จีนคว่ำบาตร 20 บริษัทค้าอาวุธสหรัฐฯ ตอบโต้ดีลขายอาวุธให้ไต้หวัน

จีน News

จีนคว่ำบาตร 20 บริษัทค้าอาวุธสหรัฐฯ ตอบโต้ดีลขายอาวุธให้ไต้หวัน
สหรัฐอเมริกาไต้หวันคว่ำบาตร
  • 📰 ThaiPBS
  • ⏱ Reading Time:
  • 157 sec. here
  • 16 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 108%
  • Publisher: 51%

รัฐบาลจีนประกาศคว่ำบาตร 20 บริษัทด้านการป้องกันประเทศสัญชาติสหรัฐฯ และ บุคคล 10 คน หลังสหรัฐฯ ขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์ ทางด้านรัฐบาลวอชิงตันคัดค้านเต็มที่ ย้ำนโยบายสนับสนุนไต้หวันไม่เปลี่ยน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.

รัฐบาล จีน ประกาศ คว่ำบาตร 20 บริษัทด้านการป้องกันประเทศ สัญชาติสหรัฐฯ และ บุคคล 10 คน หลังสหรัฐฯ ขายอาวุธให้ ไต้หวัน มูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์ ทางด้านรัฐบาลวอชิงตันคัดค้านเต็มที่ ย้ำนโยบายสนับสนุน ไต้หวัน ไม่เปลี่ยนรายงาน รัฐบาล จีน ประกาศมาตรการ คว่ำบาตร บุคคลและบริษัท อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของ สหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อตอบโต้การตัดสินใจของรัฐบาลวอชิงตันในการอนุมัติขายอาวุธให้แก่ ไต้หวัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นอ่อนไหวและสำคัญที่สุดของความสัมพันธ์ จีน –สหรัฐฯ ในรอบหลายทศวรรษ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมบุคคลอีก 10 คน และบริษัท อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของสหรัฐฯ ทั้งหมด 20 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีทั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีการทหารขั้นสูงและบริษัทผู้รับเหมาด้าน ความมั่นคง รายใหญ่ของกองทัพสหรัฐฯ เช่น นอกจากนี้ยังมี Northrop Grumman Systems Corporation และ L3Harris Maritime Services ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธชั้นนำของสหรัฐฯ รวมถึงโบอิง สาขาเซนต์หลุยส์ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการป้องกันประเทศโดยเฉพาะ มาตรการ คว่ำบาตร มีผลทั้งการอายัดทรัพย์สินใน จีน การห้ามทำธุรกรรมกับหน่วยงานและบุคคลภายในประเทศ จีน ตลอดจนการห้ามเดินทางเข้าประเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้ก่อตั้งบริษัทที่ถูกระบุชื่อ นักวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่า การดำเนินการของ จีน ในครั้งนี้ มีนัยเชิงการเมืองและยุทธศาสตร์มากกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรง เนื่องจาก จีน แทบไม่มีความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์กับบริษัท อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของสหรัฐฯ อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการ"ส่งสัญญาณเตือน" ไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตร ว่าประเด็น ไต้หวัน ยังคงเป็นเส้นแดงที่ จีน ไม่ยอมให้มีการท้าทาย การ คว่ำบาตร ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ ประกาศแพ็กเกจขายอาวุธให้ ไต้หวัน มูลค่ารวมกว่า 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการขายอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้กับเกาะแห่งนี้ โดยอาวุธดังกล่าวถูกระบุว่ามุ่งเสริมศักยภาพการป้องกันตนเองของ ไต้หวัน ทั้งในด้านการป้องกันภัยทางอากาศ การรับมือภัยทางทะเล และการยับยั้งการโจมตีจากภายนอก โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ จีน ย้ำว่า ไต้หวัน คือแกนกลางของผลประโยชน์หลักของ จีน และเป็นเส้นแดงที่ไม่สามารถก้าวล่วงได้ในความสัมพันธ์ จีน –สหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า การกระทำใด ๆ ที่ล้ำเส้นจะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่แข็งกร้าว ทั้งทางการทูต การเมือง และ ความมั่นคง เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติความพยายามที่ จีน มองว่าเป็นการติดอาวุธให้กับความขัดแย้ง ในมุมของ สหรัฐอเมริกา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า วอชิงตันคัดค้านมาตรการ คว่ำบาตร ของ จีน อย่างรุนแรง โดยย้ำว่า นโยบายสนับสนุนการป้องกันตนเองของ ไต้หวัน เป็นแนวทางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 9 รัฐบาลสหรัฐฯ และมีเป้าหมายเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบ ไต้หวัน ไม่ใช่เพื่อยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้ จีน ยุติแรงกดดันต่อ ไต้หวัน ในทุกรูปแบบ ทั้งด้านการทหาร การทูต และเศรษฐกิจ และหันมาใช้แนวทางการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับไทเป เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดที่อาจส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคง ของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกในวงกว้าง อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ผลกระทบทางอ้อมต่อภาคธุรกิจพลเรือน โดยเฉพาะบริษัทโบอิง ซึ่งแม้จะถูก คว่ำบาตร ในส่วนงานด้านป้องกันประเทศ แต่ในทางธุรกิจแล้ว จีน ยังคงเป็นตลาดการบินพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า โบอิงกำลังเจรจาขายเครื่องบินพลเรือนให้กับสายการบิน จีน จำนวนมาก ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึงหลายร้อยลำ ท่ามกลางความพยายามฟื้นฟูคำสั่งซื้อที่ชะลอตัวจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ.

รัฐบาลจีนประกาศคว่ำบาตร 20 บริษัทด้านการป้องกันประเทศสัญชาติสหรัฐฯ และ บุคคล 10 คน หลังสหรัฐฯ ขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์ ทางด้านรัฐบาลวอชิงตันคัดค้านเต็มที่ ย้ำนโยบายสนับสนุนไต้หวันไม่เปลี่ยนรายงาน รัฐบาลจีนประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อตอบโต้การตัดสินใจของรัฐบาลวอชิงตันในการอนุมัติขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นอ่อนไหวและสำคัญที่สุดของความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ในรอบหลายทศวรรษ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมบุคคลอีก 10 คน และบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ทั้งหมด 20 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีทั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีการทหารขั้นสูงและบริษัทผู้รับเหมาด้านความมั่นคงรายใหญ่ของกองทัพสหรัฐฯ เช่น นอกจากนี้ยังมี Northrop Grumman Systems Corporation และ L3Harris Maritime Services ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธชั้นนำของสหรัฐฯ รวมถึงโบอิง สาขาเซนต์หลุยส์ ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการป้องกันประเทศโดยเฉพาะ มาตรการคว่ำบาตรมีผลทั้งการอายัดทรัพย์สินในจีน การห้ามทำธุรกรรมกับหน่วยงานและบุคคลภายในประเทศจีน ตลอดจนการห้ามเดินทางเข้าประเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้ก่อตั้งบริษัทที่ถูกระบุชื่อ นักวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่า การดำเนินการของจีนในครั้งนี้ มีนัยเชิงการเมืองและยุทธศาสตร์มากกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรง เนื่องจากจีนแทบไม่มีความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์กับบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการ"ส่งสัญญาณเตือน" ไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตร ว่าประเด็นไต้หวันยังคงเป็นเส้นแดงที่จีนไม่ยอมให้มีการท้าทาย การคว่ำบาตรครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ ประกาศแพ็กเกจขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่ารวมกว่า 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการขายอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้กับเกาะแห่งนี้ โดยอาวุธดังกล่าวถูกระบุว่ามุ่งเสริมศักยภาพการป้องกันตนเองของไต้หวัน ทั้งในด้านการป้องกันภัยทางอากาศ การรับมือภัยทางทะเล และการยับยั้งการโจมตีจากภายนอก โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำว่า ไต้หวันคือแกนกลางของผลประโยชน์หลักของจีน และเป็นเส้นแดงที่ไม่สามารถก้าวล่วงได้ในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า การกระทำใด ๆ ที่ล้ำเส้นจะต้องเผชิญกับการตอบโต้ที่แข็งกร้าว ทั้งทางการทูต การเมือง และความมั่นคง เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติความพยายามที่จีนมองว่าเป็นการติดอาวุธให้กับความขัดแย้ง ในมุมของสหรัฐอเมริกา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า วอชิงตันคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรของจีนอย่างรุนแรง โดยย้ำว่า นโยบายสนับสนุนการป้องกันตนเองของไต้หวันเป็นแนวทางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 9 รัฐบาลสหรัฐฯ และมีเป้าหมายเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน ไม่ใช่เพื่อยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังเรียกร้องให้จีนยุติแรงกดดันต่อไต้หวันในทุกรูปแบบ ทั้งด้านการทหาร การทูต และเศรษฐกิจ และหันมาใช้แนวทางการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับไทเป เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกในวงกว้าง อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ผลกระทบทางอ้อมต่อภาคธุรกิจพลเรือน โดยเฉพาะบริษัทโบอิง ซึ่งแม้จะถูกคว่ำบาตรในส่วนงานด้านป้องกันประเทศ แต่ในทางธุรกิจแล้ว จีนยังคงเป็นตลาดการบินพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า โบอิงกำลังเจรจาขายเครื่องบินพลเรือนให้กับสายการบินจีนจำนวนมาก ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึงหลายร้อยลำ ท่ามกลางความพยายามฟื้นฟูคำสั่งซื้อที่ชะลอตัวจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBS /  🏆 52. in TH

สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน คว่ำบาตร การเมืองระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมกลาโหม ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ ช่องแคบไต้หวัน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ บริษัทด้านการป้องกันประเทศ ข่าววันนี้ ข่าวล่าสุด

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

“รองนายกฯสุชาติ-ชาบีดา” เป็นประธานพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมกุยบุรีแก่กรมศิลปากร เพื่อจัดสร้างพระโกศ-พระหีบจันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง“รองนายกฯสุชาติ-ชาบีดา” เป็นประธานพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมกุยบุรีแก่กรมศิลปากร เพื่อจัดสร้างพระโกศ-พระหีบจันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมแปรรูปจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จำนวน 20 ต้น เพื่อใช้ในการจัดสร้างพระโกศและพระหีบไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ...
Read more »

ทส.และวธ. ส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกุยบุรี เพื่อจัดสร้างพระโกศและพระหีบทส.และวธ. ส่งมอบไม้จันทน์หอมจากกุยบุรี เพื่อจัดสร้างพระโกศและพระหีบรองนายกฯ พร้อม รมว.ทรัพยากรฯ และ รมว.วัฒนธรรม ร่วมพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอมแปรรูปจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จำนวน 20 ต้น ให้กรมศิลปากร เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
Read more »

เช็ก 20 รายการ ‘ตรวจสภาพรถฟรี 2568’ ถึง 31 ธ.ค.นี้ ก่อนเดินทางปีใหม่เช็ก 20 รายการ ‘ตรวจสภาพรถฟรี 2568’ ถึง 31 ธ.ค.นี้ ก่อนเดินทางปีใหม่ตรวจรถฟรี! 20 รายการก่อนปีใหม่! กรมการขนส่งทางบก ผนึกกำลังค่ายรถยนต์และศูนย์บริการกว่า 20 ภาคีทั่วประเทศ จัดกิจกรรม 'ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย' ถึง 31 ธันวาคม 2568 นำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพฟรี
Read more »

ศาลสั่งจำคุก 'ประสิทธิ์ เจียวก๊ก' 1,210 ปี คดีฉ้อโกงประชาชนที่ 2 แต่จำคุกจริงได้แค่ 20 ปีศาลสั่งจำคุก 'ประสิทธิ์ เจียวก๊ก' 1,210 ปี คดีฉ้อโกงประชาชนที่ 2 แต่จำคุกจริงได้แค่ 20 ปีศาลอาญาพิพากษาจำคุกนายประสิทธิ์ เจียวก๊กในคดีฉ้อโกงประชาชนที่ 2 เป็นเวลา 1,210 ปี จากความผิด 242 กระทง แต่กฎหมายจำกัดให้ลงโทษจำคุกได้สูงสุด 20 ปี ในข้อหาหลอกลวงประชาชนร่วมลงทุน
Read more »

ศาลสั่งจำคุกประสิทธิ์ เจียวก๊ก 1,210 ปี คดีฉ้อโกงประชาชนศาลสั่งจำคุกประสิทธิ์ เจียวก๊ก 1,210 ปี คดีฉ้อโกงประชาชนศาลอาญาสั่งจำคุก นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ในคดีฉ้อโกงประชาชน 1,210 ปี พร้อมปรับบริษัท 2 แห่งรวม 242 ล้านบาท ส่วนคนสนิทรับโทษจำคุก 111 ปีเศษ แต่ตามกฎหมายจำกัดที่ 20 ปี
Read more »

เปิดรับสมัคร สส. อยุธยาวันแรกคึกคัก! พรรคการเมืองแห่ส่งผู้สมัครแข่งขันสูงเปิดรับสมัคร สส. อยุธยาวันแรกคึกคัก! พรรคการเมืองแห่ส่งผู้สมัครแข่งขันสูงบรรยากาศการเปิดรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จ.พระนครศรีอยุธยาวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก พรรคการเมืองกว่า 20 พรรคส่งผู้สมัครชิงชัย พร้อมการแข่งขันที่เข้มข้น
Read more »



Render Time: 2026-04-02 08:06:27