กว่า 1 เดือนของการสู้รบในรัฐคะเรนนี ประเทศเมียนมา ทำให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 230,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 9,000 คน ทะลักเข้ามายังชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน รัฐคะเรนนีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กองทัพเมียนมาต้องเข้ายึดครองให้ได้ ท่ามกลางการต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มชาติพันธุ์
กลุ่มชาติพันธุ์คะเรนนีมีแนวคิดต้องการการปกครองในรูปแบบสหพันธรัฐเช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในเมียนมา รัฐคะเรนนีในอดีตจึงเกิดเหตุการณ์สู้รบกับกองทัพเมียนมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2555 กองทัพแห่งชาติคะเรนนี หรือ KNPP ลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลเมียนมา และสามารถรักษาเสถียรภาพมาได้ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา แต่การรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2564 โดย พล.
อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ได้ทำลายข้อตกลงการหยุดยิงและจุดประกายกระแสการปฏิวัติในหมู่ชาวคะเรนนี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่หันมาจับอาวุธและเข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์ประชาชน กลุ่มติดอาวุธเกิดใหม่ที่มีจุดประสงค์โค่นล้มและต่อต้านคณะรัฐประหาร จากบทวิเคราะห์ของไมเคิล มอร์แกน สถาบันระหว่างประเทศสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาด้านยุทธศาสตร์ หรือ IISS ระบุว่า ท่ามกลางความรู้สึกต่อต้านคณะรัฐประหารและรัฐบาลทหารของพล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่ายที่เพิ่มมากขึ้น ทาง KNPP ได้จัดหาอาวุธและฝึกอบรมกองกำลัง PDF ที่ก่อตั้งขึ้นโดยเยาวชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ในรัฐคะเรนนี ในเวลาต่อมา ทางกลุ่ม PDF เข้าร่วมต่อสู้กับกองกำลังป้องกันแห่งชาติคะเรนนีหรือ KNDF ทำให้ KNDF กลายเป็นหนึ่งในขบวนการติดอาวุธที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารIISS ประมาณการณ์ว่าสมรภูมิในรัฐคะเรนนี มีกำลังพลของฝ่ายทหารเมียนมาประมาณ 10,000 คน โดยในจำนวนนี้มีกองทัพแห่งชาติปะโอรวมอยู่ด้วย ขณะที่ กลุ่มต่อต้านมีกำลังพลประมาณ 12,100 คน จาก กองกำลังหลักๆ 3 กลุ่ม คือ KNPP, KNDF และ PDF แต่ในจำนวนนี้มีเพียง 5,500 คนเท่านั้นที่เป็นกำลังพลติดอาวุธระบุว่า หลังการรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 กองทัพเมียนมาภายใต้การบริหารของสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมา เปิดยุทธการโจมตีในรัฐคะเรนนีอย่างหนักโดยเฉพาะที่เมืองลอยก่อ เมืองหลวงของรัฐคะเรนนี และเมืองเดมอโส่ เมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของรัฐคะเรนนี แต่ในท้ายที่สุด ผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้าม กองทัพเมียนมาไม่สามารถกวาดล้างฝ่ายต่อต้านและไม่สามารถยึดครองพื้นที่ได้สำเร็จ จึงหันมาใช้ยุทธวิธีเข้าควบคุมถนนสายหลักภายในรัฐคะเรนนีตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อตัดตอนการส่งอาวุธ อาหาร ข้าว และยารักษาโรคไปยังกลุ่มติดอาวุธของฝ่ายต่อต้าน ด้วยความคาดหวังว่าฝ่ายต่อต้านจะอ่อนกำลังลงและพ่ายแพ้ไปในที่สุดให้ความเห็นว่า ทุกพื้นที่ในรัฐคะเรนนีคือจุดยุทธศาสตร์ของฝ่ายต่อต้าน แต่ดูเหมือนว่าในขณะนี้ กองทัพเมียนมาพยายามเข้ายึดครองพื้นที่หมู่บ้านเมเซซึ่งอยู่ติดกับ อ.แม่สะเรียงและ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากพ่ายแพ้และสูญเสียพื้นที่ตรงจุดนี้ไปเกือบทั้งหมด อีกประเด็นหนึ่งที่เขาเน้นย้ำคือ ถ้าหากกองทัพเมียนมาเข้ายึดครองพื้นที่แนวชายแดนระหว่างรัฐคะเรนนีกับไทยได้ นั่นหมายถึงทาง SAC จะสามารถควบคุมการค้าแนวชายแดน และตัดเส้นทางลำเลียงสิ่งของ รวมถึงยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่ฝ่ายต่อต้านหาซื้อจากฝั่งไทยนอกจากนี้ ทางกองทัพเมียนมายังพยายามเข้ายึดครองพื้นที่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรัฐคะเรนนีกับรัฐฉาน และรัฐคะเรนนีกับรัฐกะเหรี่ยง ท่ามกลางการตรึงกำลังอย่างหนักของฝ่ายต่อต้าน ทำให้กองทัพเมียนมายังไม่สามารถเข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าวได้ น่าสนใจว่า ทั้งไมเคิล จาก IISS และ เน เน โพ จาก CTER วิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ด้วยตำแหน่งของรัฐคะเรนนีที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงเนปิดอว์ ทำให้กองทัพเมียนมาและฝ่ายต่อต้านต่างต้องการยึดพื้นที่นี้เป็นฐานที่มั่นให้ได้ หากเดินทางโดยรถยนต์จากเมืองลอยก่อของรัฐคะเรนนี กองกำลังต่อต้านกองทัพเมียนจะใช้เวลาเคลื่อนพลไปยังเมืองหลวงเนปิดอว์ได้ภายในเวลา 5 ชั่วโมง และรัฐคะเรนนีเองยังเป็นฐานยิงที่มีศักยภาพโจมตีเมืองเนปิดอว์ หากกลุ่มต่อต้านมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพมากพอ ที่ตั้งของรัฐคะเรนนียังเป็นจุดเชื่อมโยงกับฐานที่มั่นฝ่ายต่อต้านกองทัพเมียนมาทางใต้ในรัฐกะเหรี่ยงและทางเหนืออย่างรัฐฉานได้ ดังนั้น หากกองทัพเมียนมาเข้าควบคุมพื้นที่รัฐคะเรนนีได้ ทาง SAC จะได้เปรียบในทางยุทธศาสตร์ทันที ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชนชาติพันธุ์ในรัฐกะเหรี่ยงและรัฐฉานด้วยเช่นกันเน เน โพ จาก CTER แสดงความกังวลใจต่อยุทธการการสู้รบของกองทัพเมียนมาที่ใช้ยุทธวิธีโจมตีทางภาคพื้นและทางอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์คริสต์ และคลินิกเคลื่อนที่ภาพความเสียหายจากการโจมตีของ SAC ภายในรัฐคะเรนนี ภาพจาก Poe Reh / CTERภาพความเสียหายจากการโจมตีของ SAC ภายในรัฐคะเรนนี ภาพจาก Poe Reh / CTER ทหารเมียนมาโจมตีชาวบ้านในลักษณะการลงโทษแบบเหมารวม โดยกล่าวหาว่าชาวบ้านให้การสนับสนุนกองกำลังฝ่ายต่อต้านฯ พวกเขาพยายามทำลายทุกอย่างที่ชาวบ้านสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน โรงเรียน โบสถ์ และคลินิก เพราะถ้าหากเราไม่สามารถดำรงชีวิตได้ นั่นหมายความว่าพวกเราจะไม่มีทางอยู่รอด ผู้ประสานงานจาก CTER กล่าวต่อว่า การโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินคือสิ่งที่ชาวคะเรนนีหวาดกลัวมากที่สุด เพราะเครื่องบินมักเข้าโจมตีหมู่บ้านหรือค่ายผู้ลี้ภัยในเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านหลับสนิท และพวกเขาไม่สามารถหลบหนีการโจมตีได้ เมื่อภัยมาถึงตัว ไม่ใช่ทุกหมู่บ้านที่มีหลุมหลบภัย บางครั้งสะเก็ดระเบิดชิ้นเล็กๆ ที่ทะลุเข้ามา ก็พรากชีวิตชาวบ้านได้แล้วข้อมูลจากศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน ระบุว่า ล่าสุด มีผู้ลี้ภัยจากรัฐคะเรนนีอย่างน้อย 9,000 คน อพยพหนีภัยการสู้รบมาอยู่ในพื้นที่แนวชายแดน 5 จุด ใน อ.แม่สะเรียง อ.ขุนยวม และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน เน เน โพ จาก CTER ประเมินว่าขณะนี้ชาวคะเรนนีกว่า 230,000 คนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศตนเอง และต้องหนีภัยการสู้รบอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยภายในรัฐคะเรนนี รวมถึงชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทยภาพค่ายผู้ลี้ภัยการสู้รบภายในรัฐคะเรนนี ภาพจาก Poe Reh / CTERเมื่อสอบถามว่าผู้ลี้ภัยจากการสู้รบกว่า 9,000 คนที่เข้ามายังแนวชายแดนแม่ฮ่องสอน มาจากไหน ผู้ประสานงาน CTER บอกว่าเป็นชาวบ้านจากทุกที่ในรัฐคะเรนนีที่แสวงหาความปลอดภัย ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและทำอาชีพค้าขาย แม้ว่าทางการไทยจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอยู่แล้วก็ตาม แต่ผู้อพยพยังต้องการความช่วยเหลือผ่านการระดมทุนและการบริจาคอีกมาก จึงเป็นเรื่องท้าทายว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะบริหารพื้นที่รองรับที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างไร เนื่องจาก มีแนวโน้มว่า ผู้อพยพจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ผู้ปกครอง-นร. กว่า 100 คน ประท้วงไล่ ผอ.โรงเรียน ขับรถเฉี่ยวเด็ก ไม่รับผิดชอบผู้ปกครองและนักเรียน กว่า 100 คน รวมตัวขับไล่ ผอ.โรงเรียน จ.บุรีรัมย์ ร่ายยาวพฤติกรรมในหนังสือร้องเรียน 9 ข้อ ใช้อำนาจโดยมิชอบ แถมขับรถเฉี่ยวนักเรียน ไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย
Read more »
ชาวบ้านมะค่าปุ่ม เผาพริกเผาเกลือขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน แอบนำรถนวดข้าวไปขายชาวบ้านมะค่าปุ่ม จ.สระแก้ว กว่า 30 คน เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งและขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน แอบนำรถนวดข้าวไปขาย พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนนายอำเภอ มีคำสั่งปลดจากตำแหน่ง
Read more »
น้ำป่าหลาก-ดินถล่ม 'สบเมย' พัดบ้าน 12 หลัง ชาวบ้านตาย 1อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มพัดบ้านเรือนเสียหาย 12 หลัง สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด เนื่องจากไฟฟ้าดับมาแล้ว 4 วัน เบื้องต้น ใน ต.แม่สามแลบ มีผู้เสียชีวิต 1 คน 📌 อ่านต่อ ThaiPBS
Read more »
ครูใหม่ใจสู้ ฝ่าโคลนไปบรรจุเข้าโรงเรียน จ.แม่ฮ่องสอนครูโรงเรียนบ้านกลอเซโล ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ฝ่าดินโคลน เพื่อออกไปรับคุณครูบรรจุใหม่ 6 คน ที่กำลังจะมาสอนที่โรงเรียน
Read more »
ชาวแม่สะเรียงระดมพลต้านเหมืองแร่และโรงโม่หินผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.66 ที่โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง และอำเภอใกล้เคียง กว่า 500 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลคนแม่สะเรียงคัดค้านเหมืองแร่และโรงโม่หินแม่สะเรียง” ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยได้สวมเสื้อมีข้อความคัดค้านการทำเหมือง คัดค้านไม่เอาเหมืองแร่ ขณะที่ตัวแทนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ทั้ง ส.ส.
Read more »
