หากเอ่ยชื่อ “รางวัลวารสารศาสตราธร” ซึ่งในปีนี้จะมีอายุเพียง 4 ปี อาจรู้สึกว่าเป็น “รางวัลน้องใหม่” แต่ถ้าบอกว่าจัดตั้งและมอบโดยคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันผู้บุกเบิกการศึกษาด้านสื่อสารมวลชนแห่งแรกของประเทศไทย
CEO ของ GMMTV เจ้าของฉายา"เจ้าพ่อซีรีส์วายเมืองไทย" ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้อุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยโด่งดังไปทั่วเอเชีย และแจ้งเกิดดาวดวงใหม่หลายคน ส่วนรางวัลสาขาจิตอาสา ได้แก่ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Choojai & Friends ครีเอทีฟเอเจนซี่ที่มุ่งสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสังคม และสอดแทรกคุณค่าดีๆ ให้กับสังคม พร้อมส่งต่อความคิดนี้ไปยังพนักงานรุ่นใหม่ด้วยการปลูกฝัง “DNA ชูใจ” เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืนต่อไป และInfluencer ผู้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นกระบอกเสียงให้แก่ผู้พิการด้วยกัน และใช้ความสามารถในการสื่อสารสะท้อนให้ครอบครัวยอมรับในการเลี้ยงดูลูกผู้พิการอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นที่ยอมรับของสังคมก้าวต่อไปของ “รางวัลวารสารศาสตราธร” ในปี 2568 ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลเท่านั้นแต่ยังเป็นการ “ตอกหมุด” ย้ำบทบาทของสื่อที่ดีในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นผู้ส่งสารได้ ปีนี้ รางวัลจะกลับมาอีกครั้งพร้อมพิธีประกาศเกียรติคุณที่ยิ่งใหญ่ภายใต้โอกาสครบรอบ 71 ปีของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของคนสื่อผู้ใช้พลังแห่งการสื่อสารสร้างสรรค์อย่างมีจริยธรรมในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 มาดูกันว่า “โฉมหน้าของคนสื่อ” ผู้ขับเคลื่อนวงการด้วยหลักคุณธรรมและความรับผิดชอบภายใต้มาตรวัดแห่งความน่าเชื่อถือรางวัลวารสารศาสตราธรไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งเกียรติยศของคนสื่อแต่มันคือ “มาตรวัดของยุค” ที่ชี้ให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือคือทุนที่มีค่าที่สุดในโลกแห่งการสื่อสารและทุกปีที่รางวัลนี้ยังคงอยู่ คือการประกาศให้โลกรู้ว่า วิชาชีพสื่อไทย…ยังไม่เคยหยุดพัฒนา.
CEO ของ GMMTV เจ้าของฉายา"เจ้าพ่อซีรีส์วายเมืองไทย" ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้อุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยโด่งดังไปทั่วเอเชีย และแจ้งเกิดดาวดวงใหม่หลายคน ส่วนรางวัลสาขาจิตอาสา ได้แก่ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Choojai & Friends ครีเอทีฟเอเจนซี่ที่มุ่งสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสังคม และสอดแทรกคุณค่าดีๆ ให้กับสังคม พร้อมส่งต่อความคิดนี้ไปยังพนักงานรุ่นใหม่ด้วยการปลูกฝัง “DNA ชูใจ” เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืนต่อไป และInfluencer ผู้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นกระบอกเสียงให้แก่ผู้พิการด้วยกัน และใช้ความสามารถในการสื่อสารสะท้อนให้ครอบครัวยอมรับในการเลี้ยงดูลูกผู้พิการอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นที่ยอมรับของสังคมก้าวต่อไปของ “รางวัลวารสารศาสตราธร” ในปี 2568 ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลเท่านั้นแต่ยังเป็นการ “ตอกหมุด” ย้ำบทบาทของสื่อที่ดีในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นผู้ส่งสารได้ ปีนี้ รางวัลจะกลับมาอีกครั้งพร้อมพิธีประกาศเกียรติคุณที่ยิ่งใหญ่ภายใต้โอกาสครบรอบ 71 ปีของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของคนสื่อผู้ใช้พลังแห่งการสื่อสารสร้างสรรค์อย่างมีจริยธรรมในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 มาดูกันว่า “โฉมหน้าของคนสื่อ” ผู้ขับเคลื่อนวงการด้วยหลักคุณธรรมและความรับผิดชอบภายใต้มาตรวัดแห่งความน่าเชื่อถือรางวัลวารสารศาสตราธรไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งเกียรติยศของคนสื่อแต่มันคือ “มาตรวัดของยุค” ที่ชี้ให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือคือทุนที่มีค่าที่สุดในโลกแห่งการสื่อสารและทุกปีที่รางวัลนี้ยังคงอยู่ คือการประกาศให้โลกรู้ว่า วิชาชีพสื่อไทย…ยังไม่เคยหยุดพัฒนา
