้ว ภาพความเหลื่อมล้ำมันคงเพิ่มขึ้นแต่มันอาจจะไม่ใช่ภาพเดิม ไม่ได้เป็นเรื่องแน่นอนว่าคนตัวเล็กที่สุด หรือบริษัทที่เล็กที่สุดในเศรษฐกิจจะเสียเปรียบ อาจจะมีโอกาสเหมือนกันที่กลุ่มนี้จะขึ้นมาเป็นคลื่นลูกใหม่แทนคลื่นลูกเก่า สิ่งที่จะเป็นตัวแบ่งแน่ๆ คือ คนที่พร้อมกับคนที่ไม่พร้อมสำหรับ AI”และเมื่อถามถึงข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทยถ้าอยากเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ดร.สันติธาร เสนอแนวทางที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งประกอบไปด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่- Data ถือเป็นอาหารของ AI ดังนั้นแล้วจึงควรให้ความสำคัญกับการเก็บ Data ให้ดี เพราะมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมหาศาล- ไทยอาจไม่จำเป็นต้องทำวิจัยและพัฒนาในสเกลที่สู้กับบริษัทใหญ่อย่าง OpenAI แต่อาจเป็นการนำโมเดล AI มาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทในประเทศ ตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ ที่มีกลยุทธ์ AI ในระดับชาติที่หนึ่งในเป้าหมายคือการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาโมเดล AI ที่ใช้ได้กับภาษาในอาเซียนโดยเฉพาะ และหากไทยจะมีเป้าหมายใหญ่อย่างสิงคโปร์ สิ่งสำคัญคืองบสำหรับ R&D - อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือการสร้าง Talent ในประเทศรวมถึงดึงคนจากต่างประเทศเข้ามา ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในด้าน AI หรือ AI Literacy ให้กับคนทั่วไปให้ใช้ AI ให้เป็น “อย่าตกราง อย่าตกขบวน” และใช้ด้วยความระมัดระวัง การ Reskill ก็เป็นสิ่งจำเป็นกับคนจำนวนมาก- รัฐบาลควรมีกฎกติกาเพื่อควบคุมการใช้ AI ในทางที่ผิด เพื่อป้องกันความเสียหายจากการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด แต่ในทางเดียวกันก็ต้องสร้างบาลานซ์ด้วยการไม่ควบคุมมากเกินไปจนกลายเป็นการขัดขวางนวัตกรรมในช่วงสุดท้ายของการพูดคุย ดร.สันติธาร ได้ฝากให้เราในฐานะมนุษย์ได้ปรับมุมมองจากความกลัว AI ไปสู่การตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราเก่งกว่ามันอย่างไร และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสุดแสนฉลาดเพื่อยกระดับศักยภาพและเห็นถึงความสามารถที่อยู่ในตัว “จริงๆ AI มันมาเพื่อเตือนว่าอะไรที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ อะไรที่ทำให้เราพิเศษ แตกต่าง แทนที่จะมองว่าเราสร้าง AI ให้เหมือนมนุษย์ เราควรจะมองกลับกันว่าการที่เรายิ่งพัฒนา AI มันจะทำให้เรารู้จักมนุษย์ หรือตัวเราเองมากขึ้นอย่างไร”

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ปลอมภาพด้วย AI...ดูอย่างไรให้รู้ทัน ? | Thai PBS รายการไทยพีบีเอสปลอมภาพด้วย AI...ดูอย่างไรให้รู้ทัน ? | Thai PBS รายการไทยพีบีเอสพัฒนาการของ AI สามารถสร้างภาพได้เหมือนจริง และยากที่จะดูออกว่าเป็นภาพปลอม คุณพรวดี ลาทนาดี คุยกับ ดร.สมเกีย...
Read more »

OPPO ตั้งศูนย์ AI Center พัฒนาฟีเจอร์ AI ให้กับสมาร์ทโฟน Reno SeriesOPPO ตั้งศูนย์ AI Center พัฒนาฟีเจอร์ AI ให้กับสมาร์ทโฟน Reno SeriesOPPO เปิดตัวศูนย์ AI Center มุ่งพัฒนาฟีเจอร์ AI เตรียมเปิดฟีเจอร์ Generative AI ล้ำสมัยสำหรับสมาร์ทโฟน Reno Series ในไตรมาสที่ 2 ปี 2024
Read more »

'มกธ.- สาธิตกรุงเทพธนบุรี - บ้านแม่ส้ม” จับมือพัฒนาศักยภาพค่ายเพื่อการศึกษา'มกธ.- สาธิตกรุงเทพธนบุรี - บ้านแม่ส้ม” จับมือพัฒนาศักยภาพค่ายเพื่อการศึกษาที่อาคารสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.)เมื่อวันที่ 9 มี.ค.67 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี และบ้านแม่ส้ม ค่ายเพื่อการศึกษา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ว่าด้วยการพัฒนาศักยภาพค่ายเพื่อการศึกษา โดยมี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดร.
Read more »

เจ็บจี๊ด! “ดร.นิว” แซะ “ธนาธร” เอาตัวรอดแบบสบายๆ พร้อมเทียบสไตล์ “สามนิ้วชนชั้นสูงVSสามนิ้วชนชั้นล่าง”เจ็บจี๊ด! “ดร.นิว” แซะ “ธนาธร” เอาตัวรอดแบบสบายๆ พร้อมเทียบสไตล์ “สามนิ้วชนชั้นสูงVSสามนิ้วชนชั้นล่าง”เจ็บจี๊ด! “ดร.นิว” แซะ “ธนาธร” เอาตัวรอดแบบสบายๆ พร้อมเทียบสไตล์ “สามนิ้วชนชั้นสูงVSสามนิ้วชนชั้นล่าง” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.
Read more »

ตลท.เร่งเครื่องโรดโชว์ต่างประเทศฟื้นเชื่อมั่น หวังดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับตลท.เร่งเครื่องโรดโชว์ต่างประเทศฟื้นเชื่อมั่น หวังดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับ'ดร.ภากร ปีตธวัชชัย' เดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศฟื้นเชื่อมั่น เล็งเจาะฐานนักลงทุนตะวันออกกลาง-สิงคโปร์-อังกฤษ-ฮ่องกง-สหรัฐฯดึงฟันด์โฟลว์ไหลกลับ ฟาก 'ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร'ชี้เฟดลดดอกเบี้ยเงินไหลเข้าตลาด EM ทันที
Read more »

ดร.ชายแฮ็คส์ สุดปลื้ม!!! FC เล้ง ณัฐพล เซอร์ไพร้สวันเกิด!!!ดร.ชายแฮ็คส์ สุดปลื้ม!!! FC เล้ง ณัฐพล เซอร์ไพร้สวันเกิด!!!เพราะมีวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ดร.วโรดม ศิริสุข หรือ ดร.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 21:56:58