อมรินทร์ทีวี 34HD รวมข่าวเด่น ข่าวบันเทิง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล รายการทีวีออนไลน์ ละครย้อนหลัง คลิปวิดีโอ เติมเต็มความคิด เต็มจินตนาการ
จีนโค่นแชมป์ญี่ปุ่น ปี 2023 ทำยอดส่งออกรถยนต์เกือบ 4.91 ล้านคัน ขึ้นแท่นเป็นประเทศผู้ส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าออกไปนอกประเทศได้สำเร็จ โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นไฟฟ้า ‘จีน’ ก็มีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการยานยนต์ในฐานะประเทศผู้นำในด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ จนทำให้ในที่สุดในปีที่ผ่านมา จีนก็สามารถโค่นยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์อย่างญี่ปุ่น และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ จากข้อมูลของ สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ประเทศจีน หรือ China Association of Automobile Manufacturers ในปี 2023 จีนส่งออกรถยนต์ได้ทั้งหมด 4.
91 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อนหน้า ขณะที่แชมป์เก่าอย่างญี่ปุ่น ส่งออกได้ทั้งหมด 4.42 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อนหน้า นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่ญี่ปุ่นตกลงไปเป็นผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 2 ของโลก หลังเคยถูกเยอรมนีแซงไปในปี 2016 แต่เป็นครั้งแรกของจีนที่สามารถขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกได้ ในปี 2023 ที่ผ่านมา ยอดส่งออกรถยนต์ของจีนเพิ่มขึ้นมากจากการที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนหลายราย โดยเฉพาะ BYD เริ่มออกไปเปิดโชว์รูมและทำการตลาดนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศในยุโรปที่มีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงประเทศไทยที่ในปัจจุบัน BYD ครองแชมป์เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด โดยในปี 2023 BYD ทำยอดขายในตลาดต่างประเทศได้ถึง 240,000 คัน นอกจากนี้ จีนยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายแบรนด์ทั่วโลก รวมไปถึงรถยนต์ของ Tesla ซึ่งมียอดส่งออกจากจีนถึง 340,000 คัน คิดเป็นเกือบ 30% ของยอดส่งออกรถยนต์ของจีนในปี 2023 ทั้งหมดจากความเห็นของนักวิเคราะห์ รถยนต์ไฟฟ้าของจีนได้เปรียบเหนือคู่แข่งจากประเทศอื่นๆ เช่น Tesla และ Volkswagen เพราะรถยนต์ไฟฟ้าของจีนมีราคาต่ำกว่า เพราะมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำกว่าจากทั้งวัตถุดิบ เทคโนโลยี และแรงงานจำนวนมากในประเทศ โดยในยุโรป รถยนต์ไฟฟ้าของจีนเช่น BYD มีราคาต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในตลาดถึง 20-40% นอกจากนี้ จีนยังได้เปรียบในแง่ที่มีความเป็นกลางทางเศรษฐกิจในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพราะยอดส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งของจีนในปีที่ผ่านมาก็มาจากยอดขายในรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่ทั้งญี่ปุ่นและประเทศตะวันตกอื่นๆ ต่างถอนตัวออกมาเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่รัสเซียเข้าไปรุกรานยูเครน โดยในหมู่ผู้ผลิตรถยนต์ของจีนทั้งหมด ผู้นำตลาดก็คงหนีไม่พ้น BYD ที่เพิ่งทำยอดขายแซง Tesla ไปได้ครั้งแรกในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ที่ผ่านมา และมีการพัฒนาทั้งกำลังการผลิต และเทคโนโลยีที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อดึงใจลูกค้าอยู่เรื่อยๆ จากรายงานผลประกอบการของบริษัท ในปี 2022 BYD ประกาศว่าบริษัทมีกำลังการผลิตรถ 1.25 ล้านคันต่อปี แต่ผลิตจริงได้ถึง 1.8 ล้านคัน และในปี 2023 เพิ่มกำลังการผลิตไปได้ถึง 3.5 ล้านคันต่อปี แซง Tesla ซึ่งมีกำลังผลิตรถได้ 2.35 ล้านคันในปีเดียวกัน นอกจากนี้ BYD ยังมีความโดดเด่นในฐานะผู้พัฒนาและผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยสามารถผลิตแบตเตอรี่ได้เอง ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นยังต้องจ้างบริษัทอื่นผลิตแบตเตอรี่ให้ ทำให้ BYD ได้เปรียบผู้ผลิตเจ้าอื่นในแง่ของการควบคุมต้นทุน ทำให้ตั้งราคาได้ต่ำกว่าคู่แข่ง ในปัจจุบัน BYD มีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตในเมืองเซินเจิ้นและเจิ้งโจว โดยมีนักวิเคราะห์คาดว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตไปได้ถึง 4.5 ล้านคันในปีนี้ทั้งนี้ อีกสาเหตุหนึงที่ทำให้จีนเร่งทำการตลาดในต่างประเทศคือแนวโน้มการซื้อรถภายในประเทศที่ลดลงในปัจจุบันจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา และภาวะเงินฝืด ทำให้ผู้บริโภคภายในประเทศกล้าลงทุนกับสินทรัพย์ราคาแพงอย่างรถยนต์ลดลง โดยจากการรายงานของสื่อจีน ในปี 2022 โรงงานผลิตรถยนต์ในจีนใช้กำลังการผลิตไปเพียง 54% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ลดลงจาก 67% ในปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 และมีผู้คาดการณ์ว่าจีนจะสามารถผลิตรถยนต์ได้มากถึง 36 ล้านคันต่อปีในปี 2025 แบ่งเป็นรถยนต์สำหรับขายในประเทศ 14-16 ล้านคัน และสำหรับส่งออก 20 ล้านคัน นี่ทำให้แท้จริงแล้วจีนยังไม่ได้ใช้กำลังในการผลิตอย่างเต็มที่ แม้จะส่งออกรถยนต์ได้เป็นจำนวนมากแล้วในปัจจุบัน และต้องเร่งตีตลาดต่างประเทศเพื่อรองรับผลผลิตที่กำลังจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ การตีตลาดต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักในตอนนี้ เพราะประเทศยุโรปต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส และอิตาลี ก็เริ่มออกมาออกมาตรการกีดกันรถยนต์จากจีนบ้างแล้ว เพื่อปกป้องผู้ผลิตรถยนต์ภายในภูมิภาคที่ไม่สามารถสู้ราคากับรถยนต์จากจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจนมีราคาถูกได้
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ลุงรปภ.ป่วยริดสีดวงแตก เลือดไหลไม่หยุดเสียชีวิตสลดอมรินทร์ทีวี 34HD รวมข่าวเด่น ข่าวบันเทิง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล รายการทีวีออนไลน์ ละครย้อนหลัง คลิปวิดีโอ เติมเต็มความคิด เต็มจินตนาการ
Read more »
TTB กำไรสุทธิปี 66 พุ่ง 30% แตะ 18,462 ล้าน คุมหนี้เสียเหลือ 2.62%TTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/66 ที่ 4,866 ล้านบาท โต 26.5% หนุนปี 66 มีกำไรสุทธิ 18,462 ล้านบาท โต 30% ลดหนี้เสียเหลือ 2.62% แผนธุรกิจปี 67 ยังคงมุ่งเน้นการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
Read more »
กรุงไทยกำไรปี 66 พุ่ง 36,616 ล้าน โต สำรองสูง 37,085 ล้าน หนี้เสียลดอมรินทร์ทีวี 34HD รวมข่าวเด่น ข่าวบันเทิง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล รายการทีวีออนไลน์ ละครย้อนหลัง คลิปวิดีโอ เติมเต็มความคิด เต็มจินตนาการ
Read more »
เปิดที่มาแร่ผลิตแบตเตอรี่ EV ที่ไม่ได้มีแค่ 'ลิเทียม' ใครเป็นผู้ผลิต และส่งออกบ้าง?อมรินทร์ทีวี 34HD รวมข่าวเด่น ข่าวบันเทิง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวต่างประเทศ ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล รายการทีวีออนไลน์ ละครย้อนหลัง คลิปวิดีโอ เติมเต็มความคิด เต็มจินตนาการ
Read more »
CHO เผยโฉมรถบัสไฟฟ้า “ANKAI” พร้อมผนึกกำลัง AVIC-INTL และ ANKAI ลุยตลาดรถบัส EVสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ม.ค. 67 14:03 น. เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO จัดงาน The Electric Bus Handover Ceremony ณ ศูนย์ซ่...
Read more »
ttb analytics คาดหนี้ครัวเรือนไทยปี 67 พุ่ง 91.4%ttb analytics ประเมินสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปี 67 อาจเพิ่มขึ้นแตะระดับ 91.4% ต่อจีดีพี หลังเศรษฐกิจโตช้า คุณภาพหนี้ด้อยลง เปิด 3 ปัจจัยระยะต่อไปยังน่ากังวล
Read more »
