จีนเดินหน้าพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมและแรงงานทักษะสูงอย่างเข้มข้น โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ
มหาวิทยาลัยใน จีน กำลังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา วิศวกร และ แรงงานทักษะสูง เพื่อรองรับการเติบโตทาง เศรษฐกิจ และ อุตสาหกรรม ของประเทศ โดยมีรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาครัฐอย่างแข็งแกร่ง มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการวิจัย บริษัทเอกชนเป็นแพลตฟอร์มทดลองตลาด และรัฐบาลสนับสนุนด้านนโยบายและงบประมาณผ่านมาตรการต่างๆ ซึ่งเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางทฤษฎีและการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น\หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การให้บริษัทใหญ่จัดตั้ง “มหาวิทยาลัยในองค์กร” เช่น Huawei ICT
Academy, BYD University และ Haier College of Intelligent Manufacturing โมเดลนี้เน้นผลิตวิศวกรที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง รวมถึงดึงดูด “นวัตกรของภาคเอกชน” ที่มีประสบการณ์มาเสริมทัพ ตัวอย่างเช่น Huawei ร่วมมือกับ Tsinghua, CATL ร่วมมือกับ Xiamen University และ Xiaomi ร่วมมือกับ Wuhan University รูปแบบนี้ช่วยให้นักศึกษามีโอกาสฝึกงานในโรงงานอัจฉริยะตั้งแต่ชั้นปีที่ 2-3 ทำให้บัณฑิตมีทักษะพร้อมทำงานทันทีหลังจบการศึกษา ข้อมูลจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ระบุว่า จีนมีวิศวกรคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และมีผู้เผยแพร่วิทยาศาสตร์จำนวนมาก การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรต่างๆ คาดว่าจะทำให้จำนวนวิศวกรและนักวิจัยพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต ประเทศจีนเผชิญกับการขาดแคลนแรงงานทักษะสูงจำนวนมากถึง 30-40 ล้านคน ทำให้รัฐบาลต้องปฏิรูปอาชีวะศึกษาอย่างจริงจัง\การปฏิรูปอาชีวะศึกษาของจีนมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนระบบอาชีวะจาก “เส้นทางรอง” ให้เป็น “เสาหลัก” ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์และการผลิตอัตโนมัติ ในปี 2022 จีนออกกฎหมายการอาชีวะศึกษาฉบับใหม่ที่ยกระดับสถานะอาชีวะให้เทียบเท่าปริญญา โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนอาชีวะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีอาชีวะ มอบอำนาจให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ และอนุญาตให้บริษัทเอกชนมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรได้โดยตรง ตั้งเป้าให้ 10% ของบัณฑิตที่จบปริญญาตรีเป็นสายอาชีวะภายในปี 2030 จีนลงทุนสร้าง “วิทยาลัยเทคนิคต้นแบบ” ในทุกมณฑล และปรับใช้ “Dual System” โมเดลจากเยอรมนี โดยเน้นการเรียนในสถาบันการศึกษา 50% และฝึกงานในโรงงาน 50% พร้อมรับใบรับรองทักษะมาตรฐานสากล นอกจากนี้ จีนยังสร้างระบบประกาศนียบัตรทักษะแห่งชาติ โดยมีการประเมินและมอบใบรับรองแก่แรงงานตามระดับทักษะ ตั้งแต่ช่างเทคนิค ช่างเทคนิคอาวุโส และช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ จีนยังสร้างการอาชีวะศึกษาอัจฉริยะ เช่น ห้องปฏิบัติการจำลองดิจิทัล แพลตฟอร์มการฝึกอบรม AI และการทดสอบทักษะด้านดิจิทัล พร้อมทั้งสร้างฐานฝึกอบรมขนาดใหญ่ทั่วประเทศ แนวทางเหล่านี้สอดคล้องกับการส่งเสริม Up-Skill, Re-skill และ New Skill โดยแรงงานจากอุตสาหกรรมเก่าได้รับการฝึกอบรมเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ เช่น พลังงานใหม่และการผลิตอัจฉริยะ การดำเนินการทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของจีนในการยกระดับวิทยะฐานะของแรงงาน และให้อาชีวะศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานกับบริษัทเอกชน ซึ่งบริษัทต่างๆ มีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตร ใช้เครื่องจักรจริงในการเรียนการสอน ส่งวิศวกรของบริษัทไปเป็นครูพิเศษ และรับนักศึกษาเข้าฝึกงานและทำงานโดยตรง ช่วยยกระดับทักษะแรงงาน ลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และครอบคลุมไปถึงการพัฒนาครูอาชีวะให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องจักรและเครื่องมือรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทชั้นนำของจีนหลายแห่งเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เช่น Huawei, BYD, CATL, Sany, Midea และ Foxconn จีนยังขยายการลงทุนในระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง เช่น ห้องทดลองหุ่นยนต์ ระบบการผลิตอัตโนมัติ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งปรับปรุงสถาบันการศึกษาด้านอาชีวะให้ทันสมัยระดับโล
จีน วิศวกร แรงงานทักษะสูง อาชีวะศึกษา อุตสาหกรรม
