ดร.นิเวศน์ เล่าประสบการณ์แบงก์รัน-แบงก์ล้ม ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง

United States News News

ดร.นิเวศน์ เล่าประสบการณ์แบงก์รัน-แบงก์ล้ม ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 177 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 74%
  • Publisher: 63%

ดร.นิเวศน์ ถ่ายทอดประสบการณ์ แบงก์รัน แบงก์ล้ม กรณีแบงก์สหรัฐ-ยุโรป เทียบวิกฤตต้มยำกุ้ง ชี้ความเสี่ยงทำแบงก์ล้มง่ายคือ หนี้ส่วนใหญ่ที่เป็นเงินฝากมีมากกว่าทุน และเป็นหนี้ระยะสั้น เมื่อดอกเบี้ยปรับขึ้นเร็วแรงจึงกระทบ ฐานเศรษฐกิจ

วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่สถาบันการเงินหรือแบงก์ที่รวมถึงบริษัทที่ผมอยู่ด้วย ประสบปัญหาและเกิด “Bank Run” อย่างเป็นระบบ และจบลงด้วยการ “ล้ม” ของสถาบันการเงินกว่า 50 แห่งแทบจะพร้อมกันทันที เหลือเพียง 2-3 แห่งที่รอดมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ปัญหาและผลกระทบที่ตามมาของแบงก์ หรือสถาบันการเงินที่รับเงินฝากหรือกู้เงินจากคนอื่นเพื่อมาปล่อยต่อหรือลงทุนกินส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยหรือต้นทุนกับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยหรือจากการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินเช่นพันธบัตรก็คือ เกิดความผิดพลาดหรือการฉ้อฉลในการทำงาน เช่น ปล่อยกู้ให้กับบริษัทหรือโครงการที่ไม่คุ้มค่า ลงทุนในทรัพย์สินหรือหุ้นที่มีราคาแพงเกินไปในกรณีของเหตุการณ์ในช่วงนี้ก็คือ ความเฟื่องฟูของธุรกิจสตาร์ทอัพ ดิจิทัล เหรียญต่าง ๆ เช่นบิทคอยน์ เป็นต้น ซึ่งก็มีแบงก์จำนวนหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยการให้กู้หรือลงทุนจำนวนมาก โดย SVB ก็ถือได้ว่าเป็นแบงก์ที่เน้นในกลุ่มสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ ให้บริการที่หลากหลายรวมถึงการเป็นผู้รับฝากเงินของบริษัทเหล่านั้นด้วย ส่วนเครดิตสวิสเองนั้น เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเฮดจ์ฟันด์ Archegos Capital ซึ่งเป็นกองทุนที่เล่นหุ้นแบบร้อนแรงใช้มาร์จินและอาจจะมีการใช้ข้อมูลภายในและปั่นหุ้นด้วย ซึ่งทำให้มีผลงานโดดเด่น มีชื่อเสียงและได้เงินจากนักลงทุนมหาศาล แต่สุดท้ายก็พัง กองทุนล่มสลายและเครดิตสวิสสูญเงินไปเกือบ 5 พันล้านเหรียญหรือประมาณ 1.

5 แสนล้านบาท ในกรณีของไทยในช่วงก่อนปี 2540 ก็คือความเฟื่องฟูของอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่นโรงงานเหล็กและการผลิตอื่น ๆ ในยามที่ไทยกำลังเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่และจะเป็น “เสือ” แห่งเอเชีย และตลาดหุ้นที่กำลังคึกคักโดยมี “บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแบงก์แต่มีขนาดเล็กกว่าและกล้าเสี่ยงมากกว่า เข้าไปให้บริการรวมถึงการร่วมลงทุนในความเฟื่องฟูนั้น ซึ่งก็เช่นเคยและเกิดขึ้นเสมอก็คือ ในที่สุด “ฟองสบู่” ก็ “แตก” บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มีผลประกอบการขาดทุนอย่างหนัก บริษัทที่ร้อนแรงที่สุดและเป็น “ราชัน” ของวงการคือ “ฟินวัน” ล่มสลายก่อน หลังจากนั้นบริษัทอื่นก็ตามกันมาจนล่มสลายเกือบทั้งหมดความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้แบงก์ล้มง่ายก็คือ ลักษณะธรรมชาติของกิจการที่มีหนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินฝากนั้น มีปริมาณมากกว่าทุนของตนเองหลายเท่า บางทีเป็น 10 เท่า ดังนั้น ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจรุนแรงและกระทบกับแบงก์รุนแรง เช่น ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นเร็วมากและทำให้ส่วนต่างรายได้และต้นทุนเปลี่ยนเป็นติดลบ ก็อาจจะทำให้เกิดขาดทุน เช่น 10% ของทรัพย์สิน ก็จะทำให้เงินทุนที่มีเพียง 10% หายไปทั้งหมดได้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ หนี้สินของธนาคารส่วนใหญ่จะเป็นระยะสั้นและมีเจ้าหนี้จำนวนมากบางทีเป็นล้าน ๆ คนที่ฝากเงิน ในขณะที่ทรัพย์สินที่ปล่อยกู้หรือลงทุนนั้นมักจะเป็นระยะยาวซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ถ้าวันไหนเจ้าหนี้ “ขาดความมั่นใจ” ว่ากิจการของบริษัทหรือธนาคารอาจจะเลวร้ายและล้มละลายในอนาคต พวกเขาก็จะถอนเงินและไม่ต่ออายุหนี้จำนวนมากที่ถึงกำหนดชำระ ซึ่งแบงก์ก็จะไม่มีเงินสดพอและก็ต้องล้มละลายทันที และนี่ก็คือ “แบงก์รัน” ข้อสรุปของธุรกิจแบงก์ก็คือ แบงก์ที่ “ซ่า” หรือ “กล้ามาก” โตเร็วมากและอาจจะกำไรดี แต่ทุนอาจจะ “ไม่ค่อยพอ” อาจจะเพราะโตเร็วเกินไป มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจหรือธุรกิจเปลี่ยน ทำให้ความเชื่อมั่นของคนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคนฝากเงินหรือเจ้าหนี้หมดไป ซึ่งจะทำให้พวกเขาเริ่มถอนเงินและก่อให้เกิดแบงก์รัน และสุดท้ายในเวลาอันสั้นมากเป็นแค่หลักไม่กี่วัน แบงก์ก็ล้มถ้าไม่มีรัฐบาลหรือคนอื่นที่ใหญ่และแข็งแรงพอเข้ามาช่วย ประสบการณ์ของผมในช่วงที่บริษัทเงินทุนล้มก็คือ บริษัทปล่อยกู้ให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากรวมถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่เช่นโรงงานเหล็ก โดยที่บริษัทเงินทุนหลายบริษัทร่วมกันปล่อยกู้แบบซินดิเคทโลน แต่แล้ว ภาคธุรกิจเหล่านั้นก็เกิดปัญหา ส่วนหนึ่งก็ตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่กำลังถดถอยลง การส่งออกลดลงและสุดท้ายประเทศต้องแก้ปัญหาลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งทำให้หนี้ของบริษัทต่าง ๆ เพิ่มขึ้นและไม่สามารถจ่ายคืนหนี้แบงก์ได้ กลายเป็นหนี้เสียซึ่งทำให้แบงก์มีปัญหา ข่าวนี้ทำให้บริษัทเงินทุนถูกถอนเงินและไม่ต่ออายุเงินหนี้เงินกู้ บริษัทเงินทุนที่อ่อนแอและไม่มีแบงก์เป็นบริษัทแม่หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ “ล้ม”ก่อน บริษัทที่ผมอยู่เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นแบงก์ก็ยังพออยู่ได้แต่อาการ “แบงก์รัน” คือมีผู้ฝากเงินถอนเงินมากกว่าฝากวันละ3-400 ล้านบาทเกือบทุกวัน งานปล่อยกู้และให้บริการทางการเงินทุกอย่างหยุดหมด พนักงานเปลี่ยนมาทำเรื่อง “กู้บริษัท” โดยการ “ควบรวม” กับบริษัทที่มีปัญหาอื่น ๆ เพราะไม่มีบริษัทดีหรือใหญ่พอที่จะเข้ามาช่วยควบรวมหรือเพิ่มทุนให้ ว่าที่จริงบริษัทใหญ่ ๆ รวมถึงแบงก์ก็กำลังจะ “ตาย” แนวคิดเรื่องบริษัทที่อ่อนแอมารวมกันเพื่อให้เกิดความแข็งแรงนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเมื่อมองย้อนกลับไป แต่ในขณะนั้นเราไม่รู้และไม่เข้าใจ สุดท้ายบริษัทก็ล่มสลาย ในขณะที่แบงก์ส่วนใหญ่ก็รอดเพราะรัฐบาลปล่อยให้ล้มไม่ได้ ประเทศเริ่มต้นใหม่และเจริญเติบโตต่อไปจนถึงวันนี้และไม่ได้มีวิกฤติแบบปี 2540 อีกเลย โดยเฉพาะในภาคของการเงินไทยที่มีการจัดระบบและการบริหารที่เข้มงวด แบงก์มีการสะสมทุนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดจนสูงกว่ามาตรฐานมาก พร้อมกับการทำงานอย่างอนุรักษ์นิยม ซึ่งทำให้ผมเชื่อว่า วิกฤติการเงินจากต่างประเทศรอบนี้ จะไม่มีผลอะไรกับสถาบันการเงินของไทยอย่างแน่นอน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ทิศทางลงทุนสดใส ไตรมาสแรกอุตสาหกรรมเติบโตทิศทางลงทุนสดใส ไตรมาสแรกอุตสาหกรรมเติบโตภาพที่สะท้อนชัดเจนว่า แนวโน้มภาคอุตสาหกรรมยังคงสดใสคือ มีการขยายพื้นที่นิคมฯ รองรับการลงทุนที่กำลังจะขยายตัวในอนาคต โดยเมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. หรือบอร์ด กนอ. ได้อนุมัติให้ขยายพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ส่วนขยาย จังหวัดชลบุรี .
Read more »

“มะกัน-ยุโรป”แบงก์ล้ม ความเชื่อมั่น“เฟด”อักเสบ“มะกัน-ยุโรป”แบงก์ล้ม ความเชื่อมั่น“เฟด”อักเสบลามแล้วจากสหรัฐอเมริกาไปโผล่ในยุโรป คราวนี้ฝีแตกที่ธนาคารเครดิตสวิส แบงก์เก่าแก่ 167 ปี ใหญ่เป็นอันดับ 2 ด้วยสินทรัพย์ขนาด 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฐานเศรษฐกิจ ธนาคารเครดิตสวิส
Read more »

เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ : จากเด็กกำพร้าก้าวสู่ นักวิศวะผู้ยิ่งใหญ่และสู่ทำเนียบขาวเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ : จากเด็กกำพร้าก้าวสู่ นักวิศวะผู้ยิ่งใหญ่และสู่ทำเนียบขาวคุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย เนื่องจากผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นด้วยการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอเมริกันนับตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมมีคุณพ่อบุญธรรมเป็นฝรั่ง ซึ่งท่านยึดอาชีพเป็นคุณครู โดยท่านได้ปลูกฝังส่งเสริมสนับสนุนให้ผมได้เรียนสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนผมสามารถทำงานหาเลี้ยงชีพในสหรัฐอเมริกามายาวนานกว่าสี่สิบปี และด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมคลุกคลีกับชาวอเมริกันในแทบทุกๆระดับก็ยิ่งทำให้ผมมีความรู้สึกชื่นชอบและหลงไหลในความก้าวหน้าด้านวิชาการอันดีเยี่ยมของสหรัฐฯตลอดเรื่อยมา การศึกษาเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสำคัญมากที่สุด และประเทศสหรัฐอเมริกาก็เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื
Read more »

พ่อแม่ที่สามารถเลี้ยงดูทายาท ให้เป็นผู้นำธุรกิจที่ดีมีไม่มาก (1)พ่อแม่ที่สามารถเลี้ยงดูทายาท ให้เป็นผู้นำธุรกิจที่ดีมีไม่มาก (1)Designing Your Family Business รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์ และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย akachaifamzgroup.com
Read more »

'นฤมล' ผลักดันกทม. สู่ศูนย์การกลุ่มสื่อสารและดิจิตอล ขอโอกาสพลังใหม่ - ข่าวสด'นฤมล' ผลักดันกทม. สู่ศูนย์การกลุ่มสื่อสารและดิจิตอล ขอโอกาสพลังใหม่ - ข่าวสด'นฤมล' ผลักดันกทม. สู่ศูนย์การกลุ่มสื่อสารและดิจิตอล ขอโอกาสพลังใหม่
Read more »



Render Time: 2026-04-02 05:54:48