วันก่อนผมกำลังออกจากบ้าน เพื่อไปทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พอขึ้นรถผมบอกคนขับว่า จะไปที่ไหน ทันใดนั้น นาฬิกาอัจฉริยะของผม ที่เชื่อมต่อกับมือถือ และมือถือที่เชื่อมต่อกับรถยนต์ของผมที่มี Apple Maps อยู่ก็ขึ้นมาแจ้งว่าอีก 25 นาที ผมจะถึงห้างนั้น
1. ฮอตสปอตไร้สาย : มีจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีอยู่ทั่วไปในทุกครั้งที่อุปกรณ์ของเราค้นหาสัญญาณ Wi-Fi ก็เท่ากับเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ให้กับจุดเชื่อมต่อเหล่านั้น บริษัทที่ให้บริการฮอตสปอตสามารถรวบรวมข้อมูลการเชื่อมต่อได้ 2.
อุปกรณ์บลูทูธ : เครื่องรับสัญญาณบลูทูธที่ติดตั้งในพื้นที่สาธารณะสามารถตรวจจับอุปกรณ์ของเราได้ ทำให้รู้ว่าเราอยู่ในบริเวณนั้น 4. แอปพลิเคชัน : แอปต่างๆ ในมือถือมักขออนุญาตเข้าถึง GPS และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังบริษัทแม่ บ่อยครั้งที่ผู้ใช้ยอมรับเงื่อนไขการใช้งานโดยไม่ได้อ่านอย่างละเอียด 5. การอัปเดตอัตโนมัติ : แอปจำนวนมากทำงานเบื้องหลังตลอดเวลาเพื่อตรวจสอบการอัปเดตและรายงานการใช้งาน ซึ่งอาจรวมถึงการส่งข้อมูลตำแหน่งและการใช้งานอื่นๆ 6. โซเชียลมีเดีย : แพลตฟอร์ม เช่น Facebook, Twitter และ LinkedIn เก็บข้อมูลการใช้งาน การแชร์ตำแหน่ง และการแท็กเพื่อน ทำให้สามารถสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ที่ละเอียดได้ 7. การซื้อขายออนไลน์ : ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้าออนไลน์ ข้อมูลการซื้อ ที่อยู่จัดส่ง และข้อมูลติดต่อจะถูกบันทึกไว้ ซึ่งสามารถใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคได้ 8. อุปกรณ์สวมใส่ : นาฬิกาอัจฉริยะและอุปกรณ์ติดตามสุขภาพอื่นๆ เก็บข้อมูลสุขภาพและกิจกรรมของเรา ซึ่งอาจถูกใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมและสุขภาพ 9. การถ่ายภาพดิจิทัลและการจดจำใบหน้า : เทคโนโลยีจดจำใบหน้าสามารถระบุตัวบุคคลในภาพถ่ายได้ ซึ่งใช้ในการค้นหารูปภาพและระบบรักษาความปลอดภัย แต่ก็อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ ข้อมูลเหล่านี้ถูกรวบรวมและวิเคราะห์โดยบริษัทใหญ่ๆ ในการสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้เพื่อให้กับนักการตลาด นักวิจัย ขององค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค และก็มีความเสี่ยงที่จะรั่วไหลไปสู่มิจฉาชีพได้เช่นกัน หากบริษัทไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ดูแลข้อมูลให้ดีพอ หากมองในแง่ดี ประโยชน์ของ AI ในการติดตามบุคคลมีหลายประการ เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อสร้างภาพรวมของบุคคลได้อย่างแม่นยำ ช่วยในการค้นหาบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเพื่อนเก่าหรือการสืบสวนคดี เพิ่มความปลอดภัยโดยการติดตามตำแหน่งของบุคคลในกรณีฉุกเฉิน และเป็นการปรับปรุงบริการให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน อย่างไรก็ตาม ความสามารถเหล่านี้ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่ต้องคำนึงถึง ในหลายๆ เรื่อง ดังเช่น 1. การเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ : ระบบ AI ต้องการข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้การควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำได้ยากขึ้น เราแทบไม่รู้เลยว่าข้อมูลของเราถูกเก็บไว้ที่ไหนบ้าง 2. การใช้ข้อมูลในทางที่ผิด : ข้อมูลส่วนตัวอาจถูกนำไปใช้ในการหลอกลวงหรือขโมยตัวตน เช่น การใช้ AI เพื่อสร้างเสียงปลอมในการหลอกลวงทางโทรศัพท์ 3. การเลือกปฏิบัติ : AI อาจมีอคติในการตัดสินใจ เช่น ในการคัดเลือกผู้สมัครงานหรือระบุตัวผู้ต้องสงสัย เนื่องจากข้อมูลที่ใช้ฝึกฝนอาจมีอคติอยู่แล้ว 4. การละเมิดสิทธิ์ : ข้อมูลส่วนตัว เช่น ภาพถ่าย อาจถูกนำไปใช้ในการฝึกฝน AI โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รู้ตัวและไม่ได้อนุญาต 5. การสูญเสียความเป็นส่วนตัว : AI สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อสร้างโปรไฟล์ที่ละเอียดของบุคคล ทำให้แทบไม่มีความเป็นส่วนตัวเหลืออยู่ในโลกดิจิทัล ในยุคที่ AI มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องท้าทายแต่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราต้องตระหนักว่าทุกการกระทำในโลกดิจิทัลล้วนทิ้งร่องรอยไว้ และข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกนำมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาล การสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ของเทคโนโลยีและการปกป้องความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ใช้ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ในฐานะผู้ใช้ เราควรเริ่มจากการให้ความสำคัญข้อมูลส่วนตัวของเราเอง ระมัดระวังการแชร์ข้อมูล และเรียนรู้วิธีการปกป้องตนเองในโลกดิจิทัล ขณะเดียวกัน เราควรสนับสนุนนโยบายและกฎหมายที่ส่งเสริมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท้ายที่สุด การรักษาความเป็นส่วนตัวในยุค AI ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของจริยธรรมและความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม เราต้องสร้างวัฒนธรรมที่เคารพความเป็นส่วนตัวและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้เราสามารถใช้ประโยชน์จาก AI และเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัวและอิสรภาพของเราไป
ดิจิทัล AI Apple ธนชาติ นุ่มนนท์ คอลัมน์นิสต์ Techai
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เมื่อ AI ขับแท็กซี่ ‘Robotaxi’ ของเทสลา จุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมขนส่ง-แรงงาน?เทสลาปฏิวัติการเดินทางด้วย Robotaxi เตรียมเปิดตัวแท็กซี่ไร้คนขับ 10 ต.ค. นี้ ณ สตูดิโอของ Warner Bros. เมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ การมาถึงของ AI บนท้องถนนจะส่งผลกระทบต่อสังคม แรงงาน และอุตสาหกรรมอย่างไร? กรุงเทพธุรกิจชวนหาคำตอบ
Read more »
Freepik AI โมเดล Mystic ตัวใหม่ล่าสุด สร้างภาพด้วย AI สมจริง เนียนกว่าใคร!Mystic เป็นโมเดลสร้างภาพด้วย AI ล่าสุดที่เปิดตัวในตลาด โดยพัฒนาขึ้นโดยทีมงานเบื้องหลังแพลตฟอร์มสร้างภาพ AI Freepik และ Magnific AI สร้างภาพได้สมจริงยิ่งกว่า Midjourney
Read more »
Freepik AI โมเดล Mystic ตัวใหม่ล่าสุด สร้างภาพด้วย AI สมจริง เนียนกว่าใคร!Mystic เป็นโมเดลสร้างภาพด้วย AI ล่าสุดที่เปิดตัวในตลาด โดยพัฒนาขึ้นโดยทีมงานเบื้องหลังแพลตฟอร์มสร้างภาพ AI Freepik และ Magnific AI สร้างภาพได้สมจริงยิ่งกว่า Midjourney
Read more »
เปิด 5 แนวทางใช้ “Generative AI” พลิกโฉมธุรกิจ SME“Generative AI” เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนในยุคดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นในการช่วยอำนวยความสะดวกสบาย สร้างสรรค์ไอเดีย ในด้านต่างๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภาคธุรกิจจะนำ Generative AI มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน หากเข้าใจวิธีการใช้ Generative AI...
Read more »
วิธีจับผิด AI ที่ต้องรู้ ถ้าไม่อยากโดนหลอก!วิธีจับผิด AI ไม่ให้โดนหลอก เมื่อ AI สามารถสร้างรูปภาพ วิดีโอ เสียง และบอตได้เนียนเหมือนของจริง แล้วเราจะแยกของจริงได้อย่างไร?
Read more »
อยู่อย่างไร?! ... เมื่อ AI ระบาด ...รศ.ดร.
Read more »
