จุดยุทธศาสตร์รัฐคะเรนนี สมรภูมิที่แพ้ไม่ได้

United States News News

จุดยุทธศาสตร์รัฐคะเรนนี สมรภูมิที่แพ้ไม่ได้
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 250 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 103%
  • Publisher: 51%

กว่า 1 เดือนของการสู้รบในรัฐคะเรนนี ประเทศเมียนมา ทำให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 230,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 9,000 คน ทะลักเข้ามายังชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน รัฐคะเรนนีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กองทัพเมียนมาต้องเข้ายึดครองให้ได้ ท่ามกลางการต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มชาติพันธุ์

กลุ่มชาติพันธุ์คะเรนนีมีแนวคิดต้องการการปกครองในรูปแบบสหพันธรัฐเช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในเมียนมา รัฐคะเรนนีในอดีตจึงเกิดเหตุการณ์สู้รบกับกองทัพเมียนมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2555 กองทัพแห่งชาติคะเรนนี หรือ KNPP ลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลเมียนมา และสามารถรักษาเสถียรภาพมาได้ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา แต่การรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2564 โดย พล.

อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ได้ทำลายข้อตกลงการหยุดยิงและจุดประกายกระแสการปฏิวัติในหมู่ชาวคะเรนนี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่หันมาจับอาวุธและเข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์ประชาชน กลุ่มติดอาวุธเกิดใหม่ที่มีจุดประสงค์โค่นล้มและต่อต้านคณะรัฐประหาร จากบทวิเคราะห์ของไมเคิล มอร์แกน สถาบันระหว่างประเทศสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาด้านยุทธศาสตร์ หรือ IISS ระบุว่า ท่ามกลางความรู้สึกต่อต้านคณะรัฐประหารและรัฐบาลทหารของพล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่ายที่เพิ่มมากขึ้น ทาง KNPP ได้จัดหาอาวุธและฝึกอบรมกองกำลัง PDF ที่ก่อตั้งขึ้นโดยเยาวชนและกลุ่มคนรุ่นใหม่ในรัฐคะเรนนี ในเวลาต่อมา ทางกลุ่ม PDF เข้าร่วมต่อสู้กับกองกำลังป้องกันแห่งชาติคะเรนนีหรือ KNDF ทำให้ KNDF กลายเป็นหนึ่งในขบวนการติดอาวุธที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารIISS ประมาณการณ์ว่าสมรภูมิในรัฐคะเรนนี มีกำลังพลของฝ่ายทหารเมียนมาประมาณ 10,000 คน โดยในจำนวนนี้มีกองทัพแห่งชาติปะโอรวมอยู่ด้วย ขณะที่ กลุ่มต่อต้านมีกำลังพลประมาณ 12,100 คน จาก กองกำลังหลักๆ 3 กลุ่ม คือ KNPP, KNDF และ PDF แต่ในจำนวนนี้มีเพียง 5,500 คนเท่านั้นที่เป็นกำลังพลติดอาวุธระบุว่า หลังการรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 กองทัพเมียนมาภายใต้การบริหารของสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมา เปิดยุทธการโจมตีในรัฐคะเรนนีอย่างหนักโดยเฉพาะที่เมืองลอยก่อ เมืองหลวงของรัฐคะเรนนี และเมืองเดมอโส่ เมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของรัฐคะเรนนี แต่ในท้ายที่สุด ผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้าม กองทัพเมียนมาไม่สามารถกวาดล้างฝ่ายต่อต้านและไม่สามารถยึดครองพื้นที่ได้สำเร็จ จึงหันมาใช้ยุทธวิธีเข้าควบคุมถนนสายหลักภายในรัฐคะเรนนีตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อตัดตอนการส่งอาวุธ อาหาร ข้าว และยารักษาโรคไปยังกลุ่มติดอาวุธของฝ่ายต่อต้าน ด้วยความคาดหวังว่าฝ่ายต่อต้านจะอ่อนกำลังลงและพ่ายแพ้ไปในที่สุดให้ความเห็นว่า ทุกพื้นที่ในรัฐคะเรนนีคือจุดยุทธศาสตร์ของฝ่ายต่อต้าน แต่ดูเหมือนว่าในขณะนี้ กองทัพเมียนมาพยายามเข้ายึดครองพื้นที่หมู่บ้านเมเซซึ่งอยู่ติดกับ อ.แม่สะเรียงและ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน หลังจากพ่ายแพ้และสูญเสียพื้นที่ตรงจุดนี้ไปเกือบทั้งหมด อีกประเด็นหนึ่งที่เขาเน้นย้ำคือ ถ้าหากกองทัพเมียนมาเข้ายึดครองพื้นที่แนวชายแดนระหว่างรัฐคะเรนนีกับไทยได้ นั่นหมายถึงทาง SAC จะสามารถควบคุมการค้าแนวชายแดน และตัดเส้นทางลำเลียงสิ่งของ รวมถึงยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่ฝ่ายต่อต้านหาซื้อจากฝั่งไทยนอกจากนี้ ทางกองทัพเมียนมายังพยายามเข้ายึดครองพื้นที่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรัฐคะเรนนีกับรัฐฉาน และรัฐคะเรนนีกับรัฐกะเหรี่ยง ท่ามกลางการตรึงกำลังอย่างหนักของฝ่ายต่อต้าน ทำให้กองทัพเมียนมายังไม่สามารถเข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าวได้ น่าสนใจว่า ทั้งไมเคิล จาก IISS และ เน เน โพ จาก CTER วิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า ด้วยตำแหน่งของรัฐคะเรนนีที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงเนปิดอว์ ทำให้กองทัพเมียนมาและฝ่ายต่อต้านต่างต้องการยึดพื้นที่นี้เป็นฐานที่มั่นให้ได้ หากเดินทางโดยรถยนต์จากเมืองลอยก่อของรัฐคะเรนนี กองกำลังต่อต้านกองทัพเมียนจะใช้เวลาเคลื่อนพลไปยังเมืองหลวงเนปิดอว์ได้ภายในเวลา 5 ชั่วโมง และรัฐคะเรนนีเองยังเป็นฐานยิงที่มีศักยภาพโจมตีเมืองเนปิดอว์ หากกลุ่มต่อต้านมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพมากพอ ที่ตั้งของรัฐคะเรนนียังเป็นจุดเชื่อมโยงกับฐานที่มั่นฝ่ายต่อต้านกองทัพเมียนมาทางใต้ในรัฐกะเหรี่ยงและทางเหนืออย่างรัฐฉานได้ ดังนั้น หากกองทัพเมียนมาเข้าควบคุมพื้นที่รัฐคะเรนนีได้ ทาง SAC จะได้เปรียบในทางยุทธศาสตร์ทันที ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชนชาติพันธุ์ในรัฐกะเหรี่ยงและรัฐฉานด้วยเช่นกันเน เน โพ จาก CTER แสดงความกังวลใจต่อยุทธการการสู้รบของกองทัพเมียนมาที่ใช้ยุทธวิธีโจมตีทางภาคพื้นและทางอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล โบสถ์คริสต์ และคลินิกเคลื่อนที่ภาพความเสียหายจากการโจมตีของ SAC ภายในรัฐคะเรนนี ภาพจาก Poe Reh / CTERภาพความเสียหายจากการโจมตีของ SAC ภายในรัฐคะเรนนี ภาพจาก Poe Reh / CTER ทหารเมียนมาโจมตีชาวบ้านในลักษณะการลงโทษแบบเหมารวม โดยกล่าวหาว่าชาวบ้านให้การสนับสนุนกองกำลังฝ่ายต่อต้านฯ พวกเขาพยายามทำลายทุกอย่างที่ชาวบ้านสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน โรงเรียน โบสถ์ และคลินิก เพราะถ้าหากเราไม่สามารถดำรงชีวิตได้ นั่นหมายความว่าพวกเราจะไม่มีทางอยู่รอด ผู้ประสานงานจาก CTER กล่าวต่อว่า การโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินคือสิ่งที่ชาวคะเรนนีหวาดกลัวมากที่สุด เพราะเครื่องบินมักเข้าโจมตีหมู่บ้านหรือค่ายผู้ลี้ภัยในเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านหลับสนิท และพวกเขาไม่สามารถหลบหนีการโจมตีได้ เมื่อภัยมาถึงตัว ไม่ใช่ทุกหมู่บ้านที่มีหลุมหลบภัย บางครั้งสะเก็ดระเบิดชิ้นเล็กๆ ที่ทะลุเข้ามา ก็พรากชีวิตชาวบ้านได้แล้วข้อมูลจากศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน ระบุว่า ล่าสุด มีผู้ลี้ภัยจากรัฐคะเรนนีอย่างน้อย 9,000 คน อพยพหนีภัยการสู้รบมาอยู่ในพื้นที่แนวชายแดน 5 จุด ใน อ.แม่สะเรียง อ.ขุนยวม และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน เน เน โพ จาก CTER ประเมินว่าขณะนี้ชาวคะเรนนีกว่า 230,000 คนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศตนเอง และต้องหนีภัยการสู้รบอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยภายในรัฐคะเรนนี รวมถึงชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทยภาพค่ายผู้ลี้ภัยการสู้รบภายในรัฐคะเรนนี ภาพจาก Poe Reh / CTERเมื่อสอบถามว่าผู้ลี้ภัยจากการสู้รบกว่า 9,000 คนที่เข้ามายังแนวชายแดนแม่ฮ่องสอน มาจากไหน ผู้ประสานงาน CTER บอกว่าเป็นชาวบ้านจากทุกที่ในรัฐคะเรนนีที่แสวงหาความปลอดภัย ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและทำอาชีพค้าขาย แม้ว่าทางการไทยจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอยู่แล้วก็ตาม แต่ผู้อพยพยังต้องการความช่วยเหลือผ่านการระดมทุนและการบริจาคอีกมาก จึงเป็นเรื่องท้าทายว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะบริหารพื้นที่รองรับที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างไร เนื่องจาก มีแนวโน้มว่า ผู้อพยพจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ผู้ปกครอง-นร. กว่า 100 คน ประท้วงไล่ ผอ.โรงเรียน ขับรถเฉี่ยวเด็ก ไม่รับผิดชอบผู้ปกครอง-นร. กว่า 100 คน ประท้วงไล่ ผอ.โรงเรียน ขับรถเฉี่ยวเด็ก ไม่รับผิดชอบผู้ปกครองและนักเรียน กว่า 100 คน รวมตัวขับไล่ ผอ.โรงเรียน จ.บุรีรัมย์ ร่ายยาวพฤติกรรมในหนังสือร้องเรียน 9 ข้อ ใช้อำนาจโดยมิชอบ แถมขับรถเฉี่ยวนักเรียน ไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย
Read more »

ชาวบ้านมะค่าปุ่ม เผาพริกเผาเกลือขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน แอบนำรถนวดข้าวไปขายชาวบ้านมะค่าปุ่ม เผาพริกเผาเกลือขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน แอบนำรถนวดข้าวไปขายชาวบ้านมะค่าปุ่ม จ.สระแก้ว กว่า 30 คน เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งและขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน แอบนำรถนวดข้าวไปขาย พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนนายอำเภอ มีคำสั่งปลดจากตำแหน่ง
Read more »

น้ำป่าหลาก-ดินถล่ม 'สบเมย' พัดบ้าน 12 หลัง ชาวบ้านตาย 1น้ำป่าหลาก-ดินถล่ม 'สบเมย' พัดบ้าน 12 หลัง ชาวบ้านตาย 1อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มพัดบ้านเรือนเสียหาย 12 หลัง สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด เนื่องจากไฟฟ้าดับมาแล้ว 4 วัน เบื้องต้น ใน ต.แม่สามแลบ มีผู้เสียชีวิต 1 คน 📌 อ่านต่อ ThaiPBS
Read more »

ครูใหม่ใจสู้ ฝ่าโคลนไปบรรจุเข้าโรงเรียน จ.แม่ฮ่องสอนครูใหม่ใจสู้ ฝ่าโคลนไปบรรจุเข้าโรงเรียน จ.แม่ฮ่องสอนครูโรงเรียนบ้านกลอเซโล ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ฝ่าดินโคลน เพื่อออกไปรับคุณครูบรรจุใหม่ 6 คน ที่กำลังจะมาสอนที่โรงเรียน
Read more »

ชาวแม่สะเรียงระดมพลต้านเหมืองแร่และโรงโม่หินชาวแม่สะเรียงระดมพลต้านเหมืองแร่และโรงโม่หินผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค.66 ที่โรงเรียนอนุบาลธารทิพย์ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง และอำเภอใกล้เคียง กว่า 500 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลคนแม่สะเรียงคัดค้านเหมืองแร่และโรงโม่หินแม่สะเรียง” ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยได้สวมเสื้อมีข้อความคัดค้านการทำเหมือง คัดค้านไม่เอาเหมืองแร่ ขณะที่ตัวแทนทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ทั้ง ส.ส.
Read more »



Render Time: 2026-04-02 15:04:38