ณเดชน์ เผยถึงงานแต่งกับ ญาญ่า ไม่ต้องหรูอลังการ แต่เจ้าสาวต้องมีความสุขที่สุด ไทยรัฐออนไลน์
“เราไปสู้คู่เขาไม่ได้หรอก เขาก็แบบ อื้อหือ ไปกินข้าวกับเขา ก็ได้แต่ถอนหายใจ หมั่นไส้สิ ไม่สู้ครับ เราไม่สู้ความหวานกับคู่นั้นครับ” ปั๊ดโธ่ ทำไมเรื่องนี้ยอมง่ายจังวุ้ย นึกว่าจะสู้ บลัฟๆ ใส่กันซะอีก แต่บอกเลยว่า ระหว่างที่พูดคุยกันเรื่องความรัก สายตาของณเดชน์นั้นเป็นประกายวิบวับไปด้วยความสุข มันแสดงออกมาจนเราสัมผัสได้ถึงความรักที่มีให้กับญาญ่าไปมากกว่านี้ เราเปลี่ยนประเด็นมาที่ความเป็นพระเอกติดดิน บ้านๆ ง่ายๆ และแฟชั่นการแต่งตัวที่ทำเอาหลายคนสงสัยว่า นี่คือพระเอกซุป'ตาร์จริงหรือ งานนี้ เจ้าตัวคุยกับเราแบบเขินนิดๆ กับเรื่องสไตล์การแต่งตัวของตัวเองว่า “เวลาคนเจอผมและถ่ายรูปมา ผมก็จะคิดแค่ว่าไม่น่าใส่ชุดแบบนั้นขึ้นรถไฟฟ้าเลย คือผมเข้าใจนะ คนอาจจะคาดหวังเรื่องการแต่งตัวของผมเยอะ ด้วยยุคสมัยนี้ คนในสื่อส่วนใหญ่จะมีรสนิยมที่ทั่วๆ ไปที่หลายคนมองว่ารสนิยมแบบนี้คือดี แต่ผมรสนิยมไม่เหมือนคนทั่วไป เวลาผมแต่งอะไรผมก็เอาแต่ใจ แม่ก็บอก พี่ก็บอก เฮ้ย แต่งตัวดีๆ หน่อย ผมก็ไม่เอา ไม่สนใจ แต่ถ้าญาญ่าเห็นผมแต่งตัวแล้วไม่เข้ากัน เขาก็จะมองหน้าแล้วส่ายหน้า ไม่ๆ เขาจะบอกว่ามันไม่เข้ากัน ก็บอกให้ไปเปลี่ยนชุดดีกว่า แต่ผมมั่นใจนะ แต่ผมก็ต้องไปเปลี่ยน ถ้าวันไหนแฟนบอกว่าแต่งตัวโอเค วันนั้นคือจบ ไม่ต้องห่วงเลย ” โถ พ่อคุณ น่าเอ็นดูจริงๆ มั่นใจแต่ต้องเปลี่ยนถ้าแฟนไม่โอเค อนาคตได้เข้าไปอยู่ในสมาคมเดียวกันกับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ แน่ๆ คอนเฟิร์มเล่าถึงสาเหตุของความเป็นคนที่มิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าของตัวเองไม่ค่อยเก่งนั้น เป็นเพราะเวลาไปถ่ายละคร จะใส่แต่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น ถ้าไปถ่ายต่างจังหวัด 5 วัน ก็มีเสื้อ กางเกงขาสั้น มีเสื้อกันหนาว ถุงเท้าสั้นๆ และกางเกงชั้นในไป 5 ตัว เพราะจะใส่เสื้อผ้าเฉพาะตอนนอน ตื่นเช้าไปกอง ก็ต้องถอดแล้ว กลับถึงที่พักก็อาบน้ำนอน เลยไม่ค่อยชินกับเรื่องเสื้อผ้า เลยมิกซ์แอนด์แมตช์ไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าเป็นสไตล์ที่ตัวเองเคยใส่บ่อยๆ อย่างยีนส์ เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด ขาม้า รองเท้าบูต ณเดชน์จะมั่นใจทุกครั้ง แต่ถ้าต้องมาใส่แบบสตรีท หรืออิตาลี หรือแนวแฟชั่น แต่งแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ ต้องไปเปลี่ยนใหม่ และสุดท้ายก็จบที่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ พร้อมกับเล่าแบบขำๆ ต่อว่า ถ้าบางวันที่จัดเต็มคนก็จะทักว่าทำไมวันนี้แต่งตัวเยอะจัง เพราะคนไม่ชินตาเคยบอกว่า มีคนจะมองว่าตนนั้นเป็นคนนำแฟชั่น แม้หลายคนจะบอกว่าไม่เข้ากันในเรื่องการแต่งตัว แต่ตนเองนั้นเคยคิดอยากจะทำแบรนด์เสื้อผ้า ด้วยการใช้พวกผ้าไทย ผ้าฝ้าย มาทำเป็นเสื้อผ้าในแบบที่ตนเองชอบ อยากเอาอะไรที่หลายคนลืมไปกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วเวลาที่ณเดชน์ ได้ไปใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปเขาทำกัน นั่งกินชานมที่ร้าน แต่งตัวง่ายๆ ไปขึ้นรถไฟฟ้าและในมือถือถุงมะขามป้อม รู้สึกอย่างไร ซึ่งณเดชน์เล่าถึงโมเมนต์ความรู้สึกนี้ให้เราฟังว่า ตนเองนั้นรู้สึกมันชิลมาก แต่ถึงแม้ว่าบางครั้งตนจะใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่บางครั้งก็รู้สึกอยากตอบแทนให้ตัวเองในบางสิ่งบางอย่างที่ใช้เงินซื้อเหมือนกัน ณเดชน์บอกว่าตัวเองนั้นไม่ได้ติดดิน จนลำบาก หรือสร้างภาพติดดินตลอดเวลา เพราะก็มีบ้างที่อยากนอนโรงแรมหรู อยากกินข้าวร้านดีๆ พาคนที่บ้านไปกินของดีๆ ไปนอนดีๆ แต่ถ้าไปกับเพื่อนผู้ชาย ก็จะหาตามสไตล์ นอนอพาร์ตเมนต์ เอาฟูกมาปู นอนสบายๆ มันก็ขึ้นกับว่าใช้ชีวิตกับใคร ต้องดูแลใคร ก็เลือกปฏิบัติเอาและเราจะเห็นได้ว่า พระเอกคนนี้ติดแม่ เชื่อฟังแม่ เป็นลูกชายที่น่ารักของแม่เสมอมา เราเลยแอบถามถึงการเลี้ยงดูลูกชายของแม่แก้วจากณเดชน์ ซึ่ง“แม่จะคอยสอนให้ผมต้องเป็นคนที่คิดให้เป็น ไม่ใช่คิดเรื่องคนอื่น แต่ให้คิดเรื่องตัวเอง ด้วยความเป็นเด็กผู้ชาย ก็มีบางครั้งที่ดื้อ เอาแต่ใจ บางครั้งจะเป็นคนค่อนข้างใจกว้าง ใจอ่อน ใจง่าย อะไรก็ได้สบายๆ อยากได้ก็เอาไป ไม่ได้ต้องการจะมีปัญหากับใคร ทุกอย่างคือไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไป แต่เรื่องนี้บางครั้งก็เป็นผลลบของผม ผมเลยต้องคิดไตร่ตรองถึงความเหมาะสมและความถูกต้อง ทั้งของตัวเองและคนอื่นเพื่อไม่ให้เราถูกเอาเปรียบ ไม่เดือดร้อนเพราะคนอื่น ส่วนพ่อจะสอนให้ผมรู้จักดูแลคนอื่น รู้จักซักผ้า ทำอาหาร และจะพูดเสมอว่าเราต้องเก็บเงิน พ่อจะชอบเก็บเหรียญสิบ เหรียญห้า เหรียญห้าสิบสตางค์ และหลังจากที่ผมมากรุงเทพฯ ในช่วงปิดเทอมพ่อก็จะให้เงินมา บอกว่า เห็นไหม แค่นี้ก็ได้หลายพันแล้ว ให้ไปฝากแบงก์ พ่อไม่ชอบฟังทีวีเสียงดัง ดูหนังก็จะเช่ามาดู ไม่ดูในโรงหนัง ไม่ชอบไปเที่ยว ชอบกินกาแฟ อยู่คอนโดฯ ไม่สุงสิงกับใคร สไตล์ญี่ปุ่นมั้งครับ ข้าวเช้า ข้าวเที่ยง ไม่กิน มากินข้าวเย็น ถ้าแม่อยู่ก็จะทำอาหารเตรียมของหวานให้ แต่วันนี้ที่พ่อเป็นอยู่ กลับสอนให้ผมเห็นว่า บางครั้งเราจริงจัง ซีเรียสกับอะไรบางอย่างเกินไป มันทำให้สิ่งที่เขามี หามาได้ มันพลาดโอกาสไปมันไม่มีประโยชน์เลย ถ้าวันนี้เขาได้รู้ หรือถ้ามีโอกาสไปเที่ยวกับผม มันจะยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมาก แต่ทุกวันนี้ทำให้เห็นว่าคนที่จริงจังกับชีวิตมากไปจนไม่ได้ให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อนหรือผ่อนคลาย มันไม่ดีเลย เพราะเหตุนี้ผมเลยมีช่วงที่ทำงาน ช่วงพักเติมพลังให้ตัวเอง และผมไม่ค่อยแบกอะไรจากที่ทำงานกลับมา เลยทำให้ไม่ค่อยเครียดอะไรครับ”.
“เราไปสู้คู่เขาไม่ได้หรอก เขาก็แบบ อื้อหือ ไปกินข้าวกับเขา ก็ได้แต่ถอนหายใจ หมั่นไส้สิ ไม่สู้ครับ เราไม่สู้ความหวานกับคู่นั้นครับ” ปั๊ดโธ่ ทำไมเรื่องนี้ยอมง่ายจังวุ้ย นึกว่าจะสู้ บลัฟๆ ใส่กันซะอีก แต่บอกเลยว่า ระหว่างที่พูดคุยกันเรื่องความรัก สายตาของณเดชน์นั้นเป็นประกายวิบวับไปด้วยความสุข มันแสดงออกมาจนเราสัมผัสได้ถึงความรักที่มีให้กับญาญ่าไปมากกว่านี้ เราเปลี่ยนประเด็นมาที่ความเป็นพระเอกติดดิน บ้านๆ ง่ายๆ และแฟชั่นการแต่งตัวที่ทำเอาหลายคนสงสัยว่า นี่คือพระเอกซุป'ตาร์จริงหรือ งานนี้ เจ้าตัวคุยกับเราแบบเขินนิดๆ กับเรื่องสไตล์การแต่งตัวของตัวเองว่า “เวลาคนเจอผมและถ่ายรูปมา ผมก็จะคิดแค่ว่าไม่น่าใส่ชุดแบบนั้นขึ้นรถไฟฟ้าเลย คือผมเข้าใจนะ คนอาจจะคาดหวังเรื่องการแต่งตัวของผมเยอะ ด้วยยุคสมัยนี้ คนในสื่อส่วนใหญ่จะมีรสนิยมที่ทั่วๆ ไปที่หลายคนมองว่ารสนิยมแบบนี้คือดี แต่ผมรสนิยมไม่เหมือนคนทั่วไป เวลาผมแต่งอะไรผมก็เอาแต่ใจ แม่ก็บอก พี่ก็บอก เฮ้ย แต่งตัวดีๆ หน่อย ผมก็ไม่เอา ไม่สนใจ แต่ถ้าญาญ่าเห็นผมแต่งตัวแล้วไม่เข้ากัน เขาก็จะมองหน้าแล้วส่ายหน้า ไม่ๆ เขาจะบอกว่ามันไม่เข้ากัน ก็บอกให้ไปเปลี่ยนชุดดีกว่า แต่ผมมั่นใจนะ แต่ผมก็ต้องไปเปลี่ยน ถ้าวันไหนแฟนบอกว่าแต่งตัวโอเค วันนั้นคือจบ ไม่ต้องห่วงเลย ” โถ พ่อคุณ น่าเอ็นดูจริงๆ มั่นใจแต่ต้องเปลี่ยนถ้าแฟนไม่โอเค อนาคตได้เข้าไปอยู่ในสมาคมเดียวกันกับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ แน่ๆ คอนเฟิร์มเล่าถึงสาเหตุของความเป็นคนที่มิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าของตัวเองไม่ค่อยเก่งนั้น เป็นเพราะเวลาไปถ่ายละคร จะใส่แต่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น ถ้าไปถ่ายต่างจังหวัด 5 วัน ก็มีเสื้อ กางเกงขาสั้น มีเสื้อกันหนาว ถุงเท้าสั้นๆ และกางเกงชั้นในไป 5 ตัว เพราะจะใส่เสื้อผ้าเฉพาะตอนนอน ตื่นเช้าไปกอง ก็ต้องถอดแล้ว กลับถึงที่พักก็อาบน้ำนอน เลยไม่ค่อยชินกับเรื่องเสื้อผ้า เลยมิกซ์แอนด์แมตช์ไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าเป็นสไตล์ที่ตัวเองเคยใส่บ่อยๆ อย่างยีนส์ เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด ขาม้า รองเท้าบูต ณเดชน์จะมั่นใจทุกครั้ง แต่ถ้าต้องมาใส่แบบสตรีท หรืออิตาลี หรือแนวแฟชั่น แต่งแล้วรู้สึกไม่มั่นใจ ต้องไปเปลี่ยนใหม่ และสุดท้ายก็จบที่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ พร้อมกับเล่าแบบขำๆ ต่อว่า ถ้าบางวันที่จัดเต็มคนก็จะทักว่าทำไมวันนี้แต่งตัวเยอะจัง เพราะคนไม่ชินตาเคยบอกว่า มีคนจะมองว่าตนนั้นเป็นคนนำแฟชั่น แม้หลายคนจะบอกว่าไม่เข้ากันในเรื่องการแต่งตัว แต่ตนเองนั้นเคยคิดอยากจะทำแบรนด์เสื้อผ้า ด้วยการใช้พวกผ้าไทย ผ้าฝ้าย มาทำเป็นเสื้อผ้าในแบบที่ตนเองชอบ อยากเอาอะไรที่หลายคนลืมไปกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วเวลาที่ณเดชน์ ได้ไปใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปเขาทำกัน นั่งกินชานมที่ร้าน แต่งตัวง่ายๆ ไปขึ้นรถไฟฟ้าและในมือถือถุงมะขามป้อม รู้สึกอย่างไร ซึ่งณเดชน์เล่าถึงโมเมนต์ความรู้สึกนี้ให้เราฟังว่า ตนเองนั้นรู้สึกมันชิลมาก แต่ถึงแม้ว่าบางครั้งตนจะใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่บางครั้งก็รู้สึกอยากตอบแทนให้ตัวเองในบางสิ่งบางอย่างที่ใช้เงินซื้อเหมือนกัน ณเดชน์บอกว่าตัวเองนั้นไม่ได้ติดดิน จนลำบาก หรือสร้างภาพติดดินตลอดเวลา เพราะก็มีบ้างที่อยากนอนโรงแรมหรู อยากกินข้าวร้านดีๆ พาคนที่บ้านไปกินของดีๆ ไปนอนดีๆ แต่ถ้าไปกับเพื่อนผู้ชาย ก็จะหาตามสไตล์ นอนอพาร์ตเมนต์ เอาฟูกมาปู นอนสบายๆ มันก็ขึ้นกับว่าใช้ชีวิตกับใคร ต้องดูแลใคร ก็เลือกปฏิบัติเอาและเราจะเห็นได้ว่า พระเอกคนนี้ติดแม่ เชื่อฟังแม่ เป็นลูกชายที่น่ารักของแม่เสมอมา เราเลยแอบถามถึงการเลี้ยงดูลูกชายของแม่แก้วจากณเดชน์ ซึ่ง“แม่จะคอยสอนให้ผมต้องเป็นคนที่คิดให้เป็น ไม่ใช่คิดเรื่องคนอื่น แต่ให้คิดเรื่องตัวเอง ด้วยความเป็นเด็กผู้ชาย ก็มีบางครั้งที่ดื้อ เอาแต่ใจ บางครั้งจะเป็นคนค่อนข้างใจกว้าง ใจอ่อน ใจง่าย อะไรก็ได้สบายๆ อยากได้ก็เอาไป ไม่ได้ต้องการจะมีปัญหากับใคร ทุกอย่างคือไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไป แต่เรื่องนี้บางครั้งก็เป็นผลลบของผม ผมเลยต้องคิดไตร่ตรองถึงความเหมาะสมและความถูกต้อง ทั้งของตัวเองและคนอื่นเพื่อไม่ให้เราถูกเอาเปรียบ ไม่เดือดร้อนเพราะคนอื่น ส่วนพ่อจะสอนให้ผมรู้จักดูแลคนอื่น รู้จักซักผ้า ทำอาหาร และจะพูดเสมอว่าเราต้องเก็บเงิน พ่อจะชอบเก็บเหรียญสิบ เหรียญห้า เหรียญห้าสิบสตางค์ และหลังจากที่ผมมากรุงเทพฯ ในช่วงปิดเทอมพ่อก็จะให้เงินมา บอกว่า เห็นไหม แค่นี้ก็ได้หลายพันแล้ว ให้ไปฝากแบงก์ พ่อไม่ชอบฟังทีวีเสียงดัง ดูหนังก็จะเช่ามาดู ไม่ดูในโรงหนัง ไม่ชอบไปเที่ยว ชอบกินกาแฟ อยู่คอนโดฯ ไม่สุงสิงกับใคร สไตล์ญี่ปุ่นมั้งครับ ข้าวเช้า ข้าวเที่ยง ไม่กิน มากินข้าวเย็น ถ้าแม่อยู่ก็จะทำอาหารเตรียมของหวานให้ แต่วันนี้ที่พ่อเป็นอยู่ กลับสอนให้ผมเห็นว่า บางครั้งเราจริงจัง ซีเรียสกับอะไรบางอย่างเกินไป มันทำให้สิ่งที่เขามี หามาได้ มันพลาดโอกาสไปมันไม่มีประโยชน์เลย ถ้าวันนี้เขาได้รู้ หรือถ้ามีโอกาสไปเที่ยวกับผม มันจะยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมาก แต่ทุกวันนี้ทำให้เห็นว่าคนที่จริงจังกับชีวิตมากไปจนไม่ได้ให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อนหรือผ่อนคลาย มันไม่ดีเลย เพราะเหตุนี้ผมเลยมีช่วงที่ทำงาน ช่วงพักเติมพลังให้ตัวเอง และผมไม่ค่อยแบกอะไรจากที่ทำงานกลับมา เลยทำให้ไม่ค่อยเครียดอะไรครับ”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ณเดชน์-ญาญ่า นำทีม แจกปฎิทินช่อง 3 วันแรก แฟนๆ แห่ดูไลฟ์คึกคัก แจกฟรีส่งถึงบ้าน - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWSบรรยากาศงานแจกปฎิทินช่อง 3 ปี 2564 WE R Channel 3 ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.63) เป็นวันแรก มีแฟนๆ ช่อง 3 มาร่วมติดตามชมรายการสดๆ ทั้งเฟซบุ๊ก Youtube ทวิตเตอร์ และ TikTok ของ CH3Thailand กันหลายหมื่นคน - ข่าวช่อง3 CH3 Thailand NEWS
Read more »
“หมาก-คิม” ปัดซุ่มเงียบขอแต่งงานแล้ว โต้บลัฟหวานแข่งคู่ “ณเดชน์-ญาญ่า” | daradaily“หมาก-คิม” ปัดซุ่มเงียบขอแต่งงานแล้ว โต้บลัฟหวานแข่งคู่ “ณเดชน์-ญาญ่า” อ่านข่าวต่อ : ดาราเดลี่ daradaily ข่าวบันเทิง หมากปริญ คิมเบอร์ลี่ หมากคิม mark_prin kimmy_kimberley ณเดชน์ญาญ่า
Read more »
ล้วงคนหล่อ 'ณเดชน์' ฉีกลุคเป็นคนลวง ขอบคุณ 'ญาญ่า' ให้โอกาสรักได้ฉีกมาดพระเอกในจอมาสวมบทบาทนักต้มตุ๋นคอลเซ็นเตอร์ในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ “อ้าย...คนหล่อลวง” ค่ายจีดีเอช กระแสดีรายได้ทะยานสู่ 100 ล้าน
Read more »
