ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชี้ครม.ตราพระราชกำหนดจัดเก็บภาษีนักลงทุนต่างชาติมาใช้ได้เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินให้ช่องทางม.174 ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากรัฐสภาและศาลรัฐธรรมนูญ
ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม นักกฎหมาย มหาชนชี้ครม.ตรา พระราชกำหนด จัดเก็บ ภาษี นักลงทุนต่างชาติ มาใช้ได้เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดินให้ช่องทางม.174 ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากรัฐสภาและศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 15 ธ.
ค.2567 สืบเนื่องเมื่อ11 ธ.ค.2567 มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกำหนด ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. .... และ ร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ…เพื่อเก็บภาษีนิติบุคคลต่างประเทศขั้นต่ำ ร้อยละ 15 ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวโพสต์ทูเดย์ ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดหลักเกณฑ์ในการตราพระราชกำหนดเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร แยกต่างหากจากการตราพระราชบัญญัติซึ่งเป็นอำนาจของรัฐสภา หรือฝ่ายนิติบัญญัติ แม้พระราชกำหนดมีสถานะเป็นกฎมายที่ตราโดยฝ่ายบริหาร แต่มีลำดับศักดิ์ระหว่างพระราชบัญญัติและพระราชกำหนดสถานะในลำดับเท่ากัน แต่กรณีการตราพระราชกำหนดรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรี โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 บัญญัติให้อำนาจคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกําหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ โดยการตราพระราชกําหนดให้กระทำได้ เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น คำว่า “ฉุกเฉิน” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายไว้ว่า “ที่เป็นไปโดยปัจจุบันทันด่วน และ ต้องรีบแก้ไขโดยพลัน”และคำว่า “จำเป็น เร่งด่วน อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้” หมายถึง “ต้องทำทันที ถ้าไม่ทำจะเกิดผลร้ายแรงตามมา” จะขอยกตัวอย่าง ในยุครัฐบาล คสช. ได้ออกพระราชกำหนดเกี่ยวกับการประมงอย่างน้อยสองฉบับ คือ พรก.การประมง พ.ศ.2558 และ พรก.การประมง พ.ศ.2560 เนื่องจากให้เหตุผลว่า ขณะนั้นปัญหาการประมงไทยเป็นปัญหาที่จำเป็นเร่งด้วย ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากมีปัญหาการถูกใบเหลือง ในการทำประมงผิดกฎหมายจากสหภาพยุโรป ทำให้ไทยไม่สามารถส่งออกสินค้าจากการประมงไปที่สหภาพยุโรปได้กรณีรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โดยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชกำหนด ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ...และ ร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ…รวม 2 ฉบับ อ้างเหตุผล ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ แม้ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคสอง กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ รัฐบาลแพทองธารอาศัยช่องทางในการตราพระราชกำหนดทั้งสองฉบับ โดยใช้ช่องทางตามมาตรา 174 ในกรณีที่มีความจำเป็น ต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรงตราเป็นพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ ดังนั้น การตราพระราชกำหนดดังกล่าวสามารถกระทำได้ เพื่อจัดเก็บภาษีนักลงทุนต่างประเทศขั้นต่ำ ร้อยละ 15 เพราะเป็นเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติร้องขอ เพื่อเป็นตัวเลือกในกระบวนการตัดสินใจว่า จะเสียภาษีประเทศแม่ หรือประเทศไทย ซึ่งเป็นกติกาที่ตกลงกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา จะดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนเข้ามาได้ สามารถเก็บเงินรายได้เพิ่มเติมจากบริษัทเหล่านี้เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ในอดีตที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเคยออกพระราชกำหนดปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540 และ พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ.2540 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำในขณะนั้น แต่เงื่อนไขในการตราพระราชกำหนดเกี่ยวกับภาษีอากรหรือเงินตรา ในรัฐธรรมนูญมาตรา 174 วรรคสอง เมื่อรัฐบาลตราพระราชกำหนดใช้แล้ว จะต้องส่งให้สภาพิจารณาโดยไม่ชักช้า ถ้าเป็นการตราขึ้นในระหว่างสมัยประชุม จะต้องนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 3 วันนับแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะต้องนำมาตรา 172 วรรคสาม วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหกและวรรคเจ็ดมาใช้บังคับกับการตราพระราชกำหนดโดยอนุโลมรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคสาม กำหนดให้ เมื่อประกาศใช้พระราชกำหนดแล้ว ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอ พระราชกำหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ถ้าอยู่นอกสมัยประชุม และการรอการเปิดสมัยประชุมสามัญจะเป็นการชักช้า คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดโดยเร็ว หาก ส.ส. ไม่อนุมัติ โดยการลงคะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ ให้ พระราชกำหนดฉบับนั้นตกไป แต่ถ้า ส.ส. อนุมัติ แต่ ส.ว.ไม่อนุมัติ หาก ส.ส.เห็นด้วยเกินครึ่งหนึ่ง ก็ให้พระราชกำหนดมีผลเป็นกฎหมาย และประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติต่อไปในรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ก่อนที่ ส.ส.หรือ ส.ว.จะได้พระราชกำหนดใด ส.ส. หรือ ส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อเสนอต่อประธานแห่งสภาของตนที่เป็นสมาชิกว่า พระราชกำหนดไม่ได้เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ให้ประธานสภาแห่งนั้นส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นเพื่อวินิจฉัย โดยให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง และให้ศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานแห่งสภาที่ส่งความเห็นนั้นมา ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ให้พระราชกำหนดฉบับนั้นไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่ง ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ส่วนที่ถามว่า พรก.2 ฉบับที่ ครม.มีมติเห็นชอบเกี่ยวข้องเป็นการตราพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ อย่างไรเห็นว่า ร่างพระราชกำหนด ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ.. และ ร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. .... เป็นความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องของภาษี ส่วนใหญ่จะออกเป็นพระราชกำหนดทั้งสิ้น ส่วนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 มาตรา 53 บัญญัติว่า “ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินนั้น จะเสนอได้โดย คณะรัฐมนตรี หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีรับรองร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน หมายความว่า การตั้งขึ้นหรือยกเลิก หรือลด หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผ่อน หรือวางระเบียบการบังคับอันเกี่ยวกับภาษีหรืออากร หรือว่าด้วยเงินตรา การจัดสรรรับ รักษา หรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการกู้เงิน หรือการประกัน หรือการใช้เงินกู้ ดังนั้น ที่ประชุม คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนด ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ.. และ ร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. ล้วนเป็นกฎหมายการเงิน เพียงแต่ กระบวนการตราเป็นพระราชกำหนดเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น โดยมีกระบวนการตรวจสอบจากรัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติ และศาลรัฐธรรมนูญได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า แม้การเร่งจัดเก็บภาษีนักลงทุนที่เป็นนิติบุคคลต่างชาติ อาจเป็นข้อดีในการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน เพราะเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลอาจใช้เป็นช่องทางโยนหินถามทางหรือไม่ อย่างไร เพราะไม่มีประชาชนต้าน อาจใช้เทคนิคช่องทางการกฎหมายในรูปแบบพระราชกำหนดในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7 % เป็น 15 % ได้โดยอาศัยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อส่งให้สภาอนุมัติ โดยรัฐบาลได้เปรียบกุมเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา อาจใช้ช่อง มาตรา 172 วรรคห้า แม้ ส.ว.ไม่อนุมัติ และ ส.ส.ยืนยันอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่อยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ทำให้สภาต้านไม่ได้ 174 รัฐธรรมนูญให้อำนาจ คณะรัฐมนตรีพิจารณาด่วนและลับ ไม่ใช่กรณีจำเป็นเร่งด่วน แต่เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ย่อมส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน กระทบต่อความเป็นอยู่ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย จะทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้นเพราะสินค้าบริโภค ผู้บริโภคจะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลเป็นการเพิ่มภาระแก่ประชาชนเกินควรและกระทบปัญหาปากท้องของประชาชนโดยตรง ดังจะเห็นว่ากรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฐกถาในงานที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ที่อำเภอหัวหินที่ระบุว่า มีรัฐมนตรีบางคนต่างพรรคไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่คนเลือดสุพรรณ หากอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็บอก บ่งบอกถึงอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตัดพ้อ น้อยใจ แทนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เหมือนว่าเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง
นักกฎหมาย พระราชกำหนด ภาษี นักลงทุนต่างชาติ โพสต์ทูเดย์ Posttoday
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'ดร.ณัฏฐ์'จี้'พรพจน์'ถอนมติคณะกรรมการสอบสวนปมที่พิพาทเขากระโดงดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน จี้ พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการสอบสวนปมที่พิพาทเขากระโดง มีเวลา90วันพิจารณาอุทธรณ์รฟท.ย้ำเขากระโดงเป็นสาธารณสมบัติแผ่นดิน ตามพระบมราชโองการ รัชกาลที่6 ต้องปฎิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา
Read more »
'ดร.ณัฏฐ์'ชี้ศาลรธน.มีอำนาจไม่รับไต่สวนทักษิณ-เพื่อไทยปมล้มล้างฯดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม นักฎหมายมหาชน ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในอดีต เปรียบเทียบคำร้อง 'ธีรยุทธ สุวรรณเกษร' ข้อเท็จจริงทักษิณ-เพื่อไทยยังห่างไกล ปมล้มล้างการปกครอง ระบบไต่สวน ตุลาการย่อมมีอำนาจเด็ดขาดไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัยได้
Read more »
ดร.ณัฐวุฒิ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการ ระบุว่าขณะนี้การเมืองไทยกำลังใกล้ถึงช่วงสุกงอมแล้ว พร้อมที่จะลงถนนครั้งสุดท้าย แต่ต้องรอจนกว่าจะเดือดใหญ่กว่านี้
Read more »
ดร.ณัฏฐ์-นักกม.มหาชน ชี้ 'กฎอัยการศึก' สส.ไทยไม่สามารถยกเลิกได้ แตกต่างจากเกาหลีใต้“ดร.ณัฏฐ์” มือกฎหมายมหาชน เผย กฎอัยการศึกสถานะเป็นพระราชบัญญัติ การยกเลิกในประเทศเกาหลีใต้กระทำโดยมติสภา แตกต่างจากประเทศไทย สส.ตัวแทนประชาชน ไม่สามารถยับยั้งยกเลิกได้
Read more »
'ดร.ณัฏฐ์' ชำแหละร่างพรบ.จัดระเบียบกลาโหม ไม่ช่วยสกัดยึดอำนาจได้'ดร.ณัฏฐ์' มือกฎหมายมหาชน เผย ร่าง พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ลับลวงพราง ทำให้ทหารของพระราชาอยู่ภายใต้พลเรือน ฟันธงไม่สามารถแก้ปัญหายึดอำนาจได้
Read more »
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละ 92 ปีรัฐธรรมนูญ วัฏจักรการแย่งชิงอำนาจ!ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม ระบุครบรอบ 92 ปีวันรัฐธรรมนูญ ยังวนเวียนอยู่กับวัฏจักรการแย่งชิงอำนาจของนักการเมือง มากกว่าคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
Read more »
