ชำระคดี “สวนชูวิทย์” ตกเป็นสาธารณสมบัติแล้ว “สนธิ” จ่อฟ้อง “ชัชชาติ” หากยังนิ่งเฉย

United States News News

ชำระคดี “สวนชูวิทย์” ตกเป็นสาธารณสมบัติแล้ว “สนธิ” จ่อฟ้อง “ชัชชาติ” หากยังนิ่งเฉย
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 MGROnlineLive
  • ⏱ Reading Time:
  • 289 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 119%
  • Publisher: 53%

“สนธิ” พิสูจน์ลงลึก 5 เหตุการณ์ “ชูวิทย์” มอบที่ดินปากซอย 10 ถ.สุขุมวิท เป็นสวนสาธารณะ สอดคล้องแนวคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 10 คดี ที่ชี้ชัดที่ดินมอบเป็นธาณะสมบัติแล้วเอาคืนไม่ได้ เผยเตรียมยื่น ป.ป.ช.เอาผิด “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” หากยังยืนกรานจะอุ้มชูวิทย์ .

เมื่ออ้างอิงจากเนื้อหาคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว ที่ดินของนายชูวิทย์จึงน่าจะกลายเป็น “สาธารณสมบัติของแผ่นดิน” ไปแล้ว แม้นายชูวิทย์จะยังคงอ้างว่าชื่อในโฉนดยังเป็นของตน ตนซื้อมาด้วยเงิน 500 ล้านบาท ยังจ่ายภาษีที่ดินให้กรุงเทพมหานครทุกปี ก็ตามแต่มีคำ 2 คำ ที่นายชูวิทย์ที่ได้พูดต่างกรรมต่างวาระในเรื่อง “สวนชูวิทย์” นั่นคือคำว่า “เสียสละ” และ “สวนสาธารณะ” ซึ่งความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตนั้น “เสียสละ” หมายถึง “ให้โดยยินยอม หรือ ให้ด้วยความเต็มใจ” ส่วนคำว่า “สวนสาธารณะ” หมายถึง “สวนเพื่อประชาชนทั่วไป” ดังนั้นคำว่า “เสียสละที่ดินเพื่อเป็นใช้เป็นสวนสาธารณะ” จึงแปลความได้ว่า “การยินยอมให้ที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์เป็นสวนเพื่อประชาชนทั่วไป” ส่วนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304 บัญญัติเกี่ยวกับสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยพิจารณาว่าทรัพย์สินชนิดนั้นมีการใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ และ “พลเมืองใช้ร่วมกัน” หรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่า “สวนสาธารณะ” ย่อมต้องเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ไม่ต่างจากชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ ดังนั้นทรัพย์สินใดถ้ามีการใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ร่วมกัน หรือพลเมืองใช้ร่วมกันเมื่อไหร่ ย่อมต้องเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดิน นี่คือเหตุผลว่าทำไมคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่ดิน จึงตัดสินว่า ในการอุทิศที่ดินเพื่อเป็นสาธารณสมบัตินั้น ไม่ว่าจะด้วยวาจาที่ให้ประชาชนทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือ โดยยินยอมโดยพฤติการณ์ให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่ดินแห่งนั้นไม่ว่าเดิมจะเป็นกรรมสิทธิ์ของใครก็ตามย่อมเป็น “สาธารณสมบัติของแผ่นดิน” ทันทีเปิดไทม์ไลน์ “ที่ดินชูวิทย์” กลายเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตอนไหน? ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน นายชูวิทย์​ได้ซื้อที่ดินจากบริษัทไฟแนนซ์ ทิสโก้ บริเวณติดถนนสุขุมวิทซอย 10 และขับไล่ผู้ที่ทำบาร์เบียร์อย่างอุกอาจมาก เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2546 มีการนำชายฉกรรจ์นับร้อยคนพร้อมรถแบ็กโฮรื้อบาร์เบียร์จำนวน 60 ร้านในบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ต่อมาตำรวจดำเนินคดี อัยการส่งฟ้องศาลอาญากรุงเทพใต้ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ นับตั้งแต่มีการดำเนินคดี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ได้ปรับที่ดินตรงนั้นมาเป็น “สวนสาธารณะ”ให้ประชาชนได้ใช้ฟรี เพื่อปรับภาพลักษณ์ตัวเองประการหนึ่ง และใช้ประโยชน์ในการบรรเทาโทษต่อศาลฎีกาด้วยเป็นอีกประการหนึ่ง ถ้าหากดูภาพแผนภาพ Timeline ข้อความสี่เหลี่ยมสีแดง คือ ไทม์ไลน์จุดสำคัญที่พิสูจน์ได้ว่าที่ดินแห่งนี้ ได้ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปตั้งแต่ วันที่ 24 ธันวาคม 2548 หรือเมื่อ 18 ปี มาแล้ว!หากกล่าวโดยสรุปแล้วมีเหตุการณ์มากถึง 5 เหตุการณ์ ที่นายชูวิทย์ได้พูดถึงการเสียสละที่ดินให้เป็นสวนสาธารณะ ทั้งโดยวาจา คำให้การต่อศาลฎีกา บทความที่เผยแพร่สาธารณะ และโดยพฤติการณ์ ดังนี้โดยวาจา - ในวันเปิด “สวนชูวิทย์” เมื่อ วันที่ 24 ธันวาคม 2548 นายชูวิทย์ระบุชัดเจนว่าได้เสียสละที่ดินให้ใช้ประโยชน์เป็นสวนสาธารณะ เพื่อเป็นปอดของ กทม.

และให้ประชาชนสามารถใช้ได้ฟรี โดยไม่ได้มีการระบุระยะเวลาด้วย“ยืนยันว่าที่ดินตรงนี้เป็นของผมและตระกูลกมลวิศิษฏ์ แต่ขอเสียสละให้เป็นสวนของ กทม. ผมเคยบอกจะสร้างสวนสาธารณะให้เป็นปอดของ กทม. ต้องการให้เป็นตัวอย่างกับคนที่มีเงินเป็นแสน ๆ ล้านบาท ว่าตายไป เอาอะไรไปไม่ได้ เหรียญบาทเงินปากผี สัปเหร่อยังเอาไปเลย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยวางแผนจะใช้พื้นที่นี้สร้างโรงแรมระดับสี่ดาว และจ่ายค่าออกแบบไปแล้ว 30 ล้านบาท แต่ก็ยกเลิกโครงการไปแล้ว” ข้างต้น เป็นคำปราศรัยแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนมากว่าเป็นการเสียสละที่ดินโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเวลา ถึงกับบอกว่าทรัพย์สินตายไปเอาอะไรไปไม่ได้ “ผมยังเก็บคลิปเสียงคุณชูวิทย์เมื่อเกือบ 17 ปีที่แล้วไว้ด้วย ถ้าคุณจำไม่ได้ หรือปฏิเสธว่าไม่ได้พูด ผมจะเอาไปเปิดในศาลเมื่อเรื่องนี้ถึงศาล”นายสนธิกล่าว การเสียสละที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะแม้จะด้วยวาจาแต่ก็จะมีผลทันที เหตุการณ์นี้เทียบเคียงได้กับ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2555 ที่ระบุว่า การอุทิศด้วยวาจามีผลตามกฎหมายสมบูรณ์ และการอุทิศที่ดินมีผลทันทีโดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์อีกตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4377/2559โดยคำให้การต่อศาลฎีกาของนายชูวิทย์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558 โดยเปลี่ยนคำให้การมารับสารภาพ แล้วอ้างเรื่อง “ที่ดิน” ซึ่งเป็น “ที่ดินพิพาท” ว่า ได้ดำเนินการให้เป็นสวนสาธารณะทั่วไป ยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารสูง และจะทำต่อไป เพื่อแสดงความสำนึกผิด การยื่นเอกสารครั้งนั้นทำให้ศาลฎีกาเลื่อนการอ่านคำพิพากษาในวันเดียวกันนั้นไปอีก 3 เดือนเศษ คือ วันที่ 28 มกราคม 2559 นายสนธิได้แสดงเอกสารสำคัญ เป็น “คำให้การรรับสารภาพของนายชูวิทย์” ที่ยื่นต่อศาลฎีกา เป็นเอกสารประกอบสำนวนคำพิพากษาที่มีเป็นร้อย ๆ กล่อง มีเพียงรายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ที่เดียวที่ได้มา แม้แต่กรุงเทพมหานครก็ยังไม่มี“ภายหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 129 ก็ได้สำนึกผิดอย่างมากจึงได้ล้มเลิกโครงการสุขุมวิท 10 ตามเจตนาเดิมซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นหาก สามารถทำได้สำเร็จก็จะทำให้จำเลยที่ 129 ได้รับรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท “แต่จำเลยที่ 129 รู้สำนึกอย่างแท้จริงทั้งที่บาร์เบียร์ตามแผนเดิมทั้งหลายถูกหรือถอนเป็นพื้นที่ว่างเปล่าแล้ว และสามารถก่อสร้างโครงการสุขุมวิท 10 ได้โดยทันที “แต่จำเลยที่ 129 ก็ไม่ทำโครงการต่อ โดยยอมทิ้งผลประโยชน์มูลค่ากว่า 1,000 ล้าน และยังได้นำเงินส่วนตัวมาลงทุนก่อสร้างสวนสาธารณะชื่อสวนชูวิทย์ด้วยเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาทโดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ดังเช่นสวนสาธารณะทั่วไปและเป็นปอดใจกลางกรุงเทพมหานคร “ซึ่งประชาชนก็ได้ใช้ประโยชน์เรื่อยมาตั้งแต่สร้างเสร็จจนถึงปัจจุบันแล้วการดูแลรักษาสวนชูวิทย์ดังกล่าวแต่ละเดือนโดยรวมประมาณปีละ 828,000 บาทตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบันปี 2558 รวมระยะเวลา 10 ปีเป็นเงินประมาณ 8,280,000 บาทโดยไม่มีรายได้แม้แต่น้อยเป็นการชดเชยและแสดงถึงความสำนึกในการกระทำความผิดบนที่ดินแปลงดังกล่าวอย่างแท้จริง “ซึ่งปัจจุบันจำเลยที่ 129 ก็ยังให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สาธารณะจากสวนชูวิทย์ และจะทำต่อไปเพื่อแสดงความสำนึกผิดในการกระทำของตนเองที่กระทำต่อผู้อื่นและละเมิดกฎหมายของรัฐ ... ” และยังก่อสร้างสวนชูวิทย์เป็น “สวนสาธารณะทั่วไป” และเป็น “ปอดใจกลางกรุงเทพมหานคร”คำ 2 คำนี้ แสดงให้เห็นการให้ใช้ประโยชน์สาธารณะชัดเจน จึงเป็นการยกที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว คำให้การนี้ยังยืนยันด้วยจะทำ “ต่อไป” จึงเท่ากับไม่ได้กำหนดระยะเวลาด้วยเช่นกัน และไม่ได้เป็นอย่างที่นายชูวิทย์อ้างว่ายื่นต่อศาลว่าจะให้เป็นสวนสาธารณะแค่ 12 ปี ซึ่งเป็นคำโกหก เพราะในข้อเท็จจริงก็คือ นายชูวิทย์พอถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก แต่ให้ลดโทษจากจำคุก 5 ปี เหลือ 2 ปี เมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2559 ก็ติดคุกจริงไม่ถึงปี ได้ออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 พอได้รับอิสรภาพ นายชูวิทย์ก็ออกลายทันที ภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว หลังออกจากเรือนจำ ก็ดำเนินการ “ปิดสวนชูวิทย์” ในวันที่ 30 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ แม้นายชูวิทย์จะปิดสวนไปและพยายามเอาที่ไปทำธุรกิจต่อ โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของตัวเอง แต่คำให้การในการอุทิศที่ดินต่อศาลฎีกาได้มีบันทึกเอาไว้อย่างชัดเจน จึงมีผลตามกฎหมายโดยสมบูรณ์อีกเช่นกัน และการอุทิศที่ดินเป็นที่สาธารณะไม่อาจสูญสิ้นไปอ้างอิงจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19662-19664/2557 ระบุ วันที่ 29ธันวาคม 2558 ภายหลังจากคุณชูวิทย์ ได้ยื่นคำให้การใหม่ต่อศาล เป็น รับสารภาพ ได้เยียวยาผู้เสียหายแล้ว และ ได้นำที่ดินเป็นสวนสาธารณะโดยไม่ได้กำหนดระยะเวลา ศาลได้บันทึกในคำพิพากษาเหตุในการลดโทษจาก 5 ปี เหลือ 2 ปี ไม่ใช่เพราะเป็นคำให้การใหม่มารับสารภาพในชั้นศาลฎีกา แต่มาจากการได้เยียวยาผู้เสียหายไปจำนวนหนึ่งแล้ว กับเหตุผลเพราะมีการนำที่ดินมาเป็นสวนสาธารณะ โดยศาลฎีกาได้พิพากษาในการลดโทษอันมีเหตุมาจากที่ดินที่ยื่นคำให้การ ดังนี้ “นอกจากนี้ยังปรากฏว่าจำเลยที่ 129 นำที่ดินพิพาทมาก่อสร้างเป็น สวนสาธารณะ ให้ประชาชนใช้พักผ่อน ไม่ได้นำที่ดินพิพาทไปก่อสร้างศูนย์การค้าย้อนยุคเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ตามที่ตั้งใจไว้ ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายและรายได้จำนวนมาก บ่งบอกว่าจำเลยที่ 129 และฝ่ายจำเลยรู้สำนึกผิดที่ได้กระทำไป “ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ร่วมกันกระทำผิดโดยจำคุกคนละ 5 ปีนั้น จึงหนักเกินไป เห็นควรกำหนดโทษใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดี” หลังจากยื่นคำให้การไปแล้ว วันที่ 28 ตุลาคม 2558 นายชูวิทย์ยังได้ยื่นเอกสารท้ายคำแถลงเพิ่มเติม เต็มไปด้วยแผนที่ภาพถ่าย ของสวนสาธารณะ เพราะฉะนั้น การที่ศาลฎีกาลดโทษจากศาลอุทธรณ์ส่วนหนึ่งจึงมาจากการนำที่ดินซึ่งพิพาทมาก่อสร้างเป็น “สวนสาธารณะ” ในคำพิพากษาศาลฎีกา โดยระบุว่าในคำให้การของคุณชูวิทย์ว่าเป็น “สวนสาธารณะทั่วไป” ย่อมมีสถานภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และเนื่องจากคำให้การในการยื่นเรื่องที่ดินให้เป็นสวนสาธารณะนี้ไม่ได้กำหนดระยะเวลา จึงย่อมเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินไปแล้ว ไม่สามารถนำกลับมาคืนได้- บทความเผยแพร่สาธารณะ เขียนโดยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์เอง โดยภายหลังจากที่นายชูวิทย์ ติดคุกตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2559 ก็ได้เลื่อนชั้นนักโทษ ได้รับการลดโทษและพระราชทานอภัยโทษตามลำดับ จนได้รับการปล่อยตัวเมื่อ วันที่ 17 ธันวาคม 2559 พ้นโทษมาไม่ถึง 1 เดือนก็มาเขียนบทความใน มติชนสุดสัปดาห์ฉบับวันที่ 25 มกราคม 2560 ในหัวข้อเรื่อง บทความพิเศษ : เรียนรู้คุก“แม้ว่าศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาตัดสินจำคุก 5 ปี คำรับสารภาพของผมแม้ว่าศาลฎีกาจะไม่รับพิจารณา แต่ก็ได้ลดโทษจาก 5 ปี เหลือ 2 ปี เหตุเพราะผมสำนึกผิด “และได้พยายามเยียวยาโดยนำเอาที่ดินมูลค่ามหาศาลทำเป็นสวนสาธารณะปลูกต้นไม้ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนสามารถเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางตึกสูงระฟ้า ทั้งโรงแรม สำนักงานล้อมรอบแทนที่จะนำที่ดินมาทำประโยชน์หาผลตอบแทนทางธุรกิจ”

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

MGROnlineLive /  🏆 39. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

“ทอม เครือโสภณ” ขอขมาสนธิ ยอมรับไลฟ์สดโกหก อ้างฉลองแชมเปญกับทักษิณ“ทอม เครือโสภณ” ขอขมาสนธิ ยอมรับไลฟ์สดโกหก อ้างฉลองแชมเปญกับทักษิณนักธุรกิจชื่อดัง 'ทอมเครือโสภณ' โพสต์จดหมายเปิดผนีก กราบขอขมา 'สนธิ ลิ้มทองกุล' กล่าวหาว่าได้ประโยชน์จากใบอนุญาตทีวี และเคยยกแก้วเลี้ยงฉลองแชมเปญกับทักษิณ ยอมรับกล่าวลอยๆ ขึ้นมาเอง ขาดความรอบคอบ และไม่เช็กก่อนพูดออกไป
Read more »

กทม.ตั้งคกก.ตรวจสอบ “สวนชูวิทย์” เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกทม.ตั้งคกก.ตรวจสอบ “สวนชูวิทย์” เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายวันที่ 30 มี.ค.2566 ที่ศาลาว่าการ กทม.ดินแดง นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีการตรวจสอบสวนชูวิทย์ ว่า กทม.ทราบข้อมูลจากสื่อมวลชนว่าที่ดินบริเวณสวนชูวิทย์ เจ้าของได้ให้เงื่อนไขไว้ต่อศาลว่าจะยกที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นสวนสาธารณะ เพื่อประชาชนใช้สอยร่วมกัน แต่ กทม.ได้ออกใบอนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารในบริเวณดังกล่าวซึ่งขัดต่อกฎหมาย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงได้มอบหมายให้ปลัดกรุงเทพมหานครเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักการโยธา สำนักงานกฎหมายและคดี และกองรายได้ สำนักการคลัง เข้าร่วมประชุมหรือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นควรดำเนินการ ดังนี้ 1.ให้สำนักการโยธา
Read more »

ปลัดกทม.ตั้งกก.สอบละเอียดยิบ 'สวนชูวิทย์' หวังประชาชนกระจ่างใจ ยัน เป็นธรรมทุกฝ่ายปลัดกทม.ตั้งกก.สอบละเอียดยิบ 'สวนชูวิทย์' หวังประชาชนกระจ่างใจ ยัน เป็นธรรมทุกฝ่ายปลัดกทม.ตั้งกรรมการสอบละเอียดยิบ สวนชูวิทย์ หวังประชาชนกระจ่างใจ ยัน เป็นธรรมทุกฝ่าย via MatichonOnline
Read more »

กทม. ตั้งกรรมการสอบ 'สวนชูวิทย์-ที่แสนสิริ' เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่กทม. ตั้งกรรมการสอบ 'สวนชูวิทย์-ที่แสนสิริ' เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่ปลัดกทม. สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณี “สวนชูวิทย์” เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่ และเร่งออกหนังสือแจ้งกรณี 'แสนสิริ' ยกเลิกเก็บค่าผ่านทาง พร้อมยืนยันกทม. เตรียมพร้อมสนับสนุนจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ในสัปดาห์หน้า SPRiNG SpringNews สวนชูวิทย์
Read more »

กทม. ตั้ง คกก. ตรวจสอบ 'สวนชูวิทย์' เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่กทม. ตั้ง คกก. ตรวจสอบ 'สวนชูวิทย์' เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่ปลัดกรุงเทพมหานคร แถลง ตั้ง คกก.ตรวจสอบ กรณี 'สวนชูวิทย์' เป็นที่ดินสาธารณะหรือไม่ ยืนยัน กทม. เตรียมพร้อมรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่กรุงเทพฯ
Read more »

สวนข้าใครอย่าแตะ!!! ไม่ใช่แค่จุดสลบแต่คือ “จุดล้มละลายชูวิทย์”สวนข้าใครอย่าแตะ!!! ไม่ใช่แค่จุดสลบแต่คือ “จุดล้มละลายชูวิทย์”ที่ดินย่านถนนสุขุมวิท หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนชูวิทย์” ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่มูลค่านับหมื่นล้านในชื่อ “เทนธ์ อเวนิว”
Read more »



Render Time: 2026-04-02 13:10:50