ข้อมูลวิจัยสหรัฐเผย ฉีดวัคซีน mRNA มาก เพิ่มเสี่ยงติดโควิดซ้ำ สธ.ชี้แจงกระจ่างเชื่อถือได้มากแค่ไหน? TNN TNNThailand TNNช่อง16 TNNONLINE
ข้อมูลวิจัยสหรัฐเผย ฉีดวัคซีน mRNA มาก เพิ่มเสี่ยงติดโควิดซ้ำ สธ.ชี้แจงกระจ่างเชื่อถือได้มากแค่ไหน? วันนี้ จากกรณีมีข่าวรายงานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ ระบุเรื่องการรับวัคซีน mRNA หลายครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงติดโรคโควิด-19 นพ.
รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง ในฐานะประธานคณะกรรมการประมวลสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากการตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลงานวิจัยของแผนกโรคติดเชื้อ คลีฟแลนด์คลินิก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังไม่ได้รับการประเมินรับรองจากผู้เชี่ยวชาญก่อนการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ และยังไม่ได้รับการยอมรับให้เผยแพร่ตามมาตรฐานวิชาการ นพ.รุ่งเรือง กล่าวต่อว่า ประเด็นที่พบ เป็นเพียงการนำเสนอจากข้อมูลที่มีอยู่ ขาดการวิเคราะห์และสรุปข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลด้านระบาดวิทยาที่สำคัญ พฤติกรรมเสี่ยง พฤติกรรมการป้องกันโรค และประวัติการติดเชื้อร่วมกับการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ เนื่องจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ หรือการติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งสำคัญคือ ต้องร่วมกับพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดีในการป้องกันโรค เช่น การสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ หรือที่มีผู้คนแออัดจำนวนมาก การล้างมือ และการเว้นระยะห่าง ดังนั้นผลงานวิจัยดังกล่าว จึงขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก "ข้อมูลงานวิจัยดังกล่าว ไม่สามารถนำมาใช้กับไทยได้ เนื่องจากมีความแตกต่างกันในด้านสถานการณ์ มาตรการป้องกันควบคุมโรค ด้านระบาดวิทยา และพฤติกรรมสุขภาพของประชากร โดยสหรัฐฯ ไม่ได้เน้นมาตรการ เช่น การสวมหน้ากากอนามัยเหมือนไทย รวมถึงระบบการรักษาพยาบาล การควบคุมโรค และสายพันธุ์ของเชื้อที่ระบาดมีความแตกต่างกัน อีกทั้งผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นมากกว่า 3 เข็ม ในสหรัฐฯ เป็นกลุ่มผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง จึงมีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการฉีดเข็มกระตุ้น" นพ.รุ่งเรือง กล่าว นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ผลการศึกษาดังกล่าว มีประโยชน์ในแง่สนับสนุนให้มีการศึกษาเพิ่มเติม เรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นอย่างรอบด้านมากขึ้น เพื่อเป็นข้อสรุปที่สำคัญในการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว เช่น จำนวนเข็มกระตุ้นที่เหมาะสม ระยะห่างการฉีดเข็มกระตุ้นที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด เช่นเดียวกับกรณีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ที่ปัจจุบันแนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว สตรีตั้งครรภ์ และเด็ก ทั้งนี้ ข้อมูลทางวิชาการที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก คือ วัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นรวมอย่างน้อย 4 เข็ม หากเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือน ต้องฉีดเข็มกระตุ้น ตามข้อแนะนำด้านวิชาการในปัจจุบันของไทย
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
สธ. เผย งานวิจัยอเมริกาชี้ฉีดวัคซีน mRNA เพิ่มความเสี่ยงติดโควิด ไม่น่าเชื่อถือ-ยังไม่ถูกยอมรับนพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิระดับ 11) ในฐานะประธานคณะกรรมการ MIU กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากกรณีรายงานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ระบุเรื่องการรับวัคซีน mRNA หลายครั้ง เพิ่มความเสี่ยงติดโรคโควิด 19 ซ้ำนั้น
Read more »
สธ. แจงข้อมูลฉีดวัคซีน mRNA เพิ่มความเสี่ยงติดโควิด ใช้กับไทยไม่ได้สธ. แจงข้อมูลฉีดวัคซีน mRNA เพิ่มความเสี่ยงติดโควิด ใช้กับไทยไม่ได้ ย้ำวัคซีนโควิดช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน จึงขอเชิญชวนประชาชนให้ฉีดวัคซีนโควิด เข็มกระตุ้นทุก 4 เดือน
Read more »
อย่าเชื่อ! ฉีดวัคซีน mRNA มาก เพิ่มความเสี่ยงติดโควิดซ้ำ : อินโฟเควสท์นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง ในฐานะประธานคณะกรรมการประมวลสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) (MIU) กล่าวถึงกรณีมีข่าวรายงานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ ระบุเรื่องการรับวัคซีน mRNA หลายครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงติดโรคโควิด-19 ซ้ำ ว่า จากการตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลงานวิจัยของแผนกโรคติดเชื้อ คลีฟแลนด์คลินิก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังไม่ได้รับการประเมินรับรองจากผู้เชี่ยวชาญก่อนการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ และยังไม่ได้รับการยอมรับให้เผยแพร่ตามมาตรฐานวิชาการ นพ.รุ่งเรือง กล่าวต่อว่า ประเด็นที่พบ เป็นเพียงการนำเสนอจากข้อมูลที่มีอยู่ ขาดการวิเคราะห์และสรุปข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลด้านระบาดวิทยาที่สำคัญ พฤติกรรมเสี่ยง พฤติกรรมการป้องกันโรค และประวัติการติดเชื้อร่วมกับการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ เนื่องจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ หรือการติดเชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งสำคัญคือ ต้องร่วมกับพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดีในการป้องกันโรค เช่น การสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ หรือที่มีผู้คนแออัดจำนวนมาก การล้างมือ และการเว้นระยะห่าง ดังนั้นผลงานวิจัยดังกล่าว จึงขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก “ข้อมูลงานวิจัยดังกล่าว ไม่สามารถนำมาใช้กับไทยได้ เนื่องจากมีความแตกต่างกันในด้านสถานการณ์ มาตรการป้องกันควบคุมโรค ด้านระบาดวิทยา และพฤติกรรมสุขภาพของประชากร โดยสหรัฐฯ ไม่ได้เน้นมาตรการ เช่น การสวมหน้ากากอนามัยเหมือนไทย รวมถึงระบบการรักษาพยาบาล การควบคุมโรค […]
Read more »
สธ.โต้ฉีดวัคซีน mRNA มาก เพิ่มความเสี่ยงติดโควิด ชี้ยังขาดความน่าเชื่อถือ
Read more »
สธ. แจง วิจัยสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนบ่อยเพิ่มความเสี่ยงติดโควิด ขาดความน่าเชื่อถือใช้กับไทยไม่ได้สธ. แจง วิจัยสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนบ่อยเพิ่มความเสี่ยงติดโควิด ขาดความน่าเชื่อถือใช้กับไทยไม่ได้ อ่านต่อที่ : PPTVHD36 วิจัยสหรัฐ โควิด โควิด19 โอมิครอน กระทรวงสาธารณสุข วัคซีนmRNA
Read more »
สธ.โต้งานวิจัยฉีด mRNA บ่อยเสี่ยงติดโควิดกว่าเดิม ขาดความน่าเชื่อถือ - ข่าวสดสธ.แจงข้อมูลวิจัยฉีดวัคซีน mRNA หลายครั้ง เพิ่มเสี่ยงติด “โควิด” ขาดความน่าเชื่อถือ ยังไม่ถูกยอมรับ และนำมาใช้กับไทยไม่ได้ ย้ำอย่างน้อย 4 เข็ม ห่าง 4 เดือน
Read more »
