ดร.นิเวศน์ ทำนายดัชนีหุ้นปีหน้า'ลงทุนหวังผล 10% ยังได้อยู่' ฐานเศรษฐกิจ
ที่มักส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นก็คือ การเจริญเติบโตของ GDP ของประเทศ ซึ่งปี 2566 นั้น ได้มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมาซึ่งเศรษฐกิจโตประมาณ 2.2% ในปี 2562 ,ติดลบ -6.2% ในปี 2563 , 1.
6% กว่าในปี 2564 , และคาดว่าจะบวกในระดับ 3.4 ในปี 2565 ส่วนปี 2566 นั้นคาดการณ์ว่าจะโตขึ้นประมาณ 3.6 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะถดถอยลงGDP ในปี 2566 ที่ประมาณ 3.6% นั้น ถ้าดูจากประวัติศาสตร์ระยะยาวในยุค “ประเทศไทยรุ่งเรือง” ก็ต้องถือว่าการเติบโตของ GDP ต่ำมาก และน่าจะเป็นด้านลบต่อดัชนีตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากช่วง 4 ปีที่ผ่านมาก็ต้องถือว่าดีมาก และน่าจะเป็นผลบวกที่ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นดีขึ้น เพราะปีหน้านั้น น่าจะเป็นช่วงของการ “ฟื้นตัว” ต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะจากโควิด-19 เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกที่เขาฟื้นตัวไปก่อนหน้านานมากแล้ว ดังนั้น ผมจึงคิดว่าปัจจัยด้าน GDP ของไทยในปีหน้าจะเป็นบวกในระดับกลาง ๆ ต่อดัชนีหุ้นคือเรื่องของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของไทยที่บางส่วนก็ต้องขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยโดยเฉพาะของสหรัฐ ปีหน้านั้นสหรัฐคงจะยังขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกจนถึงประมาณ 5-5.25% ในปีหน้า และนี่เป็นผลลบต่อดัชนีหุ้นอย่างชัดเจนและลดสภาพคล่องทางการเงินในระบบอย่างมาก อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยของไทยกลับเพิ่มขึ้นน้อยกว่ามากและอยู่ที่ 1-1.25% และคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าถ้ามีการปรับอัตราดอกเบี้ยตามสหรัฐ ก็จะยังคงต่ำมากอยู่ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยไทยก็ไม่เคยอยู่ในระดับสูงเกิน 2% ดังนั้น สำหรับผมแล้ว อัตราดอกเบี้ยของไทยอาจจะไม่เป็นบวกหรือลบต่อดัชนีตลาดหุ้นมากนัก คือเรื่องของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดซึ่งก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนราคาหุ้นในอดีตมาก กล่าวคือ ถ้ากำไรของปีหน้าเพิ่มขึ้นมาก ดัชนีหุ้นก็มักจะปรับตัวสูงขึ้นตาม ถ้ากำไรลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้น ดัชนีหุ้นก็ขึ้นยาก ประเด็นก็คือ ปี 2565 กำไรรวมของบริษัทจดทะเบียนน่าจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1,100,000 บาท และใกล้เคียงกับปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ผลประกอบการเติบโตดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงโควิดระบาดหนักในปี 2563 ดังนั้น ผมเองคาดว่าปี 2566 เมื่อราคาพลังงานลดลงสู่สภาพปกติมากขึ้นแล้ว กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่มีน้ำหนักอยู่ที่หุ้นพลังงานค่อนข้างมาก ก็อาจจะไม่เติบโตขึ้น ซึ่งก็จะกลายเป็นปัจจัยลบต่อดัชนีหุ้นได้คือ เรื่องของความถูก-แพงของตลาดหุ้นในตอนสิ้นปี 2565 ซึ่งวัดจากค่า PE โดยที่ถ้าหุ้นเริ่มต้นปี 2566 ที่ราคาถูกมาก โอกาสที่หุ้นในปีนั้นจะขึ้นก็มีสูง ตรงกันข้าม ถ้าเริ่มต้นจากหุ้นที่แพง ค่า PE สูง โอกาสก็คือ หุ้นในปีนั้นไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้มากหรืออาจจะตกลงไปก็ได้ ในกรณีของตลาดหุ้นไทย ค่า PE ของตลาดในช่วงปลายปี 2565 อยู่ที่ 17-18 เท่า ซึ่งทำให้ EP หรือผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดอยู่ที่ประมาณ 5.7% ต่อปี ก็น่าจะถือว่าตลาดหุ้นไม่ถูกหรือแพง และอาจจะถือว่าเป็นราคายุติธรรมสำหรับตลาดการเงินของไทยที่อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก ดังนั้น ปัจจัยเรื่องค่า PE จึงเป็นกลาง ไม่ดีหรือร้ายต่อดัชนีหุ้นปีหน้าที่มีผลต่อผลตอบแทนของดัชนีตลาดหุ้นในปีหน้าก็คือ ผลตอบแทนของตลาดหุ้นในปีนี้ นั่นก็คือ ถ้าปีนี้ตลาดหุ้นดีมาก ปีหน้าหุ้นก็มักจะไม่ค่อยดี และตรงกันข้าม ถ้าปีนี้แย่ ปีหน้าหุ้นก็มักจะปรับตัวขึ้น ยิ่งถ้าหุ้นให้ผลตอบแทนดีมากสองปีซ้อน ปีต่อไปหุ้นก็มักจะตกลงมามากกว่าปกติ และก็เช่นเดียวกัน ถ้าหุ้นแย่มาแล้ว 2 ปี หุ้นปีหน้าก็มักจะดีค่อนข้างแน่ นี่อาจจะดูเหมือนว่าไม่ได้อิงกับพื้นฐานของกิจการแนว VI แต่ตลาดหุ้นก็เป็นเช่นนั้น คือมีความผันผวนแบบลูกคลื่นมายาวนาน ถ้าหุ้นดีมานานก็ต้องเตรียมใจว่ามันมีโอกาสตกลงมาแรง และตรงกันข้าม ถ้าหุ้นแย่มานานจนแทบหมดกำลังใจเลิกเล่น เราก็จะพลาดโอกาส “เอาคืน” ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเสมอปี 2563 ตลาดหุ้นตกลงมา -8.3% ปีต่อมาคือ 2564 หุ้นขึ้นมา 14.4% ปี นี้ใกล้สิ้นปีแล้ว ดัชนีหุ้นยังทรง ๆ ก็คือ ไม่ดี ดังนั้น ปี 2566 ดัชนีตลาดหุ้นจึงน่าจะดีขึ้นถ้าคิดจากปัจจัยเรื่องผลตอบแทนของปีก่อนซึ่งก็อาจจะเรียกว่าปัจจัยที่ 6 ที่อาจจะเปลี่ยนหรือเพิ่มหรือลดพลังของปัจจัยอื่น ๆ ที่กล่าวถึงได้ และเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด เช่น การเกิดน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพในปี 2554 หรือการเกิดรัฐประหารที่เกิดขึ้นโดยเฉลี่ย 10 ปีต่อครั้ง หรือการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั้งจากในหรือต่างประเทศที่มักจะเกิดแบบ 10 ปีต่อครั้งเหมือนกัน ในบางกรณีก็อาจจะคาดได้ว่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นแต่ผลกระทบนั้นอาจจะคาดการณ์ยาก ตัวอย่างเช่น เรื่องทางการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในประเทศไทยต้นปีหน้า ที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญตามมา ทั้งทางดีหรือทางไม่ดีที่อาจจะกระทบถึงตลาดหุ้นได้ ทั้งหมดนั้น บางทีก็เอาไว้เป็น “ข้อแก้ตัว” เวลาที่การคาดการณ์ผิดพลาดปัจจัยทั้งหมดที่พูดถึงนั้น คงบอกไม่ได้ว่าโดยรวมจะเป็นบวกหรือลบต่อตลาดหุ้นทางด้านใดและมากน้อยแค่ไหน ถ้าปัจจัยส่วนใหญ่เป็นบวกและบวกมาก เช่น เศรษฐกิจร้อนแรง อัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจดทะเบียนกำไรเพิ่มสูงมาก และค่า PE ของตลาดอยู่ในระดับต่ำ ดัชนีตลาดหุ้นย่ำแย่ อย่างที่มักจะเป็นในสถานการณ์ตลาดหุ้นที่วิกฤติ การลงทุนในช่วงเวลานั้นก็จะอาจจะกลายเป็น “โอกาสทอง” และเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวใน “ปีหน้า” ดัชนีตลาดหุ้นก็จะปรับตัวขึ้นให้ผลตอบแทนอย่างโดดเด่นอย่างไรก็ตาม สถานการณ์ส่วนใหญ่นั้นมักจะผสมผสาน บางปัจจัยก็ดี บางปัจจัยก็ไม่ดี อย่างตลาดหุ้นไทยในปีนี้ ปีหน้าเราก็อาจจะหวังว่าหุ้นจะดีเลิศก็น่าจะยาก แต่ก็ดูเหมือนว่าโดยรวมก็ไม่น่าจะเลวร้ายนัก การลงทุนเพื่อหวังผลซัก 10% ในเวลา 1 ปีต่อจากนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ และถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องถือว่าดีทีเดียวในยามที่ประเทศไทยโตช้ามาหลายปีและแทบจะไม่มีโอกาสกลับมาโตเร็วอีกต่อไปเมื่อคำนึงถึงศักยภาพของประเทศที่คนแก่ตัวลงมากและระบบการปกครองและเศรษฐกิจของประเทศ “ติดหล่ม” มานาน
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
งานวิจัยชี้ เข็มกระตุ้นเกิน 3 เข็มขึ้นไป ไม่ได้ช่วยให้ภูมิคุ้มกันชนิดเม็ดเลือดขาว T cell สูงขึ้น'ดร.อนันต์' เผยงานวิจัย เข็มกระตุ้นที่เกิน 3 เข็มขึ้นไป ไม่ได้ช่วยให้ภูมิคุ้มกันชนิดเม็ดเลือดขาว T cell สูงขึ้น ประโยชน์ของการกระตุ้นภูมิด้วยวัคซีนจะเป็นจากแอนติบอดีเป็นหลัก แต่ในร่างกายได้ไม่นานเท่า T cell การป้องกันการติดเชื้อจึงยาก
Read more »
REIC เผยตลาดอสังหา EEC ไตรมาส 3 ปี 65 ไม่ขลัง เหลือขายอื้อ 4.73 หมื่นหน่วย ยอดเปิดตัวต่ำสุดดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า จากจำนวนหน่วยเสนอขายทั้งหมดในพื้นที่ EEC พบว่าที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดส่วนใหญ่เปิดขายอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ขณะที่ระยอง และฉะเชิงเ
Read more »
สติธร ชี้ 'บิ๊กตู่' เลือก รวมไทยสร้างชาติ เชื่อเป็นออฟชั่นที่ดีที่สุด“ดร.สติธร”ชี้ “บิ๊กตู่”ตัดสินใจประกาศ เป็นแคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ เชื่อเป็น'ออฟชั่น'ที่ดีที่สุด และเป็นไปได้ที่สุดในเวลานี้ เตือนความสัมพันธ์ กับพรรคร่วมรัฐบาล อย่าให้คนในพรรคใหม่ล้ำเส่้น
Read more »
ดร.เสรี ชูแคมเปญ '2P-3ต่อ-3ต.' เชียร์สุดลิ่ม 'รวมไทยสร้างชาติ'ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่าถ้าฉากทัศน์ทางการเมือง (political scenario) แน่นิ่ง (static)
Read more »
ไขข้อสงสัยพ่อแม่ติดโควิดเหตุใดลูกไม่ติดเชื้อด้วย เพราะอะไร อ่านเลยไขข้อสงสัยพ่อแม่ติดโควิดเหตุใดลูกไม่ติดเชื้อด้วย เพราะอะไร อ่านเลยที่นี่มีคำตอบ ดร.อนันต์เผยผลวิจัยในเยอรมันที่ไปทดสอบในเด็กเล็กและเด็กวัยรุ่น
Read more »
ช้าเเต่ก็มา! 'ดร.ก้องศักด' ยันเองไทยได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดชิงเเชมป์อาเซียนดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันตอนนี้เจรจากับเจ้าของลิขสิทธิ์ลงตัวเเล้วคนไทยจะได้ดูศึกชิงเเชมป์อาเซียน
Read more »
