จีนเปิดประเทศ กลยุทธ์รุกในช่วงความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกถดถอย และประเทศไทยควรเตรียมรับมืออย่างไร เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยรวยกระจุกจนกระจาย
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันต้องยอมรับว่าวิกฤติโควิด-19 ได้ทำให้แรงงานในภาคบริการไทยหดหายไปจำนวนมาก ฉะนั้นกว่าที่ไทยจะสามารถกอบกู้ห่วงโซ่อุปทานของภาคการบริการให้กลับมาเหมือนเดิมอาจต้องใช้เวลาเกือบตลอดทั้งปีนี้ หรือ อย่างดีที่สุดในช่วงปลายปีนี้น่าจะพอสามารถตั้งหลักรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่จะเดินทางมาได้ “การจ้างงานภาคการท่องเที่ยวในเวลานี้มีปัญหามาก เพราะแทบหาคนไม่ได้เลย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก พนักงานโรงแรมก็หายไป พนักงานตามร้านอาหารก็หายไป ซึ่งธุรกิจเหล่านี้นอกจากต้องใช้คนจำนวนมากแล้วต้องมีคุณภาพในการให้บริการด้วย เพราะภาคบริการหัวใจสำคัญที่สุด คือ คน เพราะเมื่อให้บริการไปแล้วเป็นที่พอใจของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน” ขณะเดียวกัน นอกจากเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่ไทยน่าจะได้รับประโยชน์ คือ เม็ดเงินลงทุนจากจีน ตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นต้นไปด้วย เพราะจีนน่าจะเริ่มตั้งหลักในเรื่องการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของตัวเอง จนกลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเวลาปกติผ่านการลงทุนย้ายและขยายฐานการผลิตจากจีนไปยังประเทศเหล่านั้น โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งน่าจะกลายเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของจีน เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่า การลงทุนเรื่องห่วงโซ่อุปทานในประเทศจีนเริ่มมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ “ต้นทุนภาคการผลิตของจีนไม่ได้มีราคาถูกอีกต่อไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเริ่มมีการขยับการลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงมีการวางแผนเรื่องการยกระดับภาคการผลิตโดยการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมมากขึ้นด้วย” นอกจากภาคการผลิตแล้ว หากสังเกตให้ดี จีนได้เริ่มหันไปเพิ่มศักยภาพเรื่องภาคบริการและการบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และปฏิสัมพันธ์กับชาวโลกมากขึ้น เพื่อทำให้เกิดความคล่องตัวของการยกระดับของภาคบริการภายในประเทศจีน เพราะจีนจะหวังพึ่งพาภาคการผลิตมากๆ เช่น ในอดีตไม่ได้แล้ว“รัฐบาลต้องมีการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศให้มากที่สุด โดยเฉพาะการขจัดปัญหากลุ่มทุนจีนสีเทาทั้งหลายเพราะเมื่อเข้ามาแล้ว มักจะก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้เสมอ รวมถึงต้องบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทยและจีน หรือ พูดง่ายๆ ว่าต้องไม่เสียเปรียบจีนมากจนเกินไป อีกทั้ง ยังต้องพยายามทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศได้รับประโยชน์จากการเข้ามาของจีนให้ได้ทั่วถึงมากที่สุดให้ได้ ไม่ใช่เพียงคนส่วนน้อยที่ได้รับประโยชน์ แบบที่เรียกว่ารวยกระจุกจนกระจาย เช่นในอดีตด้วย”.
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันต้องยอมรับว่าวิกฤติโควิด-19 ได้ทำให้แรงงานในภาคบริการไทยหดหายไปจำนวนมาก ฉะนั้นกว่าที่ไทยจะสามารถกอบกู้ห่วงโซ่อุปทานของภาคการบริการให้กลับมาเหมือนเดิมอาจต้องใช้เวลาเกือบตลอดทั้งปีนี้ หรือ อย่างดีที่สุดในช่วงปลายปีนี้น่าจะพอสามารถตั้งหลักรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่จะเดินทางมาได้ “การจ้างงานภาคการท่องเที่ยวในเวลานี้มีปัญหามาก เพราะแทบหาคนไม่ได้เลย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก พนักงานโรงแรมก็หายไป พนักงานตามร้านอาหารก็หายไป ซึ่งธุรกิจเหล่านี้นอกจากต้องใช้คนจำนวนมากแล้วต้องมีคุณภาพในการให้บริการด้วย เพราะภาคบริการหัวใจสำคัญที่สุด คือ คน เพราะเมื่อให้บริการไปแล้วเป็นที่พอใจของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน” ขณะเดียวกัน นอกจากเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่ไทยน่าจะได้รับประโยชน์ คือ เม็ดเงินลงทุนจากจีน ตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นต้นไปด้วย เพราะจีนน่าจะเริ่มตั้งหลักในเรื่องการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของตัวเอง จนกลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเวลาปกติผ่านการลงทุนย้ายและขยายฐานการผลิตจากจีนไปยังประเทศเหล่านั้น โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งน่าจะกลายเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของจีน เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่า การลงทุนเรื่องห่วงโซ่อุปทานในประเทศจีนเริ่มมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ “ต้นทุนภาคการผลิตของจีนไม่ได้มีราคาถูกอีกต่อไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเริ่มมีการขยับการลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงมีการวางแผนเรื่องการยกระดับภาคการผลิตโดยการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมมากขึ้นด้วย” นอกจากภาคการผลิตแล้ว หากสังเกตให้ดี จีนได้เริ่มหันไปเพิ่มศักยภาพเรื่องภาคบริการและการบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และปฏิสัมพันธ์กับชาวโลกมากขึ้น เพื่อทำให้เกิดความคล่องตัวของการยกระดับของภาคบริการภายในประเทศจีน เพราะจีนจะหวังพึ่งพาภาคการผลิตมากๆ เช่น ในอดีตไม่ได้แล้ว“รัฐบาลต้องมีการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศให้มากที่สุด โดยเฉพาะการขจัดปัญหากลุ่มทุนจีนสีเทาทั้งหลายเพราะเมื่อเข้ามาแล้ว มักจะก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้เสมอ รวมถึงต้องบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทยและจีน หรือ พูดง่ายๆ ว่าต้องไม่เสียเปรียบจีนมากจนเกินไป อีกทั้ง ยังต้องพยายามทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศได้รับประโยชน์จากการเข้ามาของจีนให้ได้ทั่วถึงมากที่สุดให้ได้ ไม่ใช่เพียงคนส่วนน้อยที่ได้รับประโยชน์ แบบที่เรียกว่ารวยกระจุกจนกระจาย เช่นในอดีตด้วย”
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
CBG ธุรกิจเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว ...ลุ้นงบปีนี้ฟื้นแรง 18 – 37% !เช้านี้ CBG ดีดทำนิวไฮรอบ 5 เดือน รับอานิสงส์ต้นทุนลด – จีนเปิดประเทศ ขณะที่โบรกฯมองงบผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาด Q4/65 เป็นจุดเริ่มต้นฟื้นตัว หลังรับอานิสงส์เ...
Read more »
ยกเลิกแสดง 'ฉีดวัคซีนโควิด-19'เข้าไทย -จีนเปิดประเทศไฟลท์แรกถึงไทย 269คนจีนเปิดประเทศ เที่ยวบินแรกเข้าไทย ผู้เดินทาง 269 คน คาดทั้งปีเข้ามา 7-10 ล้านคน ขณะที่สธ.ยกเลิกมาตรการแสดงฉีดวัคซีนโควิด-19 เริ่ม 9 ม.ค.66 ย้ำมากกว่า 95% ไม่มีอาการรุนแรง มั่นใจความพร้อมรองรับผู้ป่วย
Read more »
จีนเปิดประเทศ หนุนท่องเที่ยวไทยสดใส สภาพัฒน์เล็งปรับเป้าจีดีพี ปี 66 ใหม่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญของทั้งปีนี้ และปีหน้า ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยเริ่มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หลายคนอาจเป็นห่วงเรื่องที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยสภาพัฒน์มองว่า การที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาตรการเพื่อใช้กับนักท่องเที่ยวทุกประเทศ และมีการสอดรับกับมาตรการของประเทศต้นทาง ประกอบกับคนไทยมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปกว่า 70% แล้วนั้น เชื่อว่าสามารถคลายกังวลเรื่องนักท่องเที่ยวได้ ขณะเดียวกัน ประชาชนยังต้องดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังด้วย
Read more »
จีนเปิดประเทศ ความต่างยุค “สีจิ้นผิง” VS “เติ้งเสี่ยวผิง”จีนเปิดประเทศ 8 มกราคม ที่ผ่านมา หลังจากใช้นโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” เกือบ 3 ปี ชวนดูความต่างเปิดประเทศในยุค “สีจิ้นผิง” VS “เติ้งเสี่ยวผิง” โควิดวันนี้ โควิด19 เปิดประเทศ ฐานเศรษฐกิจ
Read more »
